
สรุปวิธีใช้ “Gemini CLI” ลูกน้อง AI ช่วยทำงาน แบบฟรี ๆ คล้าย Claude Cowork
9 มี.ค. 2026
AI Agent คือ AI ที่ถูกพูดถึงมากช่วงนี้ เช่น Claude Cowork ที่สามารถทำงานกับไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ จนเหมือนกับว่าเรามีลูกน้องมาช่วยทำงานอีก 1 คน
รู้หรือไม่ว่า ทางฝั่งของ Gemini ก็มี AI ที่มีความสามารถคล้ายแบบนี้เหมือนกัน ชื่อว่า “Gemini CLI”
ที่สำคัญคือ ใช้งานฟรี แตกต่างจาก Claude Cowork ที่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือน
ที่สำคัญคือ ใช้งานฟรี แตกต่างจาก Claude Cowork ที่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือน
แล้ว Gemini CLI ใช้งานอย่างไร ? ทำอะไรได้บ้าง ? MarketThink สรุปมาให้แล้ว
ทั้งโมเดล
ทั้งโมเดล
- Gemini CLI เป็นเครื่องมือ AI ที่เปิดให้คนทั่วไปใช้ความสามารถของ Gemini Pro และโมเดล Flash บนคอมพิวเตอร์เราได้เลย
พอเป็นการติดตั้งลงเครื่องเราเลย ทำให้เราใช้ความสามารถของ Gemini กับไฟล์ต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็น
สั่งให้ Gemini CLI สร้างรูปภาพ แล้วเอาเข้าไปเก็บในไฟล์ที่เรากำหนดไว้ได้
สั่งให้ Gemini CLI รวบรวมข่าวล่าสุด แล้วสรุปเป็นไฟล์ให้เราอ่านได้
สั่งให้ Gemini CLI สร้างรูปภาพ แล้วเอาเข้าไปเก็บในไฟล์ที่เรากำหนดไว้ได้
สั่งให้ Gemini CLI รวบรวมข่าวล่าสุด แล้วสรุปเป็นไฟล์ให้เราอ่านได้
- วิธีติดตั้งและใช้งาน Gemini CLI
ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักฟีเชอร์ “Terminal” ที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทำได้กันก่อน
ฟีเชอร์ Terminal จะเป็นหน้าต่างที่เราสามารถ “พิมพ์สั่ง” เหมือนสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง โดยมีลักษณะหน้าตาเหมือนในหนังสายลับที่ตัวละครพิมพ์โคดรัว ๆ ดูล้ำ ๆ บนหน้าจอสีดำ
เพราะเราจะต้องเปิด Terminal เพื่อติดตั้ง Gemini CLI ก่อนถึงจะใช้งานได้
- สำหรับ Mac
วิธีเปิด Terminal ให้กดปุ่ม Command + Spacebar จากนั้นพิมพ์คำว่า Terminal แล้วกด Enter
วิธีเปิด Terminal ให้กดปุ่ม Command + Spacebar จากนั้นพิมพ์คำว่า Terminal แล้วกด Enter
- สำหรับ Windows
วิธีเปิด Terminal ให้กดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า PowerShell
วิธีเปิด Terminal ให้กดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า PowerShell
เมื่อเราเปิด Terminal ได้แล้ว ให้เราวางคำสั่งตามนี้ “npm install -g @google/gemini-cli”
จากนั้นระบบจะทำการติดตั้ง Gemini CLI ให้เราอัตโนมัติ
จากนั้นระบบจะทำการติดตั้ง Gemini CLI ให้เราอัตโนมัติ
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ให้เราพิมพ์คำว่า “Gemini” ลงไปใน Terminal เพื่อเปิด Gemini CLI จากนั้นให้ล็อกอินบัญชี Google
เพียงแค่นี้ เราก็จะใช้งาน Gemini CLI ได้แล้วนั่นเอง
- สำหรับวิธีการใช้งาน Gemini CLI
คือให้เราพิมพ์ Prompt เป็นภาษาพูดผ่าน Terminal ได้เลย คล้าย ๆ กับการใช้งาน Generative AI ทั่วไป
ซึ่งบนเว็บไซต์ทางการของ Google บอกเอาไว้ว่า เราสามารถสั่งการ Gemini CLI ได้หลัก ๆ 7 ประเภทการใช้งาน ได้แก่
1. จัดการไฟล์/โฟลเดอร์
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI อ่าน, เขียน, ลิสต์ชื่อไฟล์, ค้นหาไฟล์ รวมถึงแก้ไขข้อความในไฟล์ได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI อ่าน, เขียน, ลิสต์ชื่อไฟล์, ค้นหาไฟล์ รวมถึงแก้ไขข้อความในไฟล์ได้
2. ค้นหาข้อมูล
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI ค้นหาข้อมูลผ่าน Google แล้วไปดึงเนื้อหาจากหน้าเว็บไซต์มาสรุปให้เราอ่านได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI ค้นหาข้อมูลผ่าน Google แล้วไปดึงเนื้อหาจากหน้าเว็บไซต์มาสรุปให้เราอ่านได้
3. วิเคราะห์โคด/โปรเจกต์
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI วิเคราะห์โครงสร้างงานในโฟลเดอร์ เพื่อหาข้อผิดพลาดได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI วิเคราะห์โครงสร้างงานในโฟลเดอร์ เพื่อหาข้อผิดพลาดได้
4. ค้นหาเนื้อหาเชิงลึก
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI สแกนหา “คำเฉพาะ” ที่ซ่อนอยู่ในไฟล์ในเครื่องของเราได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI สแกนหา “คำเฉพาะ” ที่ซ่อนอยู่ในไฟล์ในเครื่องของเราได้
5. สั่งงานระบบคอมพิวเตอร์
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI รันคำสั่งคอมพิวเตอร์ได้เอง เช่น รันโปรแกรมอื่น ๆ บนคอมพิวเตอร์ได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI รันคำสั่งคอมพิวเตอร์ได้เอง เช่น รันโปรแกรมอื่น ๆ บนคอมพิวเตอร์ได้
6. บันทึกความจำ
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI จดจำข้อมูลส่วนตัวหรือสไตล์งานของเราเอาไว้ใช้ครั้งหน้าได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI จดจำข้อมูลส่วนตัวหรือสไตล์งานของเราเอาไว้ใช้ครั้งหน้าได้
7. วางแผนงาน
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI สร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ คล้าย ๆ To Do Lists จากสิ่งที่เราเคยคุยกับ Gemini CLI ก่อนหน้านี้ได้
เราสามารถ Prompt ให้ Gemini CLI สร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ คล้าย ๆ To Do Lists จากสิ่งที่เราเคยคุยกับ Gemini CLI ก่อนหน้านี้ได้
ที่เจ๋งก็คือ เราจะสามารถใช้ 7 แนวทางการใช้งานตรงนี้พร้อม ๆ กันในคำสั่งเดียวได้ด้วย
ยกตัวอย่างเช่น การ Prompt ว่า ค้นหาข้อมูลบน Google เกี่ยวกับข่าวการเงินวันนี้ และบันทึกข้อมูลที่น่าสนใจไว้ในไฟล์ชื่อ finance-news-today.txt
จากนั้น Gemini CLI ก็จะรวบรวมข่าวที่น่าสนใจ และทำออกมาให้เราในไฟล์ที่เรากำหนดนั่นเอง..
นอกจากนี้ Gemini CLI ยังสามารถเชื่อมต่อไปที่เครื่องมือภายนอกต่าง ๆ เช่น Google Drive, WordPress หรือแม้แต่ Canva ได้ด้วย คล้าย ๆ ความสามารถของ Claude Cowork
ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า พอ Gemini CLI สามารถเข้าถึงไฟล์ในเครื่องของเราได้ขนาดนี้
แล้วถ้าเกิด AI เผลอไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของเราเอง จะทำอย่างไร ?
แล้วถ้าเกิด AI เผลอไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของเราเอง จะทำอย่างไร ?
คำตอบคือ ถ้าเรามีการสั่งที่ค่อนข้างเซนซิทิฟเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ อย่าง “การสร้างโฟลเดอร์” หรือ “การเขียนไฟล์”
Gemini CLI จะหยุดทำงานเพื่อถามหาการอนุญาตจากเราก่อนเสมอ
Gemini CLI จะหยุดทำงานเพื่อถามหาการอนุญาตจากเราก่อนเสมอ
ดังนั้นถ้าเราไม่อนุญาต ทาง Gemini ก็จะไม่ทำงานเกินคำสั่ง
สุดท้ายนี้ ในตอนนี้ Google จะเปิดให้เราใช้ Gemini CLI ได้ฟรี ๆ แต่จะจำกัดการประมวลผลไว้ที่ 1 ล้าน Tokens
ซึ่งปกติแล้ว ถ้าเราส่งคำถามให้ AI ประมวลผล จะต้องใช้ 1 Token ต่อ 1 ตัวอักษร (ภาษาอังกฤษ) หรือถ้ารูปแบบข้อมูลเป็นรูปภาพก็จะใช้ Token ในการประมวลผลเยอะขึ้น
หมายความว่า น่าจะสามารถส่งหนังสือเป็นเล่ม ๆ ให้ AI ประมวลผลได้แบบฟรี ๆ เลยนั่นเอง..