
สรุป การตลาด แสนสิริ “นาราสิริ บรมราชชนนี” ขายบ้านเดี่ยว Ultra Luxury ราคาเริ่มต้น 55-120 ล้านบาท
16 มี.ค. 2026
- ในโลกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำเล จังหวะเวลา และชื่อชั้นของแบรนด์ คือ 3 ตัวแปรสำคัญที่ตัดสินความสำเร็จของโครงการ
และในพอร์ตของแสนสิริ ก็มีอยู่หนึ่งแบรนด์ที่ไม่ได้ถูกเปิดตัวบ่อย ๆ เพราะจะถูกใช้ก็ต่อเมื่อทุกอย่างลงตัวจริง ๆ ทั้งทำเล และจังหวะที่เหมาะสม แบรนด์นั้นก็คือ “นาราสิริ”
ล่าสุด แบรนด์นี้กำลังกลับมาอีกครั้งบนทำเลฝั่งธนฯ กับโครงการนาราสิริ บรมราชชนนี บ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์น่าจับตา
แล้ว นาราสิริ บรมราชชนนี มีดีเทลอะไรที่น่าสนใจบ้าง MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้..
ความน่าสนใจของ นาราสิริ บรมราชชนนี เริ่มตั้งแต่ First Impression ด้วยการออกแบบ Main Gate ซึ่งเป็นซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่
ให้มีความสูงเทียบเท่าตึก 3 ชั้น หน้ากว้างกว่า 100 เมตร ทำให้สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น
ประกอบกับการออกแบบโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากสถาปัตยกรรมยุค Regency ของอังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสมมาตร และความสง่างามเหนือกาลเวลา ทำให้โครงการนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก
และด้วยจำนวนเพียง 77 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ จึงมั่นใจได้ว่าผู้อยู่อาศัยจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่
นอกจากนี้โครงการ นาราสิริ บรมราชชนนี ยังมีจุดเด่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น
- พื้นที่ส่วนกลางรวมกว่า 10 ไร่ พร้อม Clubhouse และสวนสไตล์อังกฤษที่ประณีตในทุกจุด
- ระบบสายไฟลงดิน 100% ทั้งโครงการ เพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม
- บ้านแต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 570-843 ตารางเมตร รองรับที่จอดรถได้สูงสุดถึง 11 คัน ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ และนักสะสมรถยนต์
นอกจากนี้ อีกหนึ่งความน่าสนใจ ของโครงการนี้คือ “ทำเล” เพราะโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่อย่าง บรมราชชนนี ที่เดินทางสะดวกเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นในได้ง่าย
ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก
โดย นาราสิริ บรมราชชนนี มีราคาเริ่มต้นประมาณ 55-120 ล้านบาท ด้วยราคาระดับนี้ ทำให้นาราสิริ บรมราชชนนี มีกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจคือ ไม่แข่งขันด้วยการลดราคา
เนื่องจากก่อนจะสร้างแต่ละโครงการ แสนสิริ ใช้เวลาศึกษาอินไซต์จากกลุ่มเป้าหมายนาน 3-5 ปี
ว่าลูกค้าเป็นใคร ? มีพฤติกรรมอย่างไร ? หรือต้องการอะไรมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตบ้าง
ซึ่งจากการรีเซิร์ชของแสนสิริก็พบว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury นั้น แบ่งกลุ่มลูกค้าจากทำเลได้เป็น
- โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก เช่น ย่านกรุงเทพกรีฑา
มีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จเร็ว อายุประมาณ 30-40 ปี มีครอบครัวขนาดเล็ก อาชีพส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรืออาชีพเฉพาะทาง อย่างเช่น แพทย์
ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ มักตัดสินใจซื้อค่อนข้างเร็ว กล้าใช้จ่ายเพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็ก มักเลือกซื้อบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนเพื่อความสะดวก
- โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก เช่น ย่านราชพฤกษ์-บรมราชชนนี
มีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ระดับกงสี ที่อาศัยอยู่ร่วมกันหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ไปจนถึงรุ่นหลาน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเจ้าของโรงงานในย่านนั้น
ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ มักใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนานกว่าโซนตะวันออก เพราะต้องพาคนทั้งครอบครัวมาดูและปรึกษากันก่อน
อีกทั้งบางครอบครัวต้องการซื้อบ้าน 2 หลังติดกัน เพื่อให้ครอบครัวใหญ่อยู่ใกล้กัน หากจองบ้านติดกันไม่ทันตามแผน ก็อาจถึงขั้นเปลี่ยนใจยกเลิกการซื้อไปเลย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าจากโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก หรือกรุงเทพฯ ตะวันตก ทั้ง 2 กลุ่มมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน
นั่นคือ การเลือกซื้อบ้านจากคุณค่าของดิไซน์ แบรนด์ และบริการที่ได้รับ มากกว่าจะมาดูเรื่องของราคา
พอเป็นแบบนี้ แสนสิริจึงเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ไม่ลดราคา เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด แม้คู่แข่งจะให้พื้นที่ใหญ่กว่าหรือราคาถูกกว่า เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ใช้ราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจนั่นเอง
ทั้งหมดนี้ คือดีเทลความน่าสนใจทั้งหมดของ นาราสิริ บรมราชชนนี หนึ่งในแฟล็กชิปสำคัญของ Sansiri Luxury Collection
อ้างอิง :
- ข่าวประชาสัมพันธ์จาก บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)