เจาะลึก T77 Community เมื่อแสนสิริเปลี่ยน 50 ไร่ใจกลางกรุง ให้เป็นเมืองต้นแบบพลังงานสะอาด

เจาะลึก T77 Community เมื่อแสนสิริเปลี่ยน 50 ไร่ใจกลางกรุง ให้เป็นเมืองต้นแบบพลังงานสะอาด

17 เม.ย. 2026
ในวันที่คำว่า “Net Zero” กลายเป็นเป้าหมายระดับโลก หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของอนาคตที่ไกลตัว แต่ใจกลางสุขุมวิท 77 บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ที่ชื่อว่า T77 Community ภาพนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง แสนสิริไม่ได้เพียงแค่สร้างโครงการที่พักอาศัย แต่กำลัง “สร้างระบบนิเวศ” การใช้ชีวิตที่ความยั่งยืน และถักทอเข้ากับกิจวัตรประจำวันของผู้คนอย่างแนบเนียน จนแทบแยกไม่ออก
ความท้าทายที่สุดของ ESG ในภาคอสังหาหาริมทรัพย์ ไม่ใช่การสร้างโครงการใหม่ให้เขียว แต่คือการกลับไปจัดการโครงการเดิม (Existing Assets) ให้ยั่งยืนขึ้น แสนสิริจึงใช้ T77 Community ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญคือการร่วมมือกับพันธมิตรระดับแนวหน้าอย่าง BCPG และ ION Energy เพื่อเปลี่ยน “พื้นที่จำกัด” ให้กลายเป็น “แหล่งพลังงานสะอาด” โดยการอัปเกรดแผงโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สวยงาม แต่คือการพิสูจน์ว่า Efficiency คือกุญแจสำคัญ แม้ในพื้นที่เท่าเดิม อาทิ ในพื้นที่ของฮาบิโตะ มอลล์ ที่มีการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้มากขึ้นถึง 328.5% ซึ่งลดค่าไฟได้กว่า 30% ต่อเดือน
จินตนาการถึงลานจอดรถที่ไม่ใช่แค่ที่พักรถ แต่เป็น “หลังคาผลิตไฟ” ที่ช่วยลดคาร์บอนได้เกือบ 5 หมื่นกิโลกรัมต่อเดือน หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 3,300 ต้น และการเดินทางเชื่อมต่อด้วย EV Shuttle Bus ที่ทำให้เสียงและควันเครื่องยนต์สันดาปหายไป เปลี่ยนจากสิ่งเหล่านั้นเป็นอากาศที่สะอาดขึ้นให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการและเด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติได้สูดดมอย่างสบายใจ
T77 Community ประกอบไปด้วย คอมมูนิตี้ มอลล์, สิริ แคมปัส (สำนักงานใหญ่ของแสนสิริ) โครงการที่อยู่อาศัยจากแสนสิริ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮมรวม 9 โครงการและโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ ทั้งหมดนี้คือ “Green Living Ecosystem” ที่ใหญ่ที่สุดและเห็นผลเป็นรูปธรรมที่สุด ที่ซึ่ง “การรักษ์โลก” เป็น “สิทธิพิเศษ” ของผู้อยู่อาศัยที่ได้รับจากนวัตกรรมที่แสนสิริตั้งใจส่งมอบ
หัวใจสำคัญของการเป็นโมเดลต้นแบบคอมมูนิตี้ยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการทำให้ “การรักษ์โลก” เป็นเรื่องเดียวกับ “การใช้ชีวิต” โดยผสานนวัตกรรมเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านอย่างกลมกลืน พร้อมจับมือกับพันธมิตรด้านพลังงานระดับแถวหน้า เพื่อร่วมกันสร้างความยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นได้จริงในทุกตารางเมตร ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
ยกระดับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งใหญ่ ผ่านการผนึกกำลังกับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG โดยการอัพเกรดประสิทธิภาพแผ่นโซลาร์เซลล์ให้เป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ภายใต้พื้นที่จำกัดเท่าเดิมแต่สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์จาก สิริ แคมปัส ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้นจากเดิมถึง 56%* รวมถึงคอมมูนิตี้ มอลล์ อย่างฮาบิโตะ มอลล์ที่มีการปรับปรุงแผงโซลาร์เดิมและติดตั้งเพิ่มในอาคารใหม่ จนสามารถทำให้ผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 328.5% ช่วยลดการพึ่งพาไฟจากการไฟฟ้าและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
และนอกจากการติดตั้งบนหลังคาแล้ว แสนสิริยังคิดนอกกรอบ มองหาโอกาสในทุกตารางเมตรที่มักถูกมองข้าม ให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตพลังงานสะอาดได้โดยไม่เบียดเบียนพื้นที่ใช้สอยอื่น โดยร่วมมือกับ ไอออน เอนเนอร์ยี่ (ION) ในการเปลี่ยนพื้นที่ลานจอดรถให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน โดยการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาลานจอดรถสำนักงานใหญ่ของแสนสิริ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดได้กว่า 10,832.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับการช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้กว่า 51,128 บาท* ที่สำคัญที่สุดคือการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 47,750 กิโลกรัมคาร์บอนต่อเดือน
พร้อมขับเคลื่อนสู่ Low-Carbon Transportation เพื่อให้ T77 เป็นคอมมูนิตี้ที่อากาศสะอาดที่สุด แสนสิริจึงยกระดับระบบขนส่งภายในโครงการให้เข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว อาทิ EV Shuttle Bus ยกระดับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างโครงการและรถไฟฟ้าด้วยรถบัสรับส่งไฟฟ้า 100% ซึ่งช่วยตัดวงจรการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทำให้คนในคอมมูนิตี้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดมากขึ้น รวมถึง EV Infrastructure เตรียมความพร้อมสู่อนาคตด้วยการวางระบบจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า กระจายตามจุดสำคัญ ทั้ง สิริ แคมปัส, ฮาบิโตะ มอลล์, โครงการที่อยู่อาศัย และโรงเรียนนานาชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้ลูกบ้านและพนักงานเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน
และเมื่อเร็วๆ นี้ สิริ แคมปัส ผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ในโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร จัดโดยการไฟฟ้านครหลวงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานควบคู่กับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร โดยสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น ทั้งด้านการใช้พลังงานและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงมาตรฐานคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ที่ครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญ เช่น CO₂, PM2.5 และสารระเหย (TVOC) ตอกย้ำแนวทางการพัฒนาอาคารที่ตอบโจทย์ทั้ง “การประหยัดพลังงาน” และ “สุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน”
ทั้งหมดนี้ คือบทพิสูจน์ความสำเร็จของแสนสิริที่ลงมือทำจริงจนกลายเป็น “ต้นแบบแห่งการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน” และความสำเร็จจาก T77 Community นี้จะถูกนำไปต่อยอดใช้กับทุกโครงการของแสนสิริในอนาคต เพื่อตอกย้ำว่าทุกย่างก้าวของการอยู่อาศัยภายใต้แบรนด์แสนสิริ คือการมีส่วนร่วมสร้างโลกที่สะอาดและยั่งยืนอย่างแท้จริง
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.