สรุป 8 เทคนิคใช้ Google หาอินไซต์ลูกค้าแบบฟรี ๆ เก่งไม่แพ้ Social Listening Tools

สรุป 8 เทคนิคใช้ Google หาอินไซต์ลูกค้าแบบฟรี ๆ เก่งไม่แพ้ Social Listening Tools

2 มี.ค. 2026
คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า การขุดหาอินไซต์ลูกค้า จำเป็นต้องใช้ Social Listening Tools ตัวเก่ง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว เครื่องมือพื้นฐานที่สุดอย่าง Google Search ก็ใช้ขุดหาอินไซต์ลูกค้า ได้ดีไม่แพ้กัน
โดยจุดเด่นสำคัญที่สุดของการใช้ Google ขุดหาอินไซต์ของลูกค้าคือ ใช้งาน “ฟรี” ไม่จำกัด
แต่การที่จะใช้ Google ขุดหาอินไซต์ลูกค้าให้ลึก จำเป็นต้องมีเทคนิคในการใช้งานอยู่เล็กน้อย
ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ มีอะไรบ้าง ? MarketThink อธิบายให้อ่านกันในโพสต์นี้
- Google Search ไม่ได้ทำได้เพียงการค้นหา “ข้อความ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่อยู่ในเว็บไซต์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีเทคนิคการใช้งานที่ลึกและละเอียดกว่านั้นมาก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียด เฉพาะเจาะจง และชัดเจน
โดย Google เรียกเทคนิคนี้ว่า “Operator”
เป็นเหมือนคำสั่งพิเศษ ที่นำไปประยุกต์ใช้กับการขุดหาอินไซต์ลูกค้าแบบฟรี ๆ ได้ โดยไม่ต้องใช้ Social Listening Tools
ตัวอย่างของเทคนิคที่เรียกว่า Operator ได้แก่
1. “...” (เครื่องหมายคำพูด)
หรือ Exact Match เป็นการค้นหาคีย์เวิร์ด หรือประโยคที่อยู่ในเครื่องหมาย “...” (เครื่องหมายคำพูด) โดย Google จะแสดงผลการค้นหาที่ตรงกับคีย์เวิร์ด หรือประโยคที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดแบบ 100% โดยไม่สลับคำ หรือนำผลการค้นหาที่คล้ายกันมาแสดง
- ยกตัวอย่างเช่น หากเราค้นหาคีย์เวิร์ดคำว่า [“การตลาด 2026”]
Google ก็จะแสดงผลการค้นหา เฉพาะเว็บไซต์ที่มีคำว่า การตลาด 2026 เท่านั้น โดยไม่แสดงผลการค้นหาอื่น เช่น การตลาดดิจิทัล 2026 หรือ กลยุทธ์การตลาด 2026
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
ใช้สำหรับหาอินไซต์ที่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ โดยมีเทคนิคคือ ให้ลองค้นหาชื่อแบรนด์ของเรา ใส่ไว้ใน “...” เช่น [“Apple”]
หรือเติมคำอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องลงไป เช่น [“Apple รีวิว”] หรือ [“Apple ดีไหม”] ก็จะทำให้เราได้อินไซต์ความคิดเห็นของลูกค้าแบบเร็ว ๆ
2. OR หรือ |
ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ด จำนวน 2 คีย์เวิร์ดพร้อมกัน โดย Google จะแสดงเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดคำใดคำหนึ่ง หรือทั้งสองคำก็ได้
- ยกตัวอย่างเช่น [Apple OR Samsung] แล้ว Google จะแสดงผลการค้นหาเป็นเว็บไซต์ ที่มีคำว่า Apple หรือ Samsung คำใดคำหนึ่ง หรือทั้งสองคำก็ได้
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
ใช้ค้นหาข้อมูลตามที่นักการตลาดต้องการ ให้ได้ข้อมูลที่กว้าง และครอบคลุมขึ้น
เช่น หากแบรนด์ต้องการหาอินไซต์เพื่อจัดแคมเปญโปรโมชัน ในช่วง Double Day แทนที่แบรนด์จะเลือกค้นหาเพียงคีย์เวิร์ดเดียว ก็สามารถค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องได้พร้อมกัน เช่น [โปรโมชัน OR 3.3]
ทำให้แบรนด์ได้ข้อมูลว่า ในช่วงโปรโมชัน Double Day 3.3 นั้น แบรนด์อื่น ๆ จัดโปรโมชันกับสินค้าตัวไหน และผู้บริโภคให้ความสนใจกับสินค้าตัวไหนมากเป็นพิเศษ
หรืออีก Use Case หนึ่งก็คือ ใช้ในการค้นหาคีย์เวิร์ดที่คนอาจสะกดไม่เหมือนกัน เช่น [มัทฉะ OR มัตฉะ] ก็จะทำให้เราได้ผลการค้นหาที่ครอบคลุมมากขึ้นเช่นกัน
3. - (เครื่องหมายลบ)
ใช้สำหรับตัดคีย์เวิร์ด หรือประโยคที่ไม่ต้องการออกจากผลการค้นหา เช่น [มัทฉะ -ลาเต้] Google จะแสดงผลการค้นหาของคีย์เวิร์ดคำว่า มัทฉะ แต่ไม่มีคำว่า ลาเต้ รวมอยู่ด้วย
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
ใช้สำหรับ การค้นหาอินไซต์แบบคลีน ๆ มีเฉพาะข้อมูลที่ต้องการเท่านั้น โดยตัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์มากขึ้น
อย่างคำว่า [มัทฉะ -ลาเต้] ก็จะทำให้เราได้อินไซต์ว่า มัทฉะ ถูกนำไปใช้ทำเมนูใดบ้าง นอกเหนือจากเครื่องดื่มมัทฉะ ลาเต้ ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่แล้ว
4. * (เครื่องหมายดอกจัน)
ใช้สำหรับค้นหาคีย์เวิร์ด ที่เราต้องการให้ Google ช่วยเติมคำที่เกี่ยวข้อง มาแสดงในผลการค้นหาให้อัตโนมัติ
ใช้ในกรณีที่เราต้องการค้นหาอินไซต์บางอย่างแบบกว้าง ๆ แต่นึกคีย์เวิร์ดที่จะใช้ค้นหาไม่ออก หรือไม่รู้ว่ามีคีย์เวิร์ดใดที่เกี่ยวข้องบ้าง เช่น [เทรนด์ * 2026]
Google จะเลือกแสดงผลการค้นหา โดยเติมคำแทนที่เครื่องหมายดอกจันมาให้ โดยอาจเป็นไปได้ทั้ง “เทรนด์ การตลาด 2026” หรือ “เทรนด์ แฟชั่น 2026” ก็ได้
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
ใช้ในการหาไอเดีย เพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ให้กว้างขึ้น ในกรณีที่นักการตลาดนึกคำที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเองไม่ได้ เช่น การค้นหาคำว่า [เทรนด์ * 2026] ก็จะทำให้นักการตลาด รู้ได้ว่าอะไรที่กำลังเป็นเทรนด์ หรือกำลังได้รับความนิยมในปี 2026 นี้
5. Site:
ใช้สำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ด หรือประโยค จากเว็บไซต์ที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น เช่น [Inbound Marketing Site:https :// www. marketthink . co]
โดยจะใส่ Operator คำว่า Site: ก่อนหรือหลังคีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหาก็ได้
ซึ่ง Google จะแสดงผลการค้นหาคำว่า Inbound Marketing จากเว็บไซต์ของ MarketThink เพียงเว็บไซต์เดียวเท่านั้น และจะไม่มีผลการค้นหาจากเว็บไซต์อื่น ๆ มาปะปน
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
นักการตลาดสามารถนำวิธีนี้มาใช้หาอินไซต์จากเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งได้ เช่น [เทรนด์สกินแคร์ Site:https :// www. lemon8-app . com/]
ก็จะทำให้เรารู้ได้ว่า ตอนนี้เทรนด์สกินแคร์ บนเว็บไซต์ Lemon8 เป็นอย่างไร มีอินฟลูเอนเซอร์คนใดกำลังทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจอยู่บ้าง
6. Filetype:
ใช้สำหรับการค้นหาไฟล์ในสกุลต่าง ๆ โดยเฉพาะ เช่น ไฟล์ .PDF, .DOCX, .PPTX หรือ .XlSX หรือจะเป็นนามสกุลไฟล์อื่น ๆ ก็ได้
โดยพิมพ์การค้นหาเป็น [จำนวนประชากรไทย 2568 Filetype:PDF] Google ก็จะแสดงผลการค้นหาโดยเน้นไฟล์ PDF เป็นหลัก
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
นักการตลาดสามารถใช้ Operator นี้ในการค้นหาไฟล์อินไซต์ บทวิเคราะห์ หรืองานวิจัยตลาดจากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งมักเก็บไว้บนเว็บไซต์เป็นไฟล์ PDF ได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น
หากค้นหาคำว่า [จำนวนประชากรไทย 2568 Filetype:PDF]
หนึ่งในผลการค้นหาที่ Google แสดงขึ้นมาก็คือ ไฟล์ PDF ที่แสดงจำนวนประชากรในประเทศไทย ในปี 2568 แยกตามช่วงอายุ ของหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ที่รวบรวมข้อมูลไว้บนเว็บไซต์
ซึ่งนักการตลาดก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ หรือใช้ต่อได้ง่ายขึ้น
7. Before: หรือ After:
ใช้สำหรับกำหนดกรอบเวลา ของผลการค้นหาที่ Google จะนำมาแสดง เช่น [บุฟเฟต์ สุกี้ Before:2024-12-31] Google จะแสดงผลการค้นหา บุฟเฟต์ สุกี้ ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2024 เท่านั้น
ทั้งนี้ต้องหมายเหตุว่า เวลาใส่วันเดือนปี จะต้องใส่ในรูปแบบที่ Google กำหนด คือ ปี-เดือน-วัน เท่านั้น
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
วิธีนี้จะช่วยให้นักการตลาด หาข้อมูลตามช่วงเวลาที่กำหนดได้ง่ายขึ้น เพราะข้อมูลบางอย่าง กรอบเวลามีผลต่อข้อมูล เช่น ความนิยม เทรนด์ หรือข่าว ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
8. Intext:
ใช้แสดงผลการค้นหา โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ มากกว่าพาดหัวหรือหัวข้อ เช่น [Inbound Marketing Intext:]
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การค้นหา ที่มีเนื้อหาตามคีย์เวิร์ดหรือข้อความที่เรากำหนดจริง ๆ ไม่ได้มีเพียงคำว่า Inbound Marketing อยู่ในพาดหัวหรือหัวข้อเท่านั้น
- วิธีการนำมาประยุกต์ใช้กับการหาอินไซต์ลูกค้า
นักการตลาดสามารถใช้วิธีนี้ในการค้นหาคีย์เวิร์ดหรือข้อความ ที่อยู่ในเว็บไซต์ได้ เช่น [Intext:The Entrepreneur Forum 2026] ก็จะทำให้เราได้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง ที่อยู่ในส่วนของเนื้อหามากขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็คือ 8 เทคนิค การใช้ Google Search ไว้ขุดอินไซต์ลูกค้าแบบฟรี ๆ ที่เก่งไม่แพ้ Social Listening Tools และนักการตลาดสามารถลองนำไปใช้ตามได้แบบง่าย ๆ
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.