
การตลาด “Mandarin Suki” บุฟเฟต์สุกี้ฮาลาล มี 22 สาขา ไอเดียสร้างความต่าง ในตลาดเลือด
20 ก.พ. 2026
อยากให้ลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเราต้องไปเปิดร้านบุฟเฟต์สุกี้ ที่เรารู้ดีอยู่แล้วว่าแข่งขันกันดุมาก มีแต่ผู้เล่นแข็ง ๆ เช่น สุกี้ตี๋น้อย, ลัคกี้ สุกี้, โบนัสสุกี้ และแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยเต็มไปหมด
คำถามคือ ถ้าอยากแข่งในสนามนี้ เราจะสร้างความแตกต่างจากแบรนด์เหล่านี้ได้อย่างไร ?
MarketThink ไปเจอร้านบุฟเฟต์สุกี้ ชื่อว่า “Mandarin Suki” ขายบุฟเฟต์สุกี้ เริ่มต้น 299 บาท ซึ่งเป็นราคาพอ ๆ กับแบรนด์บุฟเฟต์สุกี้อื่น ๆ ที่มีราคา Net อยู่ที่ 276 บาท
ท่ามกลางตลาดทะเลเลือด Mandarin Suki สามารถสร้างความต่างได้เจ๋งมาก ๆ จนได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี สังเกตได้จากจำนวนลูกค้าหน้าร้าน และจำนวนสาขาที่ขยายต่อเนื่องสู่ 22 สาขา
แล้ว Mandarin Suki สร้างความต่าง ท่ามกลางตลาดบุฟเฟต์สุกี้ที่ดุเดือด ได้อย่างไร ?
- นักการตลาดหลายคนน่าจะรู้ดีว่า ตลาดบุฟเฟต์สุกี้ในไทย เป็นหนึ่งในตลาด Red Ocean ที่มีการแข่งขันกันดุเดือดมาก ๆ
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้เล่นในตลาดทะเลเลือดใช้สู้กัน โดยเฉพาะตลาดบุฟเฟต์สุกี้ คือ มักจะมีการจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงคนเข้าร้านกันอยู่ตลอดเวลา
พอเป็นแบบนี้ ในมุมของผู้เล่นรายใหม่ที่อาจจะไม่ได้มีเงินทุนมาทำโปรโมชันแบบนี้เยอะ แต่อยากเข้าไปเล่นในตลาดนี้บ้าง จึงจำเป็นต้องหาวิธีสร้างความแตกต่างให้ตัวเองเพื่ออยู่รอดในตลาดนี้
- ซึ่งวิธีสร้างความแตกต่างของ Mandarin Suki ก็คือ การวาง Brand Positioning ของตัวเองเป็นร้านบุฟเฟต์สุกี้ “ฮาลาล” ที่เน้นเจาะลูกค้า “เฉพาะกลุ่ม” อย่างชาวมุสลิมนั่นเอง
อธิบายการทำ การตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Marketing) ง่าย ๆ คือ แทนที่แบรนด์จะทำสินค้าและบริการมาขายทุกคนในตลาด
ก็เปลี่ยนมาโฟกัสแค่ “คนกลุ่มเล็ก ๆ” ที่มีความต้องการ ความชอบ หรือปัญหาที่ชัดเจน แต่แบรนด์ใหญ่ ๆ มองข้าม หรือไม่คุ้มที่จะลงไปเล่นแทน
ทำให้คนที่ใช้กลยุทธ์นี้จะมีคู่แข่งน้อย แต่ตลาดจะไม่ใหญ่มาก
และถ้าทำการตลาดดี ๆ ก็จะกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของคนกลุ่มนั้น ๆ ได้ง่ายกว่า
และถ้าทำการตลาดดี ๆ ก็จะกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของคนกลุ่มนั้น ๆ ได้ง่ายกว่า
ยกตัวอย่างเช่น
แบรนด์กล้อง GoPro ในยุคแรก ๆ ไม่ได้ทำกล้องมาขายคนส่วนใหญ่ในตลาด แต่เจาะจงไปที่ “คนชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม” ที่ต้องการกล้องที่ทนทาน กันน้ำ ซึ่งในตอนนั้นในตลาดยังไม่มีแบรนด์ไหนทำ
ทำให้ GoPro ประสบความสำเร็จมาก ๆ เป็นเบอร์ 1 ของกล้องแนว Action ในช่วงหนึ่ง
ซึ่งถ้าเปรียบเรื่องนี้กับ Mandarin Suki ก็คือ การเล็งกลุ่มลูกค้าเป็นชาวมุสลิม ที่อาจจะมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถทานร้านสุกี้ ชาบู ส่วนใหญ่ในตลาดได้
จึงวางตัวเองเป็น ร้านขายบุฟเฟต์สุกี้ และมีติ่มซำด้วย โดยที่อาหารทุกเมนูจะเป็น “ฮาลาล” หรือก็คือ อาหารที่คนมุสลิมสามารถทานได้ และมีให้เลือกหลายช่วงราคาตั้งแต่
- ราคา 199 บาท บุฟเฟต์ติ่มซำ
ตัวอย่างเมนู ขนมจีบไก่, ฮะเก๋า, ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม, ซาลาเปาไก่แดง และของทอดรวมกันมากกว่า 30 รายการ
- ราคา 299 บาท บุฟเฟต์สุกี้และชาบู มีเมนูชาบูมาตรฐาน และจะได้ติ่มซำด้วย
ตัวอย่างเมนู เนื้อวัว, เนื้อไก่, ปลากะพง, ปลาหมึก และลูกชิ้นต่าง ๆ
- ราคา 399 บาท บุฟเฟต์สุกี้และชาบูพรีเมียม
ตัวอย่างเมนู เนื้อ U.S., เนื้อ New Zealand, กุ้งแม่น้ำ, แซลมอน และมีเมนูพิเศษ ได้แก่ เป็ดย่าง, หม่าล่าเสียบไม้ รวมถึงยังได้บุฟเฟต์ติ่มซำด้วย
ทั้งนี้ ทุกราคาจะยังไม่รวมน้ำรีฟิล 29 บาท และสามารถทานได้ 90 นาที
ด้วยรูปแบบเมนูที่เป็นฮาลาลแบบนี้ จึงเห็นได้ชัดว่า ทางร้านจับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างชัดเจน
ซึ่งที่หน้าร้าน Mandarin Suki ทุกสาขา ยังมีรับรองว่า อาหารในร้านเป็น “ฮาลาล” เพื่อสร้างความโปร่งใสและชัดเจนอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ ก็ช่วยให้ Mandarin Suki กลายเป็นชอยซ์แรก ๆ ของคนกลุ่มนี้ได้ไม่ยาก โดยไม่ต้องไปทำโปรโมชันลดราคาเลยนั่นเอง
สังเกตได้จากจำนวนสาขาของ Mandarin Suki ที่ตอนนี้ขยายสาขามาแล้วกว่า 22 สาขา ในรูปแบบแฟรนไชส์ และควบคุมคุณภาพผ่านครัวกลาง
ที่น่าสนใจคือ 8 สาขาของ Mandarin Suki อยู่ในจังหวัดแถบภาคใต้ ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เยอะ เช่น ยะลา, ปัตตานี, สงขลา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีหลายสาขาในกรุงเทพฯ, นนทบุรี, พัทยา และฉะเชิงเทรา
สะท้อนให้เห็นว่า นอกจาก Mandarin Suki จะเข้าถึงกลุ่มชาวมุสลิมแล้ว ยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอื่น ๆ ที่มองหา บุฟเฟต์สุกี้ ในราคาคุ้มค่าได้อีกด้วย