เซ็นทรัลพัฒนา นิวไฮ 3 ปีซ้อน! รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก ปี 68 โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่ง Retail-Led Mixed-Use Model

เซ็นทรัลพัฒนา นิวไฮ 3 ปีซ้อน! รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก ปี 68 โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่ง Retail-Led Mixed-Use Model

23 ก.พ. 2026
บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อ  ความยั่งยืน ทั้งศูนย์การค้า โครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศประกาศผลประกอบการปี 2568 โตแกร่งทั้งรายได้กำไรสุทธิปันผลและทราฟฟิกแตะนิวไฮ 3 ปีซ้อน
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.เซ็นทรัลพัฒนากล่าวว่า “จากผลประกอบการปี 2568 ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น สะท้อนชัดเจนว่าโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development คือรากฐานสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจค้าปลีก ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจอื่น ๆ เชื่อมโยงที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม เป็น ‘The Ecosystem for All’ ที่มั่นคงและยั่งยืน สร้างคุณค่าและการเติบโตร่วมกันให้กับทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตลอดจนสังคมและชุมชนในระยะยาว
นอกจากนี้ การเปิดศูนย์การค้าใหม่อย่างเซ็นทรัล พาร์ค แลนด์มาร์กระดับโลก รวมถึงเซ็นทรัล กระบี่ มิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด ต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ยังช่วยเสริมศักยภาพของพอร์ตธุรกิจค้าปลีก และตอกย้ำบทบาทเซ็นทรัลพัฒนาในการเป็นแพลตฟอร์มการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการเงินการบัญชีและกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงานบมจ.เซ็นทรัลพัฒนากล่าวว่า “ผลประกอบการใน ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งศูนย์การค้า โครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ
โดยบริษัทฯได้รายงานงบการเงินปี 2568 มีรายได้รวมที่ 53,009 ล้านบาทกำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาทเติบโต 13% จากปีก่อนหน้าสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นพร้อมประกาศจ่ายปันผลสูงสุดหุ้นละ 2.40 บาทต่อหุ้น* หรือคิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผลที่ 57%โดยบริษัทฯ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผนเพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้วินัยทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับ Stakeholders ทุกฝ่าย”(*ตัวเลขเพื่อนำเสนอและรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)
เติบโต New High ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนขับเคลื่อนโดย Retail-Led Mixed-Use Development
Retail หัวใจสำคัญและความเชี่ยวชาญหลัก ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในวงการค้าปลีก ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี สร้าง Impact ด้วยปรากฏการณ์ระดับโลกในทุกมิติ ทั้งการรวบรวมพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 18,000 ร้านค้า โดยกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลก ที่ขยายตลาดครั้งแรกในไทย เลือกเปิดสาขา First Time in Thailand กับเซ็นทรัลพัฒนา และสามารถสร้างยอดขายในระดับ Top Rank ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่งในปีนี้ ได้แก่
“เซ็นทรัลพาร์ค” ซึ่งสามารถดึงดูดทราฟฟิกสูงถึง 70,000 คนต่อวันในวันทำงาน และพุ่งสูงแตะ 100,000 คนในวันหยุดสุดสัปดาห์
ขณะที่ “เซ็นทรัลกระบี่” ท็อปฟอร์มระดับประเทศ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ กวาดทราฟฟิกเฉพาะวันแรกถึง 40,000 คน
ด้านโครงการ Transformation ทั้ง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต กระแสตอบรับถล่มทลาย ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าบนทำเลศักยภาพสูงของไทย และสร้างสถิติจำนวนผู้มาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศกว่า 650 ล้านครั้งต่อปี พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสูงถึง 70 ล้านครั้งต่อปี
นอกจากนี้ ยังสร้างทราฟฟิกต่อเนื่อง ย้ำ No.1 Festive Destination โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายของปีอย่างแคมเปญยิ่งใหญ่ระดับโลกกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Walt Disney และงาน Countdown  ระดับโลก Times Square of Asia และทุกเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศ กลายเป็น proof point สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของการเป็น Destination ในทุกมิติ รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ดึงดูดทราฟฟิกมหาศาล ส่งผลให้ทราฟฟิกทั้งพอร์ตและยอดขายร้านค้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจอื่นๆใน Ecosystem เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจศูนย์การค้าประกอบด้วยธุรกิจที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน, โรงแรม:
Residence เติบโต: ที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ยอดขายคอนโดมิเนียม Escent นครสวรรค์ กว่า 80% และนครปฐม กว่า 95%
Office ทำเลศักยภาพสูง:ออฟฟิศติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ Grade A ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบวงจรที่สุด และ 11 อาคารรอบกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนทำเล Prime Area
Hotel เดินเกมรุกตลาดโรงแรมคุณภาพราคาจับต้องได้: นำโดย GO Hotel ที่เดินหน้าขยายต่อเนื่อง ตั้งเป้ามี 25 แห่ง ภายใน 5 ปี พร้อมสาขาใหม่ล่าสุด GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โรงแรมแฟล็กชิพแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของแบรนด์ รวมถึง Hilton Garden Inn Rayong แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ประสบความสำเร็จ ได้รับกระแสตอบรับดีจากทั้งกลุ่มลูกค้า Corporate และนักท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งกลับมาขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 หลังจากชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2568 อันเป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ควบคู่กับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีส่วนช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่าย และมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและร้านอาหาร รวมถึงร้านอาหารนอกโรงแรม 
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าลงทุนเชิงรุกตามแผน พร้อมขยายอาณาจักรธุรกิจทั่วทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตทั่วประเทศ สำหรับ 2569 บริษัทฯพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมุ่งขยายการลงทุนระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคตด้วยการเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรร้านค้าอย่างล้นหลามได้แก่ ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต ‘The Central พหลโยธิน’ เมกะโปรเจกต์แห่งปี, มิกซ์ยูสใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ‘Central Khonkaen Campus’ และโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี ‘Central Northville’ และการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ Market Place ทองหล่อ Community Hub ใจกลางทองหล่อรวมถึงธุรกิจ Hotel และธุรกิจ Residence เดินหน้าขยายโครงการต่อเนื่อง 
นอกจากนี้ CPNREIT เดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวและยกระดับศักยภาพพอร์ตสินทรัพย์ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ “เซ็นทรัลปิ่นเกล้า” และ “เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต” ซึ่งไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ใหม่แต่ยังช่วย ดันจำนวน Traffic เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานรวมของกองทรัสต์ ส่งผลให้ CPNREIT ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าและพันธมิตรผู้ค้า สร้างความเชื่อมั่นต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าขยาย ขนาดสินทรัพย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 (2032) เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ ต่อไปในอนาคต
เซ็นทรัลพัฒนาตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยโดดเด่นทุกมิติคว้า 63 รางวัลสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลกในปี 2568 ครอบคลุมด้าน Business and Financial Performance, Development and Design, Marketing, People Development และ Sustainability รางวัลและเกียรติยศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการด้วยมาตรฐานระดับโลก พร้อมสร้างคุณค่าให้กับเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน และยืนยัน DNA ขององค์กรที่ไม่หยุดพัฒนา Imagining Better Futures for All
ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา จะมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 แห่ง - ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา) คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 51 โครงการ 
ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนาคลิกhttps://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities 
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.