
ทำไม งานวัดไร่ขิง ถึงเป็นงานที่คนยอมจ่าย 1,800,000 บาท เพื่อให้ได้มาขายของ แค่ 9 วัน
10 ต.ค. 2026
เชื่อไหมว่ามีคนยอมจ่ายเงินถึง 1.8 ล้านบาท เพื่อให้ได้ขายของใน “งานวัด” ที่จัดเพียงแค่ 9 วันอยู่จริง ๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นในงานวัดไร่ขิงปีนี้ เพราะเพิ่งมีคนประมูลพื้นที่สำหรับขายของในงานนี้ในราคา 1,809,999 บาท นั่นก็คือร้าน “ปังเว่อร์” ร้านเบเกอรีโฮมเมดชื่อดังจากจังหวัดนนทบุรี
เรื่องนี้ก็เลยน่าสนใจมาก ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว งานวัดที่หลายคนอาจจะมองว่าบ้าน ๆ แต่เอาเข้าจริงถ้ามีคนยอมจ่ายค่าพื้นที่เยอะขนาดนี้ ก็แปลว่าเขาต้องคิดแล้วว่ามีมุมที่ลงทุนแล้วจะคุ้มค่าอยู่เหมือนกัน
MarketThink เลยอยากชวนทุกคนมารู้จักกับงานวัดไร่ขิงว่ามีอะไรดี ?
ทำไมคนถึงยอมจ่ายเงินเป็นล้าน ๆ เพื่อแค่ให้ได้มาขายของ ?
ทำไมคนถึงยอมจ่ายเงินเป็นล้าน ๆ เพื่อแค่ให้ได้มาขายของ ?
วัดไร่ขิงเป็นวัดชื่อดังตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แถว ๆ ริมแม่น้ำท่าจีน ห่างจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงกว่า ๆ โดยทุก ๆ ปีวัดไร่ขิงจะจัดงานใหญ่ทั้งหมดสองครั้ง
- รอบแรกคือ งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง จะจัดช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี
- รอบสองคือ งานนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์พระอุบาลีมหามงคล จะจัดช่วงเดือนตุลาคม ของทุกปี
- รอบสองคือ งานนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์พระอุบาลีมหามงคล จะจัดช่วงเดือนตุลาคม ของทุกปี
ซึ่งทั้งสองงาน วัดไร่ขิงจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เยอะมาก เช่น คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง และมีไฮไลต์คือ เปิดพื้นที่ในวัดให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายของกันเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน
ด้วยความใกล้กรุงเทพฯ แถมเป็นงานใหญ่ที่จัดปีละไม่กี่ครั้ง งานวัดไร่ขิงเลยได้รับความสนใจตลอด และสามารถดึง Traffic มหาศาลเข้าวัดได้เรื่อย ๆ
โดยหลาย ๆ สื่อจะรายงานกันว่า เวลาที่วัดไร่ขิงจัดงานใหญ่จะมีคนมาร่วมงาน “หลักแสนคน” ต่อวัน
ถ้านึกภาพไม่ออกว่าเยอะแค่ไหน ตัวเลขจำนวน Traffic นี้ก็พอ ๆ กับศูนย์การค้าดังในกรุงเทพฯ อย่าง centralwOrld และ Siam Paragon ที่เคยมีรายงานว่า มียอดคนเดินเฉลี่ย 150,000 คนต่อวันเลยทีเดียว..
นอกจาก Traffic จะเยอะแล้ว คนที่มาเดินในงานเขาก็ “ตั้งใจจะมาซื้อของ” กันอยู่แล้ว
หมายความว่า ขอแค่พ่อค้าแม่ค้าสามารถไปเปิดบูทขายของในงานได้ในทำเลที่โอเค
คนเดินผ่านเยอะหน่อยก็มีโอกาสขายดีได้ไม่ยากเลย
ทำให้ในแต่ละปี คนที่อยากมาขายของในงานต้องประมูลราคาสู้กัน เพื่อให้ได้เช่าที่ในทำเลดี ๆ ของวัด
ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขการสู้ราคาเพื่อให้ได้ทำเลดี ๆ ก็สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่หลักหมื่นบาท ไปจนถึงยอด 1,800,000 บาท ที่เป็นยอดสูงสุดของงานปีนี้
ทีนี้คำถามต่อมาคือ ด้วยราคาขนาดนี้มันคุ้มค่าไหม ?
เรามาลองคำนวณกันเล่น ๆ ว่าในมุมของร้านปังเว่อร์คนชนะการประมูลพื้นที่ขายของในราคา 1,809,999 บาท เขาต้องขายขนมปังกี่ชิ้นต่อวันถึงจะได้ค่าเช่าที่คืน ?
เบื้องต้นร้านปังเว่อร์ขายขนมปังเริ่มต้นชิ้นละ 25 บาท เป็นราคาที่ไม่รวมโปรโมชัน
หมายความว่า ใน 1 วัน ร้านปังเว่อร์ ต้องขายขนมปังให้ได้ 8,044 ชิ้น
หรือ 72,400 ชิ้น ภายใน 9 วัน ถึงจะได้ค่าเช่าที่คืน
โดยที่ยังไม่รวมต้นทุนอื่น ๆ อย่าง วัตถุดิบ, แรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นของร้านเลย
ซึ่งถ้าเทียบกับ Traffic ระดับเป็นแสนคนของงานแล้ว มันน่าจะเป็นไปได้อยู่ว่า จะสามารถทำยอดขายจนพอกับค่าเช่าที่และไปถึงจุดที่มีกำไรได้
เพราะที่ผ่าน ๆ มาก็มีหลายร้านที่ชนะการประมูลที่หลักล้านบาท แล้วในปีถัดไปก็กลับมาประมูลในทำเลเดิมอีกในราคาพอ ๆ กัน
เช่น ร้าน “กาละแมแม่เกด” ที่จะชอบประมูลพื้นที่เดิม แม้ว่าจะต้องจ่ายเงินหลักล้านบาททุกปี
แต่นอกจากยอดขายแล้ว ยังมีอีกอย่างที่พ่อค้าแม่ค้าจะได้กลับไปแน่ ๆ ก็คือ “พื้นที่สื่อ”
เพราะทุกครั้งที่มีร้านไหนชนะประมูลพื้นที่ขายในวัดไร่ขิงได้ในราคาหลักล้านบาท ชื่อร้านจะถูกเอาไปพูดถึงในสื่อเยอะมาก
อย่างร้านปังเว่อร์เอง ก็น่าจะได้ Awareness จากสื่อเหล่านี้ไปไม่น้อย
โดยถ้าเราลองดูใน Google Trends ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นได้เลยว่า มีคนค้นหาชื่อร้านเพิ่มขึ้นถึง 5,000% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า..
หรืออีกมุมหนึ่งคือ ต่อให้เราจะไม่ได้เป็นบูทที่ชนะการประมูลในราคาที่สูงที่สุดจนต้องเป็นข่าว
ในงานวัดไร่ขิงก็ยังเต็มไปด้วย ดาราและคนดัง ที่มาเปิดบูทขายของเอง ไปจนถึงอินฟลูเอนเซอร์สายต่าง ๆ ที่มาทำคอนเทนต์รีวิวงาน
ทำให้แค่เอาร้านตัวเองไปอยู่ในนั้นได้ ก็มีโอกาสที่จะได้ Free Media จากคนกลุ่มนี้ ช่วยให้แบรนด์มีคนรู้จักมากขึ้นโดยไม่ต้องโฆษณาได้ด้วย เหมือนเป็นโบนัส
ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเห็นภาพแล้วว่า คนที่ประมูลกันหลักล้านบาท เขาได้อะไรกลับไปบ้าง
สรุปง่าย ๆ ก็คือ นอกจากจะมีโอกาสเร่งยอดขายระยะสั้นแล้ว ยังมีโอกาสสร้างการรับรู้ให้แบรนด์อีกมหาศาล
ทั้งจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในงาน ไปจนถึงดารา คนดัง และอินฟลูเอนเซอร์ ที่มาตามล่าของกินอร่อย ๆ ไปทำคอนเทนต์ให้คนมากินตามนั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยเคสที่น่าสนใจของงานวัดไร่ขิงปีนี้ ก็คือ “ซอยดารา”
ที่เกิดจาก คุณเอม ตามใจตุ๊ด, คุณต้าห์อู๋ พิทยา และคุณโฟกัส จีระกุล ที่ชวนกันมาประมูลพื้นที่ในทำเลที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน
จนทั้งหมดได้ค่าเช่าที่ในราคาถูกมาก ๆ แค่หลักหมื่นบาท
แต่ด้วยฐานแฟนคลับของทั้งสามคน ก็เลยทำให้คนยอมเดินมา และก็น่าจะขายดีไม่แพ้ทำเลที่มีคนประมูลกันเป็นแสนเป็นล้านบาทเลย..
Tag:งานวัดไร่ขิง