วิเคราะห์กลยุทธ์ B-Quik กับ Inclusive Marketing ที่เปลี่ยน “Brand Visibility” สู่ “Brand Sensibility”  เมื่อการทำให้คนรู้สึก สำคัญกว่าแค่ให้คนมองเห็น

วิเคราะห์กลยุทธ์ B-Quik กับ Inclusive Marketing ที่เปลี่ยน “Brand Visibility” สู่ “Brand Sensibility” เมื่อการทำให้คนรู้สึก สำคัญกว่าแค่ให้คนมองเห็น

27 เม.ย. 2026
ฟุตบอลคือ “กีฬาของทุกคน” และเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก
ทำให้แบรนด์ส่วนใหญ่มักเลือกเข้าไปจับจองพื้นที่เพื่อสร้างความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นโลโก้บนเสื้อแข่ง หรือป้ายโฆษณาต่างๆ รอบสนาม
แต่สำหรับแคมเปญล่าสุดจาก B-Quik ทั้ง “ i am ABLE ” และ “ The Visible Match ”
พวกเขาเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ต่างออกไป แทนที่จะทุ่มงบไปกับการเพิ่มป้ายหรือขยายขนาดโลโก้ให้ใหญ่ขึ้น แบรนด์กลับเลือกที่จะ “เพิ่มพื้นที่การมีส่วนร่วม” ให้กับกลุ่มแฟนบอลผู้พิการ ในแมตช์การแข่งขันตัดสินชะตา AFC Asian Cup 2027 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา
แคมเปญ  i am ABLE คือการพากลุ่มแฟนบอลผู้พิการ ซึ่งประกอบด้วยผู้พิการทางการเห็น และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว รวม 11 ชีวิต มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินลงสนามไปพร้อมกับนักเตะทีมชาติไทยในฐานะ Player Escort พร้อมสารคดีสั้น i am ABLE Empowering Documentary ที่บอกเล่าเรื่องราวและยกย่องเหล่าแฟนบอลทีมชาติไทยที่ก้าวข้ามทุกเงื่อนไขของร่างกาย และใช้หัวใจเชียร์ฟุตบอล

และแคมเปญ The Visible Match B-Quik ได้ขยับบทบาทตัวเองจากการเป็นสปอนเซอร์หลัก สู่การเป็น Experience Designer หรือผู้ออกแบบประสบการณ์อย่างแท้จริง ผ่านการจัดบรรยายสดฟุตบอลเพื่อแฟนบอลผู้พิการทางการเห็นโดยเฉพาะขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย ที่เติมเต็มการพากย์แบบปกติ ให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดที่เกิดขึ้นในสนามได้แบบวินาทีต่อวินาที เก็บครบทุกรายละเอียด ตลอด 90 นาที ให้แฟนบอลผู้พิการทางการเห็นที่เชียร์อยู่ข้างสนาม ได้ “เห็นเกม” ไปพร้อมๆ กับแฟนบอลทุกคน พร้อม Live broadcast ไปทั่วประเทศ ให้ผู้พิการทางการเห็นที่อยู่ทางบ้านได้ร่วมเชียร์ทีมชาติไทยไปพร้อมกัน
นี่คือจุดที่น่าสนใจในแง่ของกลยุทธ์การตลาด เพราะมันคือการเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค จากเดิมที่กลยุทธ์ส่วนใหญ่เน้นให้คน “มองเห็นแบรนด์” (Brand Visibility) ก้าวไปสู่การทำให้คน “รู้สึกถึงแบรนด์” (Brand Sensibility)
ซึ่งความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งในรูปแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่แบรนด์ประกาศว่าตัวเองดีแค่ไหน แต่เกิดจากการลงมือทำ และเลือกที่จะมอบ ‘ประสบการณ์ที่ดี’ ให้กับผู้คนอย่างมีความหมาย
ทั้ง 2 แคมเปญจาก บี-ควิก จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ในยุคที่ทุกคนต่างแย่งชิงพื้นที่สื่อ
บางครั้งการยอม "แชร์พื้นที่" และ "สร้างการมีส่วนร่วม" (Inclusive Marketing) กลับช่วยขับเน้นตัวตน และบทบาทของแบรนด์ให้ชัดเจน ทรงพลัง และเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้คนได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
#BQuik #iamABLE #TheVisibleMatch #ก้าวข้ามทุกเงื่อนไขใช้หัวใจเชียร์
#BQuikXChangsuek  #ฟุตบอลไทย 
#InclusiveMarketing #PositiveImpact
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.