แหลมเจริญ ซีฟู้ด จากร้านอาหารเล็ก ๆ ในระยอง สู่ร้านอาหารมูลค่า 3,000 ล้าน

แหลมเจริญ ซีฟู้ด จากร้านอาหารเล็ก ๆ ในระยอง สู่ร้านอาหารมูลค่า 3,000 ล้าน

6 มี.ค. 2021
เมื่อนึกถึงร้านอาหารบนศูนย์การค้า ก็จะมีทั้งแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น, ชาบู, อาหารฟาสต์ฟู้ด และไก่ทอด
ที่แข่งขันกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคได้เลือกใช้บริการ
แต่สำหรับแบรนด์ร้านอาหารทะเลชื่อดัง บนศูนย์การค้า
แหลมเจริญ ซีฟู้ด จะเป็นชื่อเดียวที่คนส่วนใหญ่นึกออก
ซึ่งมาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่ออย่าง “ปลากะพงทอดราดน้ำปลา”
ปลาที่สด ทอดแบบกรอบ ๆ เนื้อฟู ๆ ราดด้วยน้ำปลากลิ่นหอมรสกลมกล่อม
แต่รู้ไหมว่า แหลมเจริญ ซีฟู้ด ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 42 ปี
และมีจุดเริ่มต้นมาจาก ร้านอาหารทะเลเล็ก ๆ แบบกระต๊อบ ในจังหวัดระยอง
ย้อนรอยไปเมื่อปี พ.ศ. 2522
สองสามีภรรยา คุณอาทรและคุณนฤมล วงศ์วีรธร ได้เปิดร้านอาหารทะเล ที่ปลายปากน้ำระยอง
และตั้งชื่อร้านว่า “แหลมเจริญ ซีฟู้ด”
ซึ่งที่มาของชื่อนี้ มาจากการที่ร้านของพวกเขา ตั้งอยู่บริเวณแหลม ของปากน้ำระยอง
และในตอนนั้น ได้ผู้ว่าฯ ที่ชื่อนายเจริญ เข้ามาพัฒนาพื้นที่แถวนี้
จึงรวมคำว่า แหลม, เจริญ และซีฟู้ด (อาหารทะเล) เข้าด้วยกันนั่นเอง
ส่วนการที่ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด ชูเมนูปลากะพง เป็นเมนูหลัก
เนื่องจากคุณนฤมล มองว่า ปลากระพง เป็นเมนูที่ลูกค้าทานแล้วคุ้ม
เพราะปลามีหัวเล็ก แต่เนื้อเยอะ ต่างจากปลาชนิดอื่นที่มีหัวโต แต่เนื้อน้อย
ซึ่งหลังจากเปิดร้านได้ช่วงหนึ่ง ก็มีลูกค้าประจำหมุนเวียนกันมาใช้บริการกันมากขึ้น
อีกทั้งมีลูกค้าจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มาท่องเที่ยวระยอง ก็ตั้งใจแวะเข้ามาใช้บริการ
เพราะความอร่อยและความสด ของเมนูอาหาร
ต่อมา คุณอาทรและคุณนฤมล ก็โดนลูกค้าถามบ่อย ๆ ว่า ทำไมไม่ไปเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ บ้าง
จะได้ไม่ต้องเดินทางไกล ๆ เพื่อมาทาน
ในที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจขยายร้านไปยังกรุงเทพฯ โดยเปิดสาขาแรกที่สี่แยกเหม่งจ๋าย
ปรากฏว่า ลูกค้าก็เข้ามาใช้บริการแน่นเต็มร้านตั้งแต่วันแรก และโทรเข้ามาจองโต๊ะเป็นประจำ
ด้วยกระแสตอบรับที่เกินคาด จนรองรับลูกค้าไม่เพียงพอ
จึงต้องขยายสาขาเพิ่ม โดยเลือกที่รามอินทรา กม. 3.5 เป็นสาขาที่ 3
เนื่องจากเห็นว่าแถวนั้นมีหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก มีถนนเส้นใหญ่ คนสัญจรไปมาเยอะ
เมื่อชื่อเสียงของแหลมเจริญ ซีฟู้ด เริ่มเป็นที่โด่งดัง มีคนพูดถึงปากต่อปาก
จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาเยือน เมื่อร้านถูกทาบทามจากศูนย์การค้า ให้ไปเปิดสาขา
แม้ว่า คุณอาทรและคุณนฤมล จะนึกภาพไม่ออกว่าร้านอาหารทะเลบนศูนย์การค้าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
เพราะยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน
แต่พวกเขา ก็ไม่อยากพลาดโอกาส จึงตอบรับข้อเสนอ
และตัดสินใจว่าจะลองทำร้านอาหารทะเลรูปแบบใหม่ ที่เหมาะกับศูนย์การค้า
โดยไปเปิดสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นสาขาแรกของ แหลมเจริญ ซีฟู้ด บนศูนย์การค้า
สิ่งที่แหลมเจริญ ซีฟู้ด ทำคือ การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ทั้งหมด
ออกแบบการตกแต่งร้าน และสร้างบรรยากาศให้ดูทันสมัย
เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ร้านอาหารทะเล ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านที่ดูเละเทะ และมีแต่กลิ่นคาวปลา
เปลี่ยนโลโก้ให้เด่นชัดมากขึ้น โดยใช้เป็นรูปปลากะพง ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน
เปลี่ยนภาชนะให้มีคุณภาพดี และจัดหาเครื่องแต่งกายสำหรับพนักงาน เพื่อให้ดูมืออาชีพและสะอาด
ในส่วนของเมนูอาหาร แหลมเจริญ ซีฟู้ด มีเมนูอาหารทะเลให้เลือกมากมาย ทั้งเมนูปลา, กุ้ง, ปลาหมึก, ปู, หอย ฯลฯ
ซึ่งเมนูขึ้นชื่อนอกจากปลากะพงทอดราดน้ำปลา ก็จะมี หมี่ผัดผักกระเฉด, ปลาหมึกทอดราดน้ำปลา, กุ้งผัดพริกเกลือ เป็นต้น
ด้วยความที่หนึ่งในหัวใจสำคัญ ของร้านอาหารทะเล คือ “ความสด”
อย่างเมนูปลากะพงทอดราดน้ำปลา ต้องใช้ปลาเป็นเท่านั้น ไม่งั้นเนื้อจะไม่กรอบฟู
ในขณะที่ร้านไม่สามารถเลี้ยงปลาบนศูนย์การค้าได้ เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ
แหลมเจริญ ซีฟู้ด จึงต้องสร้างครัวกลางขึ้นมา ซึ่งจะมีทั้งบ่อเลี้ยงปลา, บ่อเลี้ยงปู, บ่อเลี้ยงกุ้ง เป็นต้น
สำหรับกระจายวัตถุดิบไปยังสาขาต่าง ๆ เพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้
ลองมาดูผลประกอบการ ของร้านอาหารทะเล ต้นตำรับจากระยอง
บริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด
ปี 2562 มีรายได้ 827 ล้านบาท กำไร 118 ล้านบาท
ปัจจุบัน แหลมเจริญ ซีฟู้ด มีจำนวนทั้งหมด 31 สาขา ซึ่งสาขาส่วนใหญ่จะอยู่บนศูนย์การค้า
มีเพียงไม่กี่สาขา ที่เป็นแบบ Stand Alone เช่น สาขาระยอง, สี่แยกเหม่งจ๋าย, รามอินทรา กม. 3.5
จากความสำเร็จที่การันตีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
และศักยภาพของธุรกิจ ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต
ทำให้เชนร้านอาหารระดับประเทศอย่าง เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร เอ็มเค และ ยาโยอิ ในประเทศไทย
ให้ความสนใจ และเข้าซื้อหุ้น 65% ในบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด
ด้วยมูลค่ากว่า 2,060 ล้านบาท เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา
หรือก็คือ แหลมเจริญ ซีฟู้ด จะมีมูลค่าบริษัททั้งหมดประมาณ​ 3,169 ล้านบาท
ซึ่งในตอนนั้น แหลมเจริญ ซีฟู้ด มีอยู่ 25 สาขา
หรือ 1 สาขา จะมีมูลค่าที่ประมาณ 127 ล้านบาท นั่นเอง
สำหรับเหตุผลที่ เอ็มเค เข้าลงทุนใน แหลมเจริญ ซีฟู้ด
ก็เนื่องจาก เอ็มเค ต้องการขยายธุรกิจไปสู่แบรนด์ร้านอาหารใหม่ ๆ และประเภทอาหารใหม่ ๆ
ที่สำคัญกลุ่มลูกค้าหลักของ เอ็มเคและแหลมเจริญ ซีฟู้ด ยังเป็นกลุ่มใกล้เคียงกัน คือ “กลุ่มครอบครัว”
การได้ แหลมเจริญ ซีฟู้ด เข้ามาเสริมทัพให้กับเครือ เอ็มเค
นอกจากเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจให้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย
อีกทั้ง เอ็มเค มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการขนส่งวัตถุดิบอาหารสด รวมถึงบริหารจัดการร้านอาหารหลาย ๆ สาขา
ซึ่งก็จะช่วยให้เกิดการ Synergy กันระหว่างธุรกิจ และช่วยลดอุปสรรคในการขยายสาขา ของแหลมเจริญ ซีฟู้ด ได้
โดย เอ็มเค ตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาของแหลมเจริญ ซีฟู้ด เพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ โดยจะเน้นที่สาขาต่างจังหวัด ในทำเลที่มีศักยภาพเป็นหลัก
สรุปแล้ว จากนี้ก็ต้องเฝ้ามองเป็นระยะ ๆ ว่า
ภายใต้กระแสน้ำ ของเอ็มเค ที่ช่วยผลักดัน
จะทำให้ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ว่ายไปได้ไกลแค่ไหน ในวงการอาหาร..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.