
ปรากฏการณ์ Ultra Smooth.. ทำคนไทยค้นหาคำว่า “เจลาโต” เพิ่มขึ้น 5,000% ใน 3 เดือน
24 ก.ค. 2026
- ที่ทุกคนเห็นนี้คือกราฟบน Google Trends ที่บอกว่าคนไทยมีการค้นหาคำว่า “เจลาโต” บน Google เพิ่มขึ้นกว่า 5,000% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์นี้มีส่วนมาจาก Parameter แบรนด์เจลาโตของ คุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ อดีตพิธีกรที่ผันตัวมาเป็นเชฟร้านเจลาโต
ถ้าตัดเรื่องรสชาติและ Story ของแบรนด์ Parameter ที่ตัวคุณกฤษณ์ไปเรียนการทำ Classic Refined Gelato ที่อิตาลีมาถึง 5 ปีออกไป
ก็ต้องบอกว่า สไตล์การทำคอนเทนต์โปรโมตของ Parameter มีส่วนที่ทำให้วงการเจลาโตในไทยแมสขึ้นเป็นอย่างมาก
โดยคุณกฤษณ์จะมีสไตล์การทำคอนเทนต์ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา คิดแบบไหนก็จะพูดออกไปแบบนั้นเลย
โดยคุณกฤษณ์จะมีสไตล์การทำคอนเทนต์ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา คิดแบบไหนก็จะพูดออกไปแบบนั้นเลย
ยกตัวอย่างเช่น
- ทำคลิปแนะนำสินค้าใหม่ เป็นเจลาโต รสกาแฟล็อตพิเศษ ขายถ้วยละ 519 บาท และบอกว่า “นี่ถูกมาก กล้าขายได้ไง”
- ทำคลิปบอกว่า ตัวเองเป็นเมสซีของวงการเจลาโต เพราะ “อร่อยที่สุดในโลก”
- ทำคลิปสอนวิธีการกินเจลาโตที่ถูกต้อง คือ “ห้ามเคี้ยว” และ “ห้ามถ่ายรูป” ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รสชาติ Ultra Smooth เต็มที่
ด้วยแนวทางคอนเทนต์ที่ค่อนข้างโฉ่งฉ่าง ตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเห็นด้วยไหม
เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์คอนเทนต์ของ Parameter ออกไปเป็นวงกว้าง และมีส่วนทำให้กระแสเจลาโตในไทยแมสมาก ๆ ในตอนนี้นั่นเอง..
รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว สไตล์การทำคอนเทนต์ของคุณกฤษณ์จะให้ผลลัพธ์คล้ายกับเทรนด์การตลาดที่เรียกว่า “Rage Bait” ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ
จน Oxford เคยยกให้เป็น Word of the Year มาแล้วในปี 2025
ซึ่ง Rage Bait คือ การทำคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาล่อให้คนดูรู้สึกโกรธ, หงุดหงิด, แตกแยก รวมไปถึงความรู้สึกเชิงลบอื่น ๆ
ตามความหมายของคำว่า
“Rage” ที่แปลว่า ความโกรธ
“Bait” ที่แปลว่า เหยื่อล่อ
“Rage” ที่แปลว่า ความโกรธ
“Bait” ที่แปลว่า เหยื่อล่อ
สาเหตุที่คอนเทนต์แบบ Rage Bait ได้รับความนิยม ก็เพราะว่าความรู้สึกเชิงลบที่ว่ามา มันสามารถล่อให้คนมากดแชร์หรือมาคอมเมนต์ ซึ่งนับเป็น “เอนเกจเมนต์” ได้เยอะมาก ๆ
คอนเทนต์ที่ใช้เทคนิคนี้ เลยจะมีโอกาสถูกอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, TikTok, Instagram ดันขึ้นฟีดสูง
แบรนด์ที่ใช้เลยมีโอกาสได้ Awareness มหาศาลโดยที่ไม่ต้องใช้งบโฆษณาเยอะนั่นเอง..
ในโลกการตลาดแบรนด์ที่เด่นเรื่องนี้มาก ๆ เช่น “Ryanair” สายการบินราคาประหยัด จากประเทศไอร์แลนด์ ที่ชอบทำคอนเทนต์เสียดสีผู้โดยสาร
เช่น เมื่อมีลูกค้าบ่นเรื่องบริการพื้นฐาน อย่างที่นั่งแคบ, ไม่มีอาหารให้ทานฟรี หรือความเคร่งเรื่องน้ำหนักกระเป๋า
ทางทีมงานจะชอบตอบคอมเมนต์ในโทนประมาณว่า “ก็คุณจ่ายแค่ 19.99 ปอนด์ จะเอาอะไรมากกว่านี้”
ก่อนสไตล์แบบนี้จะกลายเป็นไวรัลทำให้สายการบินมีพื้นที่บนหน้าสื่อขึ้นมาเยอะมาก ๆ นั่นเอง
สำหรับแบรนด์ Parameter ถ้าดูจากผลลัพธ์ตามช่องทางต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่าคอนเทนต์ให้ผลลัพธ์คล้าย ๆ กับการทำ Rage Bait ไม่น้อยเลย
เห็นได้จากคอนเทนต์ของแบรนด์ที่ถูกแชร์ต่อออกไปแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
- บางคนบอกว่า ทำไมซื้อไอศกรีมมาแล้ว จะถ่ายรูปไม่ได้
- บางคนบอกว่า ราคาเจลาโตของแบรนด์แพงเกินไป
- บางคนบอกว่า จะเคี้ยวก่อนกินให้ดู
- บางคนบอกว่า ราคานี้ถูกมากแล้ว ถ้าเทียบกับคุณภาพ
- บางคนบอกว่า ราคาเจลาโตของแบรนด์แพงเกินไป
- บางคนบอกว่า จะเคี้ยวก่อนกินให้ดู
- บางคนบอกว่า ราคานี้ถูกมากแล้ว ถ้าเทียบกับคุณภาพ
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณกฤษณ์พูด
แต่สุดท้ายคนที่มาคอมเมนต์ แชร์ กดไลก์ ก็นับเป็น “เอนเกจเมนต์” ของคอนเทนต์นั้น ๆ อยู่ดี
ซึ่งมีส่วนมาก ๆ ที่ทำให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มดันคอนเทนต์ Parameter ให้คนเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
Parameter ก็เลยได้พื้นที่สื่อแบบฟรี ๆ แถมยังช่วยให้วงการเจลาโต และไอศกรีมเริ่มได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเลยนั่นเอง..
อย่างล่าสุดแม้แต่ Dairy Queen และ Swensen's แบรนด์ไอศกรีมที่คนไทยชอบมาก ก็ได้ออกแคมเปญ Ultra Smooth ที่เป็นการปรับรูปแบบการเสิร์ฟไอศกรีม
ให้ดูคล้าย ๆ กิมมิกของ Parameter ก่อนจะได้กระแสตอบรับดีมาก ๆ นับเป็นสีสันของวงการไอศกรีมช่วงนี้เลย
อย่างไรก็ดี เรื่องที่สำคัญที่สุดถ้าแบรนด์คิดจะใช้กลยุทธ์ Rage Bait ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ข้อดี
โดยข้อเสียก็คือ ถ้าเราเลือกใช้มันบ่อยเกินไป หรือใช้ในกรณีไม่เหมาะสมเกินไป
ก็อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้สูญเสียชื่อเสียงได้ง่าย ๆ เช่นกัน..