กางโรดแมป 3 ปี TDH Dental จัดทัพธุรกิจรับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness เร่งขยายสาขาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสู่บริษัทมหาชน

กางโรดแมป 3 ปี TDH Dental จัดทัพธุรกิจรับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness เร่งขยายสาขาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสู่บริษัทมหาชน

7 ก.ค. 2026
ในยุคที่ธุรกิจคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมแข่งขันสูง TDH Dental ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) จากความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 50,000 เคส ตอกย้ำด้วยมาตรฐานระดับสากล
ล่าสุด ประกาศแผน 3 ปี เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้วยแผนการเติบโตครั้งสำคัญ รุกขยายสาขาใหม่ ยกระดับแบรนด์สู่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมชั้นนำของประเทศ พร้อมเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างยั่งยืน
ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ TDH Dental และ การยกระดับมาตรฐานบริการทันตกรรมของประเทศไทยว่า TDH Dental เติบโตอย่างต่อเนื่องบนเส้นทาง 20 ปี ภายใต้แนวคิด 20 Years of Trusted Smiles หรือ 20 ปีแห่งรอยยิ้มที่ได้รับความไว้วางใจ
โดยได้พิสูจน์ตัวเองจากผู้บุกเบิกคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อ สู่การเป็นผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่เข้ามาให้ดูแลรอยยิ้ม มากกว่า 50,000 เคส
สะท้อนผ่านความสำเร็จจากมาตรฐาน ISO 9001:2015 ได้รับรางวัลการันตี Red Diamond Provider 2024 และรางวัล Blue Diamond Provider  2025 จาก Align Technology ภายในงาน 2026 Align Southeast Asia Forum ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้เข้ารับบริการจำนวนมากที่ไว้วางใจให้ TDH Dental ดูแลรอยยิ้มด้วยเทคโนโลยีการจัดฟันใส Invisalign
ที่ผ่านมา TDH Dental  สามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดทันตกรรมในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2-3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว 13–15% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรม Medical & Wellness โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากทำฟันเพื่อการใช้งานเป็นความต้องการเน้นผลลัพธ์ความงามที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว  (Wellness & Longevity)
-โรดแมป 3 ปี รายได้แตะ 500 ล้านบาท เตรียมยกระดับสู่บริษัทมหาชน
ความสำเร็จของ TDH Dental ในช่วง 20 ที่ผ่านมา ทันตแพทย์เรืองยศกล่าวว่า มาจากการรักษาจุดยืนความเป็นเลิศด้านบริการ นำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาช่วยประเมินและติดตามผลการรักษาแบบเรียลไทม์ และการร่วมมือกับพันธมิตร….เอเพล็กซ์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมไปถึงการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และกลุ่มผู้ชายที่หันมาใส่ใจเรื่องรอยยิ้มและบุคลิกภาพมากขึ้น ผ่านการทำตลาดแบบเจาะกลุ่มรายบุคคลมากยิ่งขึ้น3
ภายใต้แผนธุรกิจและการขยายการลงทุนในระยะเวลา 3 ปี มีทั้ง แผนการขยายสาขาใหม่ เฉลี่ยปีละ 3-4 สาขา ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตบนทำเลที่มีศักยภาพ และห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม เช่น สาขาเซ็นทรัล ดุสิตปาร์ค สาขาทองหล่อ สาขาปุณณวิถี สาขาราชพฤกษ์ และ สาขาไอคอนสยามเป็นต้น
รวมทั้งการขยายเครือข่ายศูนย์ทันตกรรมไปยังหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับอุปสงค์จากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ทันตแพทย์เรืองยศ กล่าวว่า TDH Dental มุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งมิติการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการวางโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการองค์กรที่โปร่งใสตามหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance)
ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลา และเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 3 ปี โดยมีเป้าหมายนำเงินทุนมาสนับสนุนแผนการขยายสาขาและพัฒนาศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์สู่แบรนด์ทันตกรรมระดับภูมิภาคในอนาคต
-เจาะลึกโมเดลธุรกิจ TDH Dental
โมเดลธุรกิจของ TDH Dental จากจุดเริ่มต้นคลินิกทันตกรรม จากนั้นยกระดับสู่การวางตำแหน่งเป็น Premium & Specialized Dental Clinic ที่โดดเด่นด้านการจัดฟันใส (Invisalign) มากกว่า 7,000 เคส พร้อมได้รับรางวัลการันตีต่างๆมากมาย และ สร้างรอยยิ้มแบบองค์รวม
คุณวิภาวดี อ่อนสอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อจำกัด กล่าวว่า โมเดลธุรกิจ ของ TDH Dental เน้นการมอบรอยยิ้มที่มั่นใจและสุขภาพช่องปากที่ดี ผ่าน ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีระดับโลก ในบรรยากาศการรับบริการระดับพรีเมียม
หัวใจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 ปีที่ผ่านมา มาจากการรักษามาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุดในด้านความแม่นยำ รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยใน 4 มิติ คือ
1. Fully Digital Dentistry ที่เข้ามาพลิกโฉมจากทันตกรรมแบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
2. เครื่องสแกนฟัน iTero Element 5D
3.การออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคนิค Aesthetic Norms เพื่อคำนวณความสมดุลของสัดส่วนใบหน้าเฉพาะบุคคล
และ 4. CBCT (3D CT Scan) เพื่อใช้วิเคราะห์โครงสร้างฟัน กระดูกขากรรไกร และสัดส่วนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 4 มิตินี้ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกคลินิก และเป็นคุณภาพด้านการให้บริการที่นำไปสู่การบอกต่อ (Word-of-Mouth) โดยเป็นการสื่อสารที่มีพลังอย่างมากในธุรกิจการแพทย์คิดเป็นสัดส่วนการบอกต่อที่แบรนด์ทำได้สูงถึง 50-60%
“นอกจาก มาตรฐานการรักษาจากทีมทันตแพทย์แล้ว การได้ ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ที่มีประสบการณ์การทำงานที่เป็นมืออาชีพจากบริษัท Invisalign ประเทศไทย เข้ามาเสริมทีมบริหารในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ทำให้การขยายธุรกิจของ TDH Dental เดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แผนงาน 3 ปี”
ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของ TDH Dental โฟกัสกลุ่มลูกค้าระดับบน มีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ในวงการบันเทิง ศิลปิน นักแสดง และ นักธุรกิจนอกจากนี้ยังเตรียมขยายการรับรู้แบรนด์ไปสู่กลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเด็กและวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ที่รักสุขภาพ (Well-Aging) และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศระดับกลาง-บน ที่สามารถใช้บริการผ่านสิทธิประโยชน์ร่วมกับองค์กรชั้นนำ
-TDH Dental แบรนด์ที่ลูกค้ารัก ใช้บริการซ้ำ บอกต่อ
คุณวิภาวดี กล่าวว่า Experience-led Marketing เป็นกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์และความความสัมพันธ์ระยะยาว เป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งให้กับ TDH Dental เป็นอย่างมาก โดยเป็นการนำเสนอด้านความรู้สึกและเรื่องราว การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค และสร้างความประทับใจผ่านทุกจุดสัมผัส ภายใต้บรรยากาศคลินิกในทุกสาขา ผ่านการให้บริการต้อนรับ และห้องรับรองในระดับ Premium 
แนวทางการสร้างการรับรู้แบรนด์ และการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการซ้ำของ TDH Dental จะเน้นการสื่อสารคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ในเชิงลึกที่เชื่อมโยงสุขภาพช่องปากเข้ากับ "สุขภาพองค์รวมและการชะลอวัย" (Longevity) เพื่อยกสถานะจากคลินิกจัดฟันทั่วไป สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างใบหน้าและรอยยิ้มระดับพรีเมียม เช่น โปรแกรมดูแลป้องกัน ขูดหินปูน สปาช่องปาก และตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนคนไข้เฉพาะบุคคลเมื่อถึงกำหนดตรวจฟัน หรือเปลี่ยนชิ้นงานจัดฟัน พร้อมระบบสิทธิประโยชน์ การสร้างแคมเปญพิเศษสำหรับกลุ่มคนไข้ที่เป็นฐานลูกค้าเก่าให้ส่งต่อ สิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เพื่อสร้างระบบการบอกต่อที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจับมือกับสถาบันความงาม โรงแรม 5 ดาวหรือแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม เพื่อทำแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์
“ลูกค้าจะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างไปจากบริการทำฟัน เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี เช่น จองคิวผ่านระบบดิจิทัล ทำให้สะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้บริการ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยทีมแพทย์ผ่าน Tele-dentistry ไปจนถึงระบบบันทึกข้อมูลคนไข้แบบเชื่อมโยงกันทุกสาขา และเตรียมนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการให้บริการผ่านสมาร์ทโฟน ในอีก 3 ปีข้างหน้า”
-ถอดรหัสความสำเร็จ ‘รามอินทรา’ ต้นแบบสาขาคลินิกทันตกรรมยุคใหม่
คุณวิภาวดี กล่าวว่า TDH Dental สาขารามอินทรา พัฒนาให้เป็นต้นแบบของคลินิกทันตกรรมยุคใหม่ ทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูงที่มีหมู่บ้านระดับหรูและกำลังซื้อหนาแน่น
จุดเด่นคือ การนำบริการระดับ 5 ดาวจากสาขาต้นแบบ (ทองหล่อ) มาไว้ที่รามอินทรา มีระบบนัดหมายที่แม่นยำ ไม่ต้องรอนาน และการต้อนรับที่เป็นส่วนตัว พร้อมทั้งยกระดับเป็น "ศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทาง" ทุกสาขา
ทำให้คนไข้ในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองชั้นในเพื่อรับการรักษาที่ซับซ้อน โดยติดตั้งเครื่องสแกน 3 มิติ เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัล และระบบวางแผนการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบตั้งแต่เปิดบริการ เพื่อสร้างบรรยากาศการมาทำฟันให้รู้สึกเหมือนการมา สปาหรือพักผ่อนกลิ่นอโรมาบำบัด เพื่อลดความเครียดของลูกค้า
-ส่อง เมกะเทรนด์ Longevity จาก ‘รักษา’ สู่ ‘บิวตี้ แอนด์ เวลเนส’
เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านทันตกรรม และ ข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมทันตกรรม โดย คุณวิภาวดี กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก "การรักษา" สู่มองหาบริการที่ตอบโจทย์ด้าน "ความงามและสุขภาวะองค์รวม" ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือ ลองจิวิตี้ บิวตี้ แอนด์เวลเนส (Longevity Beauty & Wellness)
เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองการทำฟันเป็นเพียงการรักษาโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และสร้างการยอมรับในสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ (Dental Tourism) ขยายตัวอย่างในประเทศไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
“ผู้บริโภคไม่ได้เดินทางไปหาหมอฟันเมื่อมีอาการปวดอีกต่อไป แต่มาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพ เช่น การทำวีเนียร์ รากฟันเทียม การจัดฟันใสแบบปรับโครงหน้าด้วยเทคนิค Aesthetic Norms และมองว่าสุขภาพช่องปากส่งผลต่ออายุที่ยืนยาว”
โดยผู้บริโภคในกลุ่มระดับพรีเมียม เซกเมนต์ ตัดสินใจเลือกคลินิกจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรีวิวจากผู้ใช้จริง สูงถึง 50-60% โดยเฉพาะกลุ่มคนดัง ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ มีผลอย่างมากต่อการสื่อสารถึงความเชื่อมั่นในผลลัพธ์ภายหลังจากการเข้ารับบริการ
ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า พฤติกรรมผู้บริโภคจะมีความซับซ้อนมากขึ้นพร้อมความคาดหวังการวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อ "เฉพาะบุคคล" เท่านั้น รวมทั้งความต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าผ่านภาพจำลอง AI ก่อนเริ่มทำการรักษาจริง
“ผู้บริโภคยุคใหม่มีเวลาน้อยลง การรักษาที่เคยต้องมาหลายครั้งจะถูกบีบให้จบเร็วขึ้น เช่น รากฟันเทียมแบบเสร็จในวันเดียว หรือการจัดฟันใสที่ลดจำนวนครั้งในการเข้าคลินิกแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง
โดยที่ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายของลูกค้าต่างชาติที่จะเดินทางมาใช้บริการหัตถการความงามระดับสูงมากขึ้น ควบคู่ไปกับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการรักษาฟันแท้ให้ยาวนานที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณวิภาวดี กล่าว
-เจาะแนวคิดบริหารคนเก่ง ทีมแกร่ง
ทันตแพทย์หญิงภัคพร  ภัทราพรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า แผนการดูแลรักษา และพัฒนาทีมทันตแพทย์ รวมถึงบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตสำหรับ TDH Dental ในอนาคต โดยเน้นการจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมภายใน
การทำความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีทันตกรรมระดับโลก เพื่ออัปเดตเทคนิคการรักษาใหม่ๆ ให้ทีมทันตแพทย์ การสร้างระบบการส่งต่อคนไข้ระหว่างทันตแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขา เช่น หมอจัดฟัน ทำงานร่วมกับหมอวีเนียร์ และหมอโรคเหงือก เป็นต้น เพื่อการรักษาแบบองค์รวม
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมสนับสนุน ได้แก่ส่วนงานเคาน์เตอร์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ Coordinator ให้มีทักษะการสื่อสารขั้นสูง เพื่อให้บริการและนำเสนอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าที่สอบถาม
ขณะเดียวกันก็พร้อมวางแผนเส้นทางเติบโตในสายงานสำหรับบุคลากร พร้อมระบบผลตอบแทนที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและความพึงพอใจของคนไข้
ปัจจุบัน TDH Dental มีที่เปิดให้บริการใน 12 สาขาทั้งในไทยและลาว  เช่นราชพฤกษ์ รามอินทรา  และล่าสุดกำลังจะเปิดที่กรุงเทพกรีฑา ซึ่งการขยายสาขาต้องรักษามาตรฐานเดียวกัน ทั้งด้านบริการทางการแพทย์และ Service Mindset ผ่านระบบ Cloud-based Clinic Management และการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาแบบรายครั้งเป็นการดูแลตลอดชีวิต ผ่านโปรแกรมการตรวจเช็คและดูแลต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ทะลุ 450ล้านบาท หรือเกือบแตะ 500 ล้านบาท จากปี 2568  มีรายได้ 321.9 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% 
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.