ตัน ภาสกรนที เปิดตัว “One Chichan” ปักหมุดเป็น Festival Destination แห่งใหม่ของไทยรองรับอีเว้นท์ระดับประเทศ และระดับโลก สร้างโซนพรีเมียมพัทยามุ่งสู่การเป็นฮับงานเฟสติวัลระดับประเทศ

ตัน ภาสกรนที เปิดตัว “One Chichan” ปักหมุดเป็น Festival Destination แห่งใหม่ของไทยรองรับอีเว้นท์ระดับประเทศ และระดับโลก สร้างโซนพรีเมียมพัทยามุ่งสู่การเป็นฮับงานเฟสติวัลระดับประเทศ

18 ก.พ. 2026
ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดนตรี, Showbiz และ Live Entertainment ในประเทศไทย One Chichan (วันชีจรรย์) เขาชีจรรย์-พัทยา ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในฐานะ Festival Destination ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับการจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงระดับนานาชาติ
One Chichan ตั้งอยู่บริเวณ เขาชีจรรย์-พัทยา จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ พัฒนาให้เป็นพื้นที่จัดงานกลางแจ้งแบบ Scalable Outdoor Venue ที่สามารถรองรับผู้ชมตั้งแต่ 2,500 – 30,000 คน พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อ “งานเฟสติวัลโดยเฉพาะ” ตั้งแต่ผังการจัดงาน  ระบบจราจร ความปลอดภัย การให้บริการห้องน้ำ ลานจอดรถ ที่สะดวกสบายเพื่อสร้างประสบการณ์ทั้งผู้ชม ศิลปิน ไปจนถึงทีมงาน
อุตสาหกรรมโตเร็ว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ทัน
5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมมิวสิค เฟสติวัล เติบโตขึ้นถึง 65% ในปี 2024 ประเทศไทยมีการจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีสูงถึง 284 งาน เพิ่มขึ้นกว่า 29% จากปีก่อนหน้า สะท้อนดีมานด์ด้าน Live Entertainment ที่ขยายตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนคลับศิลปินจากชาวไทย และต่างประเทศจำนวนมาก สร้างเม็ดเงินในการผลักดันเศรษฐกิจอย่างชัดเจน  อย่างไรก็ตาม กว่า 91.6% ของงานทั้งหมด ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัดของสถานที่ ระบบจราจร และข้อจำกัดในการขยายงานสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น
One Chichan จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างเชิงโครงสร้างนี้ โดยตั้งใจจะถ่ายโอนความแออัดของการจัดงานออกจากกรุงเทพฯ ออกสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพ พร้อมเชื่อมโยง ดนตรี ธรรมชาติ และไลฟ์สไตล์ เข้าไว้ด้วยกัน
Venue-first Thinking: สร้างโดยคนจัดงาน เพื่อคนจัดงาน
หัวใจของ One Chichan คือแนวคิด Venue-first Thinking พื้นที่ที่ถูกออกแบบโดยได้รับคำปรึกษาจากผู้ที่อยู่ในวงการจัดงานเฟสติวัลระดับประเทศ มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตและเฟสติวัล เพื่อแก้ Pain Point ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในหลายงาน ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถไม่เพียงพอ
ทางเข้า–ออกไม่ชัด
ห้องน้ำไม่เพียงพอ ไม่สะอาด
หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ชมจำนวนมากตั้งแต่แรก
ไม่มีที่พักเพียงพอ
One Chichan มีจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ, 20 นาที จากสนามบินอู่ตะเภา และ 30 นาทีจากพัทยา พร้อมเส้นทางเข้า–ออกกว่า 5 เส้นทาง, ที่จอดรถมากกว่า 4,000 คัน และห้องน้ำติดแอร์และให้ความสำคัญกับความสะอาดกว่า 200 ห้อง
นอกจากการวางผังพื้นที่อย่างเหมาะสมสำหรับการรองรับคนจำนวนมากแล้ว ยังมีความสะดวกสบายด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ห้องจัดงาน After Party โรงแรม 5 แห่งที่มีคอนเซ็ปต์ และกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย Man-Made Beach จุดถ่ายรูป Wonder Light รอบพื้นที่ และที่สำคัญมีการบริหารจัดการขยะโดย Ichitan ReCircle ในการทำระบบจัดเก็บขยะแบบ Closed-Loop ด้วยการจับมือร่วมกับ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า, Youเทิร์น เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการ Circular ไม่จบที่หลุมฝังกลบ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป
มากกว่าสถานที่จัดงาน คือกลไกเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค
การจัดเทศกาลขนาดใหญ่ที่ One Chichan ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชม แต่ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พัทยา ระยอง และจังหวัดใกล้เคียง  จากการประเมินพบว่า การจัดงานเฟสติวัลสามารถเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจท้องถิ่นในช่วงจัดงานได้เฉลี่ย 3–5 เท่า ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมสร้างการจ้างงานในภาคโปรดักชัน ความปลอดภัย ธุรกิจบริการ และโลจิสติกส์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
WONDER ONE: จุดเริ่มต้นของบทพิสูจน์
การเปิดพื้นที่อย่างเป็นทางการของ One Chichan จะเริ่มต้นด้วย WONDER ONE Music Festival ซึ่งทำหน้าที่เป็น Proof of Concept เพื่อทดสอบทุกระบบในสเกลงานจริง ตั้งแต่โครงสร้างเวที การจัดการฝูงชน ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้ชม ทุกเสียงสะท้อนจากงานแรกจะถูกนำไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับ One Chichan ให้พร้อมรองรับงานระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต
“ผมอยากทำ One Chichan ให้เป็นที่จัดคอนเสิร์ต หรือจัดอีเว้นต์ระดับประเทศ หรือระดับโลก สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination อีกแห่งหนึ่งของพัทยาที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาเยอะๆ ไม่ใช่เพื่อกำไรทางธุรกิจอย่างเดียว จากนี้ไป 5 ปีคุณจะเห็น “เมือง” อีกเมืองหนึ่งที่ดึงดูดอีเว้นต์ ดึงดูดคน
มาเที่ยวได้เยอะมาก ที่นี่จะเป็น “ทองหล่อของพัทยา” จะเป็น “เขาใหญ่แห่งท้องทะเล” จะเป็น “โอโซนของพัทยา” แล้วคุณจะรู้สึกได้ทันทีเลยว่า “คำว่าตั้งใจทุ่มเททำ” มันเป็นยังไง” ตัน ภาสกรนที กล่าว
ด้าน นายสมบัติ แก้วปทุม นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว กล่าวเสริมว่า “ในฐานะที่ผมเป็นคนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ผมรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่บ้านของเรากำลังจะมีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ของเรามีศักยภาพ มีความสวยงาม และมีคุณค่าเพียงพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาเยี่ยมชม
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นโอกาสที่สำคัญของคนในชุมชน เพราะจะช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้กับคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านของฝาก ที่พัก โฮมสเตย์ หรือบริการนำเที่ยวต่าง ๆ ชาวบ้านสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของเรา มาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น
นอกจากนี้ การมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่ง ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสาธารณสุข ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่โดยตรง ทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.