SUITCUBE ร้านสูทที่ประสบความสำเร็จ จาก “การสร้างคน”

SUITCUBE ร้านสูทที่ประสบความสำเร็จ จาก “การสร้างคน”

28 พ.ย. 2020
“เสน่ห์ของร้านสูท คือ การจับต้อง พูดคุย ปรึกษาไอเดียร่วมกับลูกค้า
ดังนั้นการเปิดร้านสูท สิ่งสำคัญคือการสร้างคนและการสร้างประสบการณ์”
นี่คือคำพูดของคุณสน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของแบรนด์ SUITCUBE
หรือบริษัท คิวบิก กรุ๊ป จำกัด ที่ทำรายได้ในปีที่ผ่านมาได้ถึง 100 ล้าน
บริษัท คิวบิก กรุ๊ป จำกัด
ปี 2560 มีรายได้ 46 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 73 ล้านบาท
ปี 2562 มีรายได้ 103 ล้านบาท
คิดเป็นอัตราเติบโตของรายได้เฉลี่ย 50% ต่อปี
ซึ่งแนวคิดการสร้างคน คุณสนมองว่า เป็นการพัฒนาทีมงาน เสมือนเป็นเจ้าของแบรนด์อีกคน
เพราะปัจจุบัน SUITCUBE เปิดร้านมาเป็นเวลา 5 ปี ขยายสาขากว่า 10 สาขาทั่วประเทศ
ทำให้การบริหารงานไม่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นที่จะต้องมีตัวแทน
ที่เปรียบเสมือนเจ้าของแบรนด์ในแต่ละสาขา
โดยปัจจัยหลัก ในการคัดคนเข้ามาร่วมงาน จะพิจารณาจาก “ทัศนคติ” เป็นหลัก
“เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้คือ ทัศนคติ ดังนั้นเราจะไม่ถามว่า
เคยเรียนตัดเย็บมาไหม เคยมีประสบการณ์ด้านแฟชั่นมาหรือเปล่า
แต่เราสนใจว่า คนๆ นั้นมีทัศนคติพร้อมที่จะเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน
เพราะตัวผมเองจบจากวิศวะมา ยังสามารถทำได้ ดังนั้น น้องๆ ก็ต้องทำได้”
เมื่อคนมีคุณภาพแล้ว สิ่งต่อมาก็คือการบริการ
ซึ่งสไตล์การบริการของทีมงาน SUITCUBE จะใช้หลักของความจริงใจ เสมือนเพื่อนมาขอคำปรึกษาในการเลือกชุดสูท
เวลาลูกค้าเข้ามาขอคำแนะนำ ทางร้านจะแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า
ในราคาที่เหมาะสม ตามวัตถุดิบเนื้อผ้าและความประณีตในการตัดเย็บที่ลูกค้าต้องการ
ทำให้ช่วงราคาของชุดสูท มีตั้งแต่ 3,900 บาท ไปจนถึงราคาหลายหมื่นบาท
สาเหตุที่สูทร้าน SUITCUBE สามารถตั้งราคาไม่สูงได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะใช้งบการตลาดและโฆษณา
เพียงเล็กน้อย เพื่อเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ทำให้สามารถเอางบประมาณที่เหลือมาใช้พัฒนาสินค้า
ให้ดีและมีคุณภาพ ซึ่งจุดนี้เองทำให้ลูกค้าบอกปากต่อปาก และทำให้คนรู้จักแบรนด์ SUITCUBE มากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนั้น สูทภายในร้านยังมีให้เลือกหลากหลาย เพราะมีบริการทั้งชุดสูทแบบสำเร็จรูป ที่มีให้เลือก 3 รุ่น
ซึ่งในแต่ละรุ่นมี 8 ไซซ์ ดังนั้นจึงมีสูทให้เลือกมากถึง 24 ไซซ์
และชุดสูทที่เป็นแบบสั่งตัด รวมถึงเสื้อเชิ้ต และเครื่องประดับในการออกงานต่างๆ
ดังนั้นโมเดลของร้าน SUITCUBE จึงเป็นร้านสูทแบบ “One Stop Service”
ที่สามารถตอบสนองความต้องการชุดสูทของลูกค้าได้ครบทุกแง่มุม
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณสน เข้าใจการทำธุรกิจสูทเป็นอย่างดี เพราะจุดเริ่มต้นก่อนที่จะก่อตั้งแบรนด์
เคยมี Pain Point จากประสบการณ์การใช้บริการในร้านสูทแห่งหนึ่ง ที่โฆษณาว่าร้านขายชุดสูทในราคา
ไม่แพง หลักไม่กี่พัน แต่พอเข้าใช้บริการจริงๆ กลับถูกเชียร์ให้ซื้อสินค้าที่ราคาสูงกว่า
คุณสน เลยฝังใจว่า การทำธุรกิจ ถ้าไม่เกิดจากความจริงใจ ลูกค้าก็จะใช้บริการแค่ครั้งเดียวและไม่กลับมาอีก
และกว่าที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ ก็มีอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างทางมากมาย เช่น
ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ คุณสน ยังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง
แต่ทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และให้ลูกค้าโทรเข้ามาสั่งตัดชุดสูท
พร้อมวางตัวเองเป็นที่ปรึกษาด้านชุดสูท
ผลปรากฏว่า เปิดธุรกิจได้ 1 เดือน แต่กลับไม่มียอดสั่งซื้อเข้ามาเลย
หลังจากนั้นคุณสน ก็วิเคราะห์แล้วพบว่าการเปิดร้านสูท คือการขายประสบการณ์ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว คนที่สั่งชุดสูท จะต้องการลองและสวมใส่ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจก็ประสบปัญหากับวิกฤติโควิด 19 ทำให้ต้องปิดร้านชั่วคราว
จน SUITCUBE ต้องหาทางเอาตัวรอด และพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยเปิดร้านหมูย่างสูตรคิวบ์เพื่อเลี้ยงทีมงานกว่า 100 ชีวิต
โดยหมูย่างสูตรคิวบ์ เกิดจากคุณสน ให้ลูกทีมทุกคนออกความคิด เสนอสูตรลับประจำตระกูล เพื่อคัดเลือกและนำมาขายจริง และเมนูที่ได้รับคัดเลือกก็คือ “หมูย่างปลาร้ารสเด็ด”
การหันมาทำร้านหมูย่าง ณ ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่า จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน
แต่สิ่งสำคัญในมุมของคุณสน คือการเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆ กัน โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ทั้งหมดคือแนวคิดการทำร้านสูท ของ SUITCUBE
ที่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ของคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ มีอยู่จริง..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.