ยอดขาย iPhone ในจีน ช่วงไตรมาสที่สองเติบโต 32%

ยอดขาย iPhone ในจีน ช่วงไตรมาสที่สองเติบโต 32%

29 ก.ค. 2020
Apple ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ตโฟนที่ฟื้นตัวและโตเร็วสุดในจีน หลังจากต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 
Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง รายงายว่าในไตรมาสที่สอง (เมษายน - มิถุนายน) iPhone ในจีนสามารถขายได้ 7.4 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Huawei ขายสมาร์ตโฟนได้ 36.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนแบรนด์ Oppo, Vivo และ Xiaomi มียอดขายในจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งในไตรมาสที่สอง ตลาดสมาร์ตโฟนในจีนโดยรวม หดตัวลง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยแรงส่งหลักๆที่ทำให้ Apple ขาย iPhone ได้มากขึ้นก็คือ
iPhone SE รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นราคาประหยัด 
กับตระกูล iPhone 11 ที่เป็นรุ่นของยอดนิยมของชาวจีน
รวมถึงโปรโมชันส่วนลดพิเศษสำหรับ iPhone ที่ทาง Apple มอบให้ชาวจีนในช่วงเทศกาลชอปปิงออนไลน์ครั้งใหญ่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
“iPhone 11 ยังคงเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน นับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Apple ในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน” Flora Tang นักวิเคราะห์ของ Counterpoint Research กล่าว
นอกจากนี้ Counterpoint Research ยังเปิดเผยอีกว่า ช่วงไตรมาสที่สอง iPhone SE รุ่นใหม่ เป็น 1 ใน 3 รุ่นที่ขายดีที่สุดในจีนของ Apple 
ในส่วนธุรกิจบริการของ Apple นั้น ตามข้อมูลจาก Sensor Tower บริษัทวิจัยตลาดแอป ได้เปิดเผยว่า
ในไตรมาสที่สอง App Store สร้างรายได้รวม 138,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับยอดขาย iPhone ในอนาคต
Apple ต้องเดิมพันกับ iPhone 12 ซึ่งคาดว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G
เพราะจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่รองรับเครือข่าย 5G มากที่สุด และเป็นผู้นำด้านนี้
ซึ่งผู้บริโภคชาวจีนหลายคนเวลาพิจารณาซื้อสมาร์ตโฟนมาใช้ ส่วนหนึ่งก็จะคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย
โดยในไตรมาสที่สอง 1 ใน 3 ของสมาร์ตโฟนที่ขายในจีนทั้งหมด เป็นสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G
รวมถึงเรื่องความตรึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็อาจมีความเสี่ยงที่ผู้บริโภคชาวจีน จะหันมาแบนสินค้าและแบรนด์อเมริกัน
เหมือนที่ผู้บริโภคชาวอินเดีย กำลังต่อต้านสินค้าจีนในตอนนี้..  
อ้างอิง :
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.