
ไปรษณีย์ไทย ปิดแก็ป 5 ปัจจัยส่งออกผู้ประกอบการ ดัน “Courier Post Plus – ePacket” 2 อาวุธการขนส่งหนุนรายเล็ก รายใหญ่ส่งออกได้คล่องตัว พร้อมรองรับธุรกิจส่งออกด้วยบริการภาษี - น้ำหนักสูงถึง 5 ตัน
31 มี.ค. 2026
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้ากลยุทธ์ขนส่งระหว่างประเทศ รับมือความท้าทายการค้าโลกยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนผันผวน ชู 2 บริการขนส่งระหว่างประเทศ “Courier Post Plus” และ “ePacket” เป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และผู้ค้าออนไลน์ ให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุนต่อชิ้น เพิ่มความเร็วในการจัดส่ง และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยบนเวทีโลก
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยเป็นหน่วยงานขนส่งและโลจิสติกส์หลักของประเทศไทย ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเผชิญความท้าทาย
เชิงโครงสร้างอย่างน้อย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของระยะเวลาขนส่งที่ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์กำหนดส่งมอบได้อย่างแม่นยำ ส่งผลต่อการบริหารสต็อกปลายทางและการวางแผนการผลิต ต้นทุนการจัดส่งต่อชิ้นที่ยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าออนไลน์รายเล็ก ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดจากการที่สินค้าถึงปลายทางล่าช้าหรือ
ค้างคลังต่างประเทศ ความจำเป็นในการติดตามสถานะพัสดุแบบโปร่งใสเพื่อลดข้อพิพาทกับลูกค้าปลายทาง ตลอดจนข้อจำกัดในการขยายตลาดใหม่โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนและความเสี่ยงมากเกินไป
ค้างคลังต่างประเทศ ความจำเป็นในการติดตามสถานะพัสดุแบบโปร่งใสเพื่อลดข้อพิพาทกับลูกค้าปลายทาง ตลอดจนข้อจำกัดในการขยายตลาดใหม่โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนและความเสี่ยงมากเกินไป
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ไปรษณีย์ไทยจึงพัฒนา 2 บริการหลักด้านขนส่งระหว่างประเทศ ได้แก่ “Courier Post Plus” และ “ePacket” ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการบริหารต้นทุน เวลา และความเสี่ยง เชิงระบบของธุรกิจส่งออกไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริการ Courier Post Plus ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความแน่นอนด้านระยะเวลา คุณภาพบริการ และความชัดเจนด้านต้นทุนปลายทาง โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง ธุรกิจแบบ B2B หรือที่ต้องเติมสต็อกข้ามประเทศ รองรับน้ำหนักการจัดส่งสูงสุดถึง 5,000 กิโลกรัมต่อครั้ง ครอบคลุม 43 ประเทศปลายทาง พร้อมระบบติดตามสถานะแบบใกล้ชิด ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์รอบ
การหมุนเวียนสินค้าได้แม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถส่งได้ครั้งละจำนวนมาก (Multipiece) ซึ่งสามารถรองรับธุรกิจที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายอีกด้วย
การหมุนเวียนสินค้าได้แม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถส่งได้ครั้งละจำนวนมาก (Multipiece) ซึ่งสามารถรองรับธุรกิจที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายอีกด้วย
โดยบริการดังกล่าวยังสามารถเลือกชำระภาษีนำเข้าแบบล่วงหน้า (DDP) ครอบคลุม 33 ประเทศปลายทาง ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนด้านพิธีการศุลกากรและความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายปลายทาง เพิ่มความมั่นใจให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับในต่างประเทศ อีกทั้งยังรองรับการจัดส่งสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงสินค้ากลุ่มของเหลวและอาหาร
เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารแปรรูป และสินค้าไลฟ์สไตล์ สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้สะดวกขึ้น
เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารแปรรูป และสินค้าไลฟ์สไตล์ สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้สะดวกขึ้น
ขณะที่บริการ ePacket รองรับการจัดส่งสินค้าปริมาณมากแบบรายชิ้นในต้นทุนที่แข่งขันได้ ช่วยลดภาระต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มความคุ้มค่าในการเริ่มต้นส่งออก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงเกินไป ด้วยระบบติดตามสถานะ การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
และความครอบคลุมของเครือข่ายปลายทางทั่วโลก ePacket จึงช่วยลดข้อจำกัดด้านขนาดธุรกิจ ทำให้ผู้ค้าไทยสามารถขยายตลาดข้ามพรมแดนได้อย่างคล่องตัว และต่อยอดสู่การเติบโตเชิงปริมาณในระยะยาว
และความครอบคลุมของเครือข่ายปลายทางทั่วโลก ePacket จึงช่วยลดข้อจำกัดด้านขนาดธุรกิจ ทำให้ผู้ค้าไทยสามารถขยายตลาดข้ามพรมแดนได้อย่างคล่องตัว และต่อยอดสู่การเติบโตเชิงปริมาณในระยะยาว
“ไปรษณีย์ไทยมีการขนส่งสิ่งของไปต่างประเทศให้กับกลุ่มผู้ประกอบการไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ผู้ประกอบการงานหัตถกรรมไทยที่จำหน่ายกระดาษสาเพื่อการผลิตสินค้าแฮนด์เมดในต่างประเทศบนแพลตฟอร์ม eBay มีการจัดส่งสินค้าในรูปแบบมัดใหญ่ (Bulk) ผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Amazon FBA ทั้งนี้ การเข้าถึงระบบขนส่งที่มีเสถียรภาพ ควบคุมต้นทุนได้ และสามารถคาดการณ์ระยะเวลาในการจัดส่งได้อย่างชัดเจนสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการผลิต การตลาด และการเงินได้แม่นยำมากขึ้น ทั้งยังลดความเสี่ยงจากความล่าช้าและต้นทุนแฝงระหว่างการจัดส่ง”
ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในบริบทที่การแข่งขันการค้าโลกขับเคลื่อนด้วยความเร็วและต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ คือหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการเติบโต
ทางเศรษฐกิจ ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งพัฒนาบริการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นมากกว่าการขนส่งสินค้า แต่เป็นกลไกสนับสนุนศักยภาพผู้ประกอบการไทยทุกขนาดให้สามารถขยายตลาด สร้างรายได้จากต่างประเทศ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกของประเทศในระยะยาว