สรุป 5 อินไซต์ โซเชียลมีเดีย ปี 2026 แต่ละแพลตฟอร์ม ทำคอนเทนต์แบบไหน ได้ Engagement ดีสุด

สรุป 5 อินไซต์ โซเชียลมีเดีย ปี 2026 แต่ละแพลตฟอร์ม ทำคอนเทนต์แบบไหน ได้ Engagement ดีสุด

16 มี.ค. 2026
ล่าสุด Emplifi แพลตฟอร์มบริหารจัดการการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ได้แชร์อินไซต์น่าสนใจ เกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียช่วยทำการตลาด ในปี 2026
แล้วมีอินไซต์อะไรน่าสนใจบ้าง ?
1. ภาพรวมการเติบโตของแต่ละแพลตฟอร์ม (Platform Growth)
- TikTok คือผู้นำด้านการเติบโต และเป็นแพลตฟอร์มที่โตเร็วที่สุด
โดยแบรนด์มียอดผู้ติดตามเติบโตสูงถึง 200% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งเหมาะมากสำหรับการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่
- Facebook & Instagram ยอดผู้ติดตามไม่ได้โตหวือหวา
โดยยอดผู้ติดตามบน Facebook ค่อนข้างคงที่ ส่วน Instagram โตตัวเลขหลักเดียว
แต่ทั้ง 2 แพลตฟอร์มก็ยังเป็น “เสาหลัก” ที่ทำให้ยอดการเข้าถึง (Reach) คาดเดาได้และมีความเสถียร
- X (หรือ Twitter เดิม) สร้างยอดผู้ติดตามได้แย่ที่สุด
ยอดการเติบโตคงที่จนถึงติดลบ เพราะ X เหมาะกับการทำ Real-Time Content และเกาะกระแสมากกว่า
- LinkedIn และ YouTube โตแบบเฉพาะกลุ่ม
โดย LinkedIn เติบโตแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจแบบ B2B และการสร้าง Branding ของนายจ้าง
ส่วน YouTube เติบโตปานกลางแต่มีความสม่ำเสมอ และเหมาะกับวิดีโอยาว
จากอินไซต์นี้ แบรนด์จึงต้องชัดเจนว่า ต้องการ “ขยายฐานลูกค้าใหม่” หรือต้องการ “รักษาสเกล”
ถ้าแบรนด์ต้องการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ TikTok คือคำตอบที่ดี เพราะฐานผู้ติดตามเติบโตเร็ว และสร้าง Engagement ได้ดีกว่าแพลตฟอร์มอื่นอย่างชัดเจน
ในทางกลับกัน Facebook และ Instagram ไม่เหมาะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับหาผู้ติดตามใหม่อีกต่อไป
แต่ข้อดีคือ ยังคงให้ยอด Reach ที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ และครอบคลุมคนในทุกเจเนอเรชันมากกว่า
ส่วน X เหมาะกับการจับกระแสสังคม หรือเล่นกับเทรนด์แบบ Real-Time มากกว่าการสร้างฐานผู้ติดตาม
_________________
2. รูปแบบคอนเทนต์ที่สร้าง Engagement สูงสุดในแต่ละแพลตฟอร์ม
- Facebook คือ Live Video
Live Video หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไลฟ์สด เพราะช่วยสร้าง Engagement ได้มากกว่าการโพสต์ให้กดลิงก์ ถึง 4 เท่า และมากกว่าการโพสต์รูปภาพ ถึง 6 เท่า
- Instagram คือ Carousels และ Reels
Carousels คือรูปแบบการโพสต์ภาพหรือวิดีโอแบบอัลบั้ม ที่ผู้ใช้สามารถเลื่อนดูได้สูงสุด 20 รูปในโพสต์เดียว
ซึ่งทั้ง Carousels และ Reels สามารถสร้าง Engagement ได้มากกว่าการโพสต์รูปภาพเดี่ยว ๆ ถึง 44%
- X คือ GIF และข้อความ
คอนเทนต์ที่เสพง่ายและรวดเร็วอย่าง GIF สร้าง Engagement ได้มากกว่าการโพสต์ลิงก์ วิดีโอ และรูปภาพ ถึง 2 เท่า
_________________
3. คนชอบแชร์คอนเทนต์บน Instagram มากกว่ากดไลก์หรือคอมเมนต์
ในรายงานมีอินไซต์ที่น่าสนใจว่า ยอด Organic Reach บน Instagram ลดลงกว่า 30-40% ในทุกฟอร์แมต แม้กระทั่งใน Reels ก็ตาม
ซึ่งเรื่องนี้ก็ส่งผลให้ยอดไลก์ ยอดเซฟ และยอดคอมเมนต์ต่อโพสต์ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามาดู “ยอดแชร์” จะเห็นอินไซต์ที่น่าสนใจ เพราะผู้ใช้งานกดแชร์เพิ่มขึ้นกว่า 150% จากพฤติกรรมที่ชอบส่งคอนเทนต์ให้เพื่อนดู
ทำให้ตอนนี้ “ยอดแชร์” กลายเป็นตัวแปรชี้วัดความปังของคอนเทนต์ แทนยอดไลก์แล้ว
และยังกลายเป็นสัญญาณ ที่อัลกอริทึมให้ความสำคัญที่สุด ในการดันโพสต์ให้คนที่ไม่ใช่ผู้ติดตามเห็นอีกด้วย
ทีนี้ถ้าถามว่า เรื่องนี้สำคัญอย่างไร ?
ในมุมของการสร้างแบรนด์และการตลาด ที่อยากทำคอนเทนต์บน Instagram ก็ต้องตั้งคำถามก่อนโพสต์เสมอว่า “คอนเทนต์นี้มีประโยชน์ สร้างอารมณ์ร่วม หรือง่ายต่อการแชร์หรือไม่” แทนการเน้นแค่ยอดไลก์
_________________
4. TikTok ขับเคลื่อนด้วย “อัลกอริทึม” ไม่ใช่ “ผู้ติดตาม”
โดยยอดวิววิดีโอมากกว่า 70% มาจากหน้าฟีด “For You” ในขณะที่ยอดวิวจากฟีด “Following” หรือการกดเข้ามาดูที่หน้าโปรไฟล์กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง
หมายความว่า คอนเทนต์ที่ดึงดูดคนดูในไม่กี่วินาทีแรก ก็สามารถเป็นไวรัลได้ โดยไม่ต้องง้อจำนวนผู้ติดตาม
ซึ่งเป็นผลดีต่อครีเอเตอร์หรือแบรนด์เล็ก ๆ มากกว่าผู้เล่นรายใหญ่
_________________
5. กลยุทธ์การลงโฆษณาและงบประมาณ (Paid Media & CPM)
- TikTok คุ้มค่าและโตไว
มีค่าตัวชี้วัด CPM หรือย่อมาจาก Cost Per Mille คือ ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้ง ต่ำกว่า Meta อยู่ที่ประมาณ 1-1.30 ดอลลาร์สหรัฐ
โดยแบรนด์ที่ทุ่มงบต่อเนื่อง จะได้ยอด Reach กลับมาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น ช่องทาง TikTok จึงเหมาะเป็นช่องทางหลักในการทุ่มงบลงโฆษณา
- Meta (Facebook และ Instagram) แพงแต่ชัวร์
โฆษณาบน Meta มีค่า CPM สูงกว่า
โดยเฉพาะ Instagram ที่มีราคาสูงสุด ประมาณ 2.50 ดอลลาร์สหรัฐ แต่แบรนด์ก็มักยอมจ่ายแพง เพื่อแลกกับความเสถียรของผลลัพธ์ที่ได้
โดยวิธีกระจายงบโฆษณา ถ้าเป็นบน Facebook ควรทุ่มไปที่ Feed เป็นหลัก
ส่วน Instagram ควรกระจายงบไปที่ Stories และ Reels ให้มากขึ้น
มาถึงตรงนี้ สรุปสั้น ๆ ว่าแต่ละแพลตฟอร์มเด่นอะไรบ้าง หรือควรทำการตลาดแบบไหน ให้ได้ Engagement สูง ๆ
- TikTok ใช้เพื่อขยายฐานลูกค้า ลงโฆษณาได้ CPM คุ้มค่าที่สุด
- Facebook เน้น Live Video จะได้ยอดการมีส่วนร่วมสูงที่สุด ส่วนในแง่โฆษณาจะเด่นเรื่องความเสถียร
- Instagram เน้นคอนเทนต์เรียกยอดแชร์ โดยรูปแบบที่เวิร์กคือ Carousels และ Reels
- X ไม่เหมาะกับการสร้างฐานผู้ติดตาม แต่เหมาะกับการเกาะกระแสสังคมไว ๆ
- YouTube เติบโตกลาง ๆ แต่สม่ำเสมอ ยืนหนึ่งเรื่อง Long-Form Video
อ้างอิง :
- 2026 Report : Social Media Benchmarks จาก Emplifi
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.