Facebook อาจถูกบังคับให้ขาย Instagram และ WhatsApp หลังโดน 46 รัฐในสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง

Facebook อาจถูกบังคับให้ขาย Instagram และ WhatsApp หลังโดน 46 รัฐในสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง

10 ธ.ค. 2020
ล่าสุด คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (Federal Trade Commission : FTC) และอัยการสูงสุดของทั้ง 46 รัฐ ได้ยื่นฟ้อง Facebook ต่อศาลสหรัฐฯ ในคดีต่อต้านการผูกขาดทางธุรกิจ
โดยข้อกล่าวอ้างของคดี คือ Facebook ใช้อำนาจทางธุรกิจ ในการเข้าซื้อ หรือขู่คู่แข่งทางธุรกิจ
ที่พวกเขาเห็นว่ามีศักยภาพ หรือจะเป็นภัยคุกคามต่อบริษัทในอนาคต ให้ขายกิจการให้กับทาง Facebook
อย่างกรณีที่ Facebook เข้าซื้อ Instagram ด้วยมูลค่า 30,000 ล้านบาท ในปี 2012
และ WhatsApp ด้วยมูลค่า 570,000 ล้านบาท ในปี 2014
นอกจากนี้ Facebook ยังเคยเจรจาเข้าซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ เช่น Twitter และ Snapchat อีกด้วย แต่โดนปฏิเสธการขายกิจการไป
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กไม่มีที่ยืน, ลดการแข่งขันในตลาด, ลดการสร้างสรรค์นวัตกรรม
และทำให้ผู้บริโภค หรือผู้ที่ต้องการโฆษณา มีอำนาจต่อรองและทางเลือกน้อยลง
“เป็นเวลาเกือบทศวรรษแล้ว ที่ Facebook ได้ใช้ทรัพยากรและอำนาจผูกขาด บดขยี้คู่แข่งขนาดเล็ก ให้ออกจากตลาดการแข่งขันไป” Letitia James อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์ก กล่าว
ที่น่าสนใจคือ ในคดีที่ยื่นฟ้องนี้ FTC ได้ขอให้ศาลสั่งให้ Facebook ไม่ยุ่งเกี่ยวกับ Instagram และ WhatsApp แบบถาวร
หรือก็คือ หาก Facebook แพ้คดีนี้
Facebook ก็อาจต้องขายกิจการและแพลตฟอร์มของ Instagram และ WhatsApp ออกไป
อย่างไรก็ดี ทาง Facebook ได้โต้แย้งต่อคดีดังกล่าวว่า
การเข้าซื้อ Instagram และ WhatsApp ในอดีต ได้รับการพิจารณาเรื่องการผูกขาดทางธุรกิจ และอนุมัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ
ทั้ง Instagram และ WhatsApp ประสบความสำเร็จได้ เพราะ Facebook ได้ทุ่มเททรัพยากรและลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม
ดังนั้น ไม่ควรมีกฎหมายต่อต้านการผูกขาดฉบับใด ที่ร่างมาเพื่อลงโทษบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
และสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังทำในตอนนี้ คือ ส่งสัญญาณความกังวลไปยังภาคธุรกิจว่า
ในสหรัฐฯ จะไม่มีการซื้อขายกิจการใดๆ ที่เสร็จสมบูรณ์ในตัวเองเลย
เพราะแม้ว่าจะได้รับความเห็นชอบ และการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลแล้วก็ตาม แต่ในอนาคตก็อาจต้องเผชิญกับเรื่องข้อพิพาททางกฎหมายอีก..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.