
Mascot Marketing ยุคนี้ เป็นมากกว่าตัวแทน แต่กำลังเป็น “ศิลปิน” ทำเงินให้แบรนด์
15 ส.ค. 2026
Butterbear หรือน้องหมีเนย สร้างปรากฏการณ์แฟนคลับมารอรับจนห้างแตก, โพก้าซัง แมสคอตจาก GMMTV กำลังจะจัดคอนเสิร์ตของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือท่าใหม่ ๆ ของธุรกิจไทย
ที่แมสคอต จากเดิมเป็นแค่สัญลักษณ์ของแบรนด์ ให้คนจดจำได้ แต่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นศิลปิน และสร้างรายได้ให้กับแบรนด์
ที่แมสคอต จากเดิมเป็นแค่สัญลักษณ์ของแบรนด์ ให้คนจดจำได้ แต่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นศิลปิน และสร้างรายได้ให้กับแบรนด์
แล้วทำไม แมสคอตกำลังถูกปั้นให้เป็นศิลปินมากขึ้น ?
สำหรับแมสคอต เริ่มแรกคือ Brand Symbol ทำหน้าที่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของแบรนด์ ใช้ออกบูท แจกโบรชัวร์ หรือสร้างสีสันในงานอิเวนต์
ต่อมาเป็น Brand Character ที่แมสคอตเริ่มมีชื่อ มีบุคลิก สร้างภาพจำให้กับองค์กรได้ ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดี เช่น น้องกล้วยกรุงศรี, พี่ GON ของ Bar B Q Plaza
แต่ตอนนี้แมสคอตกำลังจะเป็น Brand Artist ที่ถูกบริหารจัดการเหมือนศิลปิน มีคาแรกเตอร์ชัดเจน รวมถึงมีการจัดแฟนมีต และมีแฟนด้อมเป็นของตัวเอง
อย่างกรณีของ GMMTV นอกจากโพก้าซังแล้ว ก็ยังมีอีกหลายแมสคอตที่โด่งดังไม่แพ้กัน จนเรียกว่าเป็น “จักรวาลแมสคอต” ก็ได้
ซึ่งล่าสุด ก็เพิ่งรวมตัว 9 แมสคอตของค่าย ปล่อยเพลง Happy Family โดยได้ KANGSOMKS หรือแกงส้ม ธนทัต มารับหน้าที่โปรดิวซ์ แต่งเนื้อร้อง และทำนอง
แล้วทำไม แบรนด์ยุคนี้ ถึงชอบปั้นแมสคอตเป็นศิลปิน ?
1. ช่วยเปลี่ยนลูกค้า ให้กลายเป็นแฟนคลับ
แมสคอตยุคนี้ ถูกสร้างให้มีบุคลิก นิสัย จนผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังติดตาม “คน” มากกว่าจะมองว่าเป็นเพียงตัวละครของแบรนด์ เช่น
- น้องหมีเนย Butterbear
มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยความน่ารัก ขี้เล่น และการให้สัมภาษณ์แบบที่ไม่พูดสักคำแต่ทุกคนกลับเข้าใจได้
มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยความน่ารัก ขี้เล่น และการให้สัมภาษณ์แบบที่ไม่พูดสักคำแต่ทุกคนกลับเข้าใจได้
- โพก้าซัง และแก๊งแมสคอตจาก GMMTV
ถูกวางให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมหยิบ DNA ของศิลปินในค่ายมาต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์ใหม่ จนเกิดเป็นจักรวาลแมสคอตที่แฟน ๆ อยากสนับสนุน
ถูกวางให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมหยิบ DNA ของศิลปินในค่ายมาต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์ใหม่ จนเกิดเป็นจักรวาลแมสคอตที่แฟน ๆ อยากสนับสนุน
- มาดามหมาดำ หรือแมสคอตของ Dream World
ที่มีทั้งความกวนและจริตตัวแม่ ทำให้คนดูชื่นชอบและกลายเป็นไวรัลใน TikTok ช่วยเปลี่ยนภาพจำของสวนสนุกให้กลับมาอยู่ในกระแสของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง
ที่มีทั้งความกวนและจริตตัวแม่ ทำให้คนดูชื่นชอบและกลายเป็นไวรัลใน TikTok ช่วยเปลี่ยนภาพจำของสวนสนุกให้กลับมาอยู่ในกระแสของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Emotional Attachment ที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เป็น “จากลูกค้ากลายเป็นแฟนคลับ”
เพราะคนเราไม่ได้ซื้อเพราะฟังก์ชันหรือโปรโมชันเพียงอย่างเดียว แต่พร้อมสนับสนุนเพราะรู้สึกผูกพันกับตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น การซื้อสินค้าสะสม ต่อคิวเข้าร่วมกิจกรรม หรือช่วยสร้างคอนเทนต์ให้แบรนด์โดยสมัครใจ
2. เปลี่ยนแมสคอต ให้กลายเป็นธุรกิจใหม่ของแบรนด์
เมื่อแมสคอตถูกปั้นเป็น Entertainment IP ทำให้นอกจากแบรนด์จะมีรายได้จากการขายสินค้าหลักแล้ว ยังสร้างรายได้จาก
- Fan Meeting และการจัดคอนเสิร์ต
- การออก Merchandise เช่น เสื้อ พวงกุญแจ ตุ๊กตา และสติกเกอร์
- รายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์ และออกอิเวนต์
- Licensing ขายลิขสิทธิ์ให้แบรนด์อื่นไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
- การออก Merchandise เช่น เสื้อ พวงกุญแจ ตุ๊กตา และสติกเกอร์
- รายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์ และออกอิเวนต์
- Licensing ขายลิขสิทธิ์ให้แบรนด์อื่นไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุดคือ Butterbear
นอกจากแบรนด์ขนมแล้ว ยังมีการต่อยอดไปสู่สินค้า Merchandise การร่วมงานกับแบรนด์ และการให้สิทธิ์ใช้ลิขสิทธิ์
นอกจากแบรนด์ขนมแล้ว ยังมีการต่อยอดไปสู่สินค้า Merchandise การร่วมงานกับแบรนด์ และการให้สิทธิ์ใช้ลิขสิทธิ์
รู้หรือไม่ว่าในปี 2568 บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด เจ้าของ Butterbear กวาดรายได้รวมกว่า 578 ล้านบาท และกำไร 217 ล้านบาท
3. เป็นการสร้าง Brand Asset ที่เติบโตได้ในระยะยาว
อีกข้อได้เปรียบสำคัญคือ แมสคอตเป็นทรัพย์สินที่แบรนด์เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ต่างจากการใช้ดาราหรือ Influencer ที่มีโอกาสหมดสัญญา ค่าตัวสูงขึ้น หรือมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้
ในขณะที่แมสคอตเป็นตัวละครที่แบรนด์เป็นเจ้าของเองทั้งหมด ยิ่งลงทุนสร้างเรื่องราว ผลงาน และฐานแฟนคลับมากเท่าไร มูลค่าของตัวละครก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และสามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้ในระยะยาว