การตลาด “เก้าอี้ตาแสวง” หยิบสินค้าบ้าน ๆ มาสร้าง Branding จนเป็นไอเทมฮิตติดบ้าน

การตลาด “เก้าอี้ตาแสวง” หยิบสินค้าบ้าน ๆ มาสร้าง Branding จนเป็นไอเทมฮิตติดบ้าน

5 พ.ค. 2026
หลายคนน่าจะเคยเห็นเก้าอี้เพื่อสุขภาพที่มีลักษณะเป็นแท่นไม้ ๆ ที่เอาไว้ขึ้นไปยืน เพื่อคลายเส้นเหมือนในภาพประกอบของบทความนี้ผ่านตากันมาบ้าง
เก้าอี้แบบนี้เป็นสินค้าที่มีคนทำมาขายแล้วหลายสิบปี แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีคนหยิบมาทำเป็นแบรนด์ขายกันอย่างจริงจัง นั่นคือ “เก้าอี้ตาแสวง”
โดยขายบนช่องทางออนไลน์ทั้ง Facebook, TikTok Shop, Shopee จนตอนนี้มีกระแสตอบรับดีมากแทบจะทุกช่องทาง
- Facebook บัญชี “บริษัทเก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง จำกัด” มีผู้ติดตาม 85,000 คน
- Shopee บัญชี “บริษัทเก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” มีผู้ติดตาม 32,400 คน
- TikTok บัญชี “เก้าอี้มหัศจรรย์คุณตาแสวง” มีผู้ติดตาม 32,300 คน
ซึ่งถ้านับเฉพาะแค่ยอดขาย “เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” จากตัวเลขที่รายงานอยู่บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ จะเห็นว่ามียอดขายรวมกันเป็นแสน ๆ ตัว ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก
แล้วการตลาดของเก้าอี้ตาแสวงเป็นอย่างไร ? ทำไมแมสและขายดีขนาดนี้ ?
MarketThink ชวนทุกคนมาวิเคราะห์กัน
เก้าอี้ตาแสวง มีจุดเริ่มต้นมาจาก คุณตาแสวง-แสวง บุญชัยเดช ที่ได้นำไอเดียการทำเก้าอี้เพื่อสุขภาพจากคุณปู่ที่เป็นชาวจีนจากซัวเถามาประดิษฐ์ใช้เอง เพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้ภรรยาเมื่อหลายสิบปีก่อน
ซึ่งเก้าอี้เพื่อสุขภาพที่ว่าก็มีลักษณะเหมือนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ทุกประการ มีลักษณะเป็นแท่นเหยียบปรับได้
2 ระดับ คือ 45 และ 50 องศา
วิธีใช้คือปรับระดับองศาของเก้าอี้ให้ตรงกับร่างกายของตัวเอง
ถ้ายืดขาได้เยอะก็ใช้ 50 องศา แต่ถ้ายืดขาได้น้อยใช้ 45 องศา จากนั้นให้ขึ้นไปยืนพร้อมทำท่าทางต่าง ๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อ
เมื่อภรรยาของคุณตาใช้เก้าอี้เพื่อสุขภาพแล้วดีขึ้น เก้าอี้ตัวนี้ก็เริ่มเป็นที่พูดถึงในชุมชนที่คุณตาแสวงอาศัยอยู่ ก่อนที่คุณตาจะเริ่มทำมาขายจริงจังในช่วงปี พ.ศ. 2537
คุณตาแสวงดำเนินธุรกิจเก้าอี้เพื่อสุขภาพมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอจุดเปลี่ยนในช่วงที่คุณเจ-ณัฐวัฒน์ พุ่มบุญทริก หรือลูกเขยของคุณตา ได้เข้ามาบริหารงาน และมีการเอากลยุทธ์การตลาดของยุคนี้มาปรับใช้
ก่อนที่แบรนด์จะแมส จนมียอดขายหลายหมื่นหลายแสนตัวเหมือนตอนนี้
โดยการบริหารงาน และกลยุทธ์การตลาดที่ว่า ได้แก่
1. หยิบสินค้าบ้าน ๆ มาสร้าง Branding ก่อนคนอื่น
แม้คนไทยรู้จักเก้าอี้แบบนี้ดีอยู่แล้ว แต่ในตลาดยังไม่มีคนทำแบรนด์อย่างจริงจัง
ดังนั้นถ้าทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ได้เยอะ ๆ ไว้ก่อน ในเคสที่ลูกค้าอยากได้เก้าอี้เพื่อสุขภาพแบบนี้ ลูกค้าก็จะนึกถึงชื่อ “เก้าอี้ตาแสวง” เป็นชื่อแรก ๆ เหมือนเป็น Top of Mind ได้ทันทีแบบแทบจะไม่มีคู่แข่ง
2. สร้างความแตกต่างด้วยมาตรฐาน
ในยุคแรก ๆ คุณตาแสวงผลิตเก้าอี้ด้วยการให้ชาวบ้านในชุมชนเป็นคนผลิตให้ ส่วนคุณตาจะรับหน้าที่ตรวจมาตรฐานและเอาไปขายต่อ ทำให้คุณภาพสินค้าอาจจะออกมาไม่เป๊ะมาก
แต่พอเป็นยุคของคุณเจ ได้มีการทำโรงงานผลิตเองที่ควบคุมมาตรฐานแบบจริงจัง ทำให้เก้าอี้ทุกตัว กางแล้วต้องทำมุม 45 และ 50 องศาแบบไม่เบี้ยว
พร้อมพัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ รวมถึงออกสินค้ารุ่นใหม่ ๆ มาเยอะมาก มีการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในการทำคู่มือการใช้งานเก้าอี้แบบถูกวิธีมาแถมให้ลูกค้าทุกออร์เดอร์
รวมถึงมีการทำรุ่นพิเศษที่สามารถรับน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมได้ และมีการเพิ่มสีเก้าอี้ให้ลูกค้าเลือกเยอะขึ้น เช่น เก้าอี้โทนสีพาสเทล
ทำให้ภาพรวมของตัวสินค้ามีความพรีเมียมขึ้น และสร้างความแตกต่างจากเก้าอี้สุขภาพทั่วไปในตลาด แม้ว่าจะขายในราคาตัวละ 890 บาทก็ยังเป็นที่สนใจ และยังตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายกลุ่มมากขึ้นด้วย
3. สร้าง Awareness ด้วยคอนเทนต์ และเพิ่มยอดขายด้วย Affiliate
จากตัวเลขผู้ติดตามข้างต้นของบทความ เราก็น่าจะเดาได้ว่าเก้าอี้ตาแสวง ทำให้คนรู้จักได้ด้วย “คอนเทนต์” ได้เก่งมาก ๆ
ซึ่งเก้าอี้ตาแสวงชอบทำคอนเทนต์ออร์แกนิกแนวให้ความรู้ (Educate) ให้ลูกค้ารู้จักวิธีการใช้เก้าอี้ พร้อม ๆ กับบรรยายสรรพคุณว่าเก้าอี้ช่วยอะไรบ้าง
คอนเทนเหล่านี้จะทำหน้าที่ช่วยสร้าง Awareness ให้คนรู้จักแบรนด์เยอะ ๆ
ซึ่งก็ได้ผลดีมาก ๆ เพราะมีคลิปแมส ๆ และเป็นไวรัลเยอะ เช่น คลิปแนะนำเก้าอี้ตาแสวงบน TikTok มียอดรับชมกว่า 2.1 ล้านครั้ง
ที่น่าสนใจคือ คุณเจได้มีการเอาระบบ Affiliate หรือเปิดโอกาสให้คนทั่วไปทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเก้าอี้ตัวนี้แล้วปักตะกร้า ซึ่งถ้าขายได้ คนทำคอนเทนต์ก็จะได้ส่วนแบ่งจากยอดขายด้วย
ผลปรากฏว่า มีอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง รวมถึงลูกค้าทั่วไป ทำคอนเทนต์แล้วปักตะกร้าเก้าอี้ตัวนี้เต็มไปหมด และในส่วนของเอนเกจเมนต์ก็ดีมาก ๆ หลายคลิปมียอดวิวเป็นล้านครั้ง เช่น
- คลิป 8 ท่าพิชิตเก้าอี้ ของผู้ใช้งาน TikTok ท่านหนึ่ง มียอดรับชม 1.2 ล้านครั้ง
- คลิปรีวิวเก้าอี้ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยคุณกัน จอมพลัง มียอดรับชมกว่า 1.8 ล้านครั้ง
ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้แบรนด์มียอดขายรวมกันทุกช่องทางเป็นแสน ๆ ตัว แม้จะเพิ่งปั้นแบรนด์มาแค่ไม่กี่ปีนั่นเอง
นอกเหนือจากกลยุทธ์เหล่านี้แล้ว อีกปัจจัยที่ทำให้แบรนด์แมสขึ้นมา ก็อาจจะมีส่วนมาจากเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง คนออกมาวิ่ง มาออกกำลังกายเยอะขึ้น
ดังนั้นเก้าอี้ที่ช่วยยืดเหยียดหลังออกกำลังกายได้ดี เลยได้รับความสนใจเยอะขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง
มาถึงตรงนี้เคสของ เก้าอี้ตาแสวง ก็นับเป็นกรณีศึกษาที่ดีเลยว่าสินค้าบ้าน ๆ ที่เรามองเห็นมันจนชิน
ถ้าเอาเรื่องการตลาด หรือ Branding มาจับ ก็มีโอกาสขายดีเหมือนเคสนี้ได้
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.