
สรุปฟีเจอร์ LINE Ads AI Agent ผู้ช่วยยิงแอด จบทุก Pain Points การตลาด ใช้ฟรีได้แล้ววันนี้
10 มี.ค. 2026
ทุกวันนี้ การยิงแอด หรือการโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นสกิลการทำงานสำคัญ ของคนทำงานด้านการตลาด มากที่สุดสกิลหนึ่ง
เพราะการยิงแอดเป็นกลยุทธ์จำเป็น สำหรับทำการตลาดให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของ Customer Journey ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ กระตุ้นการตัดสินใจ ไปจนถึงปิดการขาย

แต่การยิงแอดมี Pain Points อย่างหนึ่งคือ เป็นงานที่อาศัยทั้งสกิลและการใช้เวลาค่อนข้างมาก มีความเป็น Routine สูง จนเบียดบังเวลางานด้านครีเอทิฟ หรือการคิดไอเดียเจ๋ง ๆ ไปจนหมด
ล่าสุด LINE Ads เพิ่งจะมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ โดยเพิ่ม AI Agent มาช่วยให้การยิงแอดของนักการตลาด บนแพลตฟอร์มอย่าง LINE ทำได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ “ใช้ฟรี” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้
แล้ว AI Agent ของ LINE Ads มีความน่าสนใจอย่างไร MarketThink จะพาไปเจาะลึกกันในโพสต์นี้..
อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ AI Agent ของ LINE Ads คือ ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ช่วยจบทุกปัญหาของการยิงแอด ให้การยิงแอดบน LINE ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดย AI Agent จะเข้ามาช่วยในทุกขั้นตอนการทำงานของนักการตลาด ตั้งแต่การตั้งค่าแคมเปญ ออกแบบอาร์ตเวิร์ก คิดแคปชัน ไปจนถึงการทำรีพอร์ตเพื่อสรุปผล
ที่สำคัญคือใช้ฟรี เหมาะกับนักการตลาดทุกคน ที่ต้องยิงแอดบนแพลตฟอร์ม LINE เป็นประจำอยู่แล้ว
โดย AI Agent ของ LINE Ads มีความสามารถที่น่าสนใจอยู่ 3 ฟีเจอร์ด้วยกัน ได้แก่

1. Campaign AI Agent ช่วยปรับและตั้งค่าแคมเปญ ได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม
เริ่มด้วยฟีเจอร์แรก “Campaign AI Agent” เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่คอยแนะนำการสร้างแคมเปญโฆษณา และปรับการตั้งค่าให้อัตโนมัติ
เพียงใส่ Prompt ที่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและแคมเปญคร่าว ๆ แล้ว Campaign AI Agent จะช่วยแนะนำการสร้างแคมเปญ และปรับการตั้งค่าแคมเปญให้โดยอัตโนมัติ
โดยนักการตลาดทำหน้าที่เพียงแค่ใส่ข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับสินค้าและแคมเปญแบบคร่าว ๆ ตามขั้นตอน ได้แก่
1. บอกวัตถุประสงค์สำหรับการยิงแอด เช่น การเข้าชมเว็บไซต์ การเข้าถึง หรือการเพิ่มเพื่อน
2. ใส่ Landing Page URL ซึ่งเป็นลิงก์ของสินค้าหรือบริการที่จะใช้ในแคมเปญ
3. กำหนดงบประมูล Bidding ขั้นต่ำ
4. กำหนดงบประมาณรายวัน
5. ให้ระบบ Generate Setup ได้เลย
2. ใส่ Landing Page URL ซึ่งเป็นลิงก์ของสินค้าหรือบริการที่จะใช้ในแคมเปญ
3. กำหนดงบประมูล Bidding ขั้นต่ำ
4. กำหนดงบประมาณรายวัน
5. ให้ระบบ Generate Setup ได้เลย
แล้ว Campaign AI Agent จะสร้างแคมเปญให้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น
- การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม เช่น ช่วงอายุ เพศ และสถานที่
- กลยุทธ์การ Bidding ของการยิงแอด
- รวมถึงการตั้งค่าอื่น ๆ ของแคมเปญ รวมทั้งใส่ข้อมูลและรายละเอียดของสินค้า ให้มีความเหมาะสมกับข้อมูลที่นักการตลาดระบุไว้โดยอัตโนมัติ
- กลยุทธ์การ Bidding ของการยิงแอด
- รวมถึงการตั้งค่าอื่น ๆ ของแคมเปญ รวมทั้งใส่ข้อมูลและรายละเอียดของสินค้า ให้มีความเหมาะสมกับข้อมูลที่นักการตลาดระบุไว้โดยอัตโนมัติ
Campaign AI Agent จึงช่วยลดภาระงานของนักการตลาด ลดการทำงานยาก ๆ รวมถึงการทำความเข้าใจเครื่องมือหลังบ้านไปได้มาก เหมือนมี Strategy Consultant มืออาชีพมาคอยช่วยงาน
แต่ Campaign AI Agent ยังเปิดให้นักการตลาด สามารถรีวิวแคมเปญ และปรับเปลี่ยนการตั้งค่า ได้ด้วยตัวเองอีกครั้งตามความต้องการ ก่อนที่จะเริ่มแคมเปญจริง

2. Creative AI Agent ช่วยครีเอตคอนเทนต์ คิดไอเดียใหม่ ๆ แค่ใส่ลิงก์เว็บไซต์ของแบรนด์
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ คือ Creative AI Agent ที่ตอบโจทย์แบรนด์ SME มาก ๆ
เพราะจุดอ่อนที่แบรนด์ SME ขาด คือ การทำอาร์ตเวิร์ก หรือกราฟิกสวย ๆ เป็น Ad Asset สำหรับการยิงแอด
แต่ Creative AI Agent จะเข้ามาแก้ปัญหาข้อนี้ของแบรนด์ SME ได้ทันที เพียงแค่อัปโหลด Landing Page URL เข้าไป แล้ว Creative AI Agent จะช่วยสร้าง Ad Asset ที่พร้อมใช้งานให้ทันที
โดย Creative AI Agent จะวิเคราะห์เว็บไซต์ของเรา และดึง Material มาใช้ Generate เป็น Ad Asset ให้อัตโนมัติ พร้อมคิดคำโฆษณา (Copywriting) ที่เหมาะสม

3. Report AI Agent ตัวช่วยรายงานผลลัพธ์ ไม่ต้องอ่านข้อมูลเยอะ ๆ อีกต่อไป
ความสามารถสุดท้ายก็คือ Report AI Agent ที่ช่วยแก้ Pain Points ของนักการตลาด ที่ต้อง Export ไฟล์รีพอร์ตหลังจบแคมเปญ แล้วนำข้อมูลดิบที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งสกิลและเวลาสูงมาก
แต่ด้วยความสามารถของ Report AI Agent จะช่วยลดภาระงานของนักการตลาดในขั้นตอนนี้ไปได้มาก
เพราะ Report AI Agent จะใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ผลลัพธ์จากการโฆษณา พร้อมสรุปออกมาเป็น Insight ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ทันที
ตัวอย่าง Insight ที่ได้จากการวิเคราะห์ของ Report AI Agent ก็อย่างเช่น
ตัวชี้วัดพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการยิงแอด เช่น
- Click-Through Rate
- Conversion Rate
- Cost Per Metrics
- Return on Advertising Spend
- Campaign Efficiency
- Conversion Rate
- Cost Per Metrics
- Return on Advertising Spend
- Campaign Efficiency
การวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ เช่น
- การวิเคราะห์ Cost Per Friend (CPF) ของผู้ใช้งาน LINE ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโฆษณา เช่น ในแคมเปญนี้ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ชาย มีค่า Cost Per Friend (CPF) ต่ำกว่าผู้หญิงอยู่ 38%
หรือผู้ใช้งาน iOS มีอัตราการคลิก (Click-Through Rate) สูงกว่าผู้ใช้งาน Android เป็นต้น
ซึ่ง Insight ที่ได้จาก Report AI Agent ถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นการสรุปข้อมูลดิบให้นักการตลาดทำงานได้ง่ายขึ้น สามารถสรุปผลลัพธ์ที่ได้จากการยิงแอดได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องอ่านไฟล์ Excel ด้วยตัวเองอีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังทำให้นักการตลาดได้ข้อมูลสำคัญ ที่บอกได้ว่าการยิงแอดได้ผลอย่างไร มีอะไรที่ทำได้ดีอยู่แล้ว หรือมีอะไรที่ควรปรับปรุงในการยิงแอดครั้งต่อไป เพื่อทำให้แคมเปญมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากขึ้น
ทั้งหมดนี้ คือ 3 ความสามารถหลักของ LINE Ads AI Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จบทุกปัญหาการยิงแอด ตั้งแต่การตั้งค่าแคมเปญ ออกแบบอาร์ตเวิร์ก คิดแคปชัน ไปจนถึงการทำรีพอร์ตเพื่อสรุปผล

สำหรับนักการตลาดคนใดที่ยิงแอดผ่าน LINE อยู่แล้ว สามารถใช้ LINE Ads AI Agent ได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ที่ admanager.line.biz
#LINE
#LINEAds
#LINEAds