Apple กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในโลก โดย “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ทำกำไรจากหุ้น Apple ได้ 1.3 ล้านล้านบาท ภายใน 4 เดือน

Apple กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในโลก โดย “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ทำกำไรจากหุ้น Apple ได้ 1.3 ล้านล้านบาท ภายใน 4 เดือน

1 ส.ค. 2020
หลังจาก Apple ได้ประกาศผลประกอบการในไตรมาสล่าสุด ที่รายได้โต 11%
ซึ่งดีเกินนักวิเคราะห์คาดอย่างมาก บวกกับประกาศว่าจะแตกหุ้นออกเป็น 4 ต่อ 1 หุ้น
https://www.marketthink.co/8805
ทำให้ราคาหุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นกว่า 10.47% ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ก.ค. 2020)
และ Apple ได้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 57.5 ล้านล้านบาท
แซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติซาบุฯ ซึ่งมีมูลบริษัทอยู่ที่ 55.0 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ถ้าเรียงลำดับบริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในโลก (ราคาหุ้น ณ 31 ก.ค. 2020)
Apple 57.5 ล้านล้านบาท
Saudi Aramco 55.0 ล้านล้านบาท
Amazon 49.4 ล้านล้านบาท
Microsoft 48.5 ล้านล้านบาท
Alphabet (Google) 31.6 ล้านล้านบาท
Facebook 22.6 ล้านล้านบาท
ซึ่งคนที่รับทรัพย์จากการปรับตัวของราคาหุ้น Apple มากที่สุด ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกจาก “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของ Apple
โดยบริษัท Berkshire Hathaway ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถือหุ้น Apple อยู่ 5.66%
จากเอกสารล่าสุดที่ Berkshire Hathaway ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2020
บริษัทถือหุ้น Apple อยู่ 245,155,566 หุ้น
ซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าที่ถืออยู่ ณ ราคาหุ้นปัจจุบัน ก็จะมีมูลค่ากว่า 3.3 ล้านล้านบาท..
และถ้านับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2020 จนถึงปัจจุบัน
ราคาหุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 67%
ดังนั้น มูลค่าหุ้นที่ Berkshire Hathaway ถือ Apple อยู่
ได้เพิ่มขึ้นกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 เดือน..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.