เปิดแผนครึ่งปีหลัง SHOPLINE เดินหน้าช่วยลูกค้าธุรกิจดันยอดขาย เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่สอดรับเทรนด์ Live commerce โตแรง

เปิดแผนครึ่งปีหลัง SHOPLINE เดินหน้าช่วยลูกค้าธุรกิจดันยอดขาย เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่สอดรับเทรนด์ Live commerce โตแรง

23 ก.ค. 2021
ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีความเฉพาะตัวสูง และมีช่องทางหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ มาร์เก็ตเพลส และเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการทั้งรายเดิมที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว และผู้ประกอบการหน้าใหม่ในการเข้าไปช่วงชิงกำลังซื้อในช่องทางออนไลน์ซึ่งเติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปี อย่างไรก็ตาม ในสถาการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้นนั้น การมีผู้ช่วยที่เข้าใจตลาดเป็นอย่างดีและเครื่องมือทางดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีประสบความสำเร็จรวดเร็วขึ้น ตลอดจนผลักดันยอดขายให้เติบโตได้อย่างเหนือความคาดหมาย
หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาคเอเชีย ณ เวลานี้ คือ SHOPLINE ที่ได้สร้างผลงานโดดเด่นมาแล้วมากมายด้วยจำนวนร้านค้าที่เลือกใช้บริการกว่า 250,000 ร้านค้าทั่วเอเชีย สร้างยอดขายผ่านแพลตฟอร์มของ SHOPLINE รวมเป็นมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับในประเทศไทย แม้จะเพิ่งเข้ามาขยายตลาดเมื่อต้นปี 2564 แต่ก็ได้ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและกลุ่มลูกค้าองค์กรทำตลาดออนไลน์ เพิ่มยอดขายได้อย่างน่าพึงพอใจ อาทิ แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังอย่าง คิวมินซี (QminC), ร้านแว่นตา Glassaholic, ร้านค้าปลีก-ส่ง HROYRANG รวมไปถึงแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย DANNYCOSMO ที่สามารถสร้างยอดขายเติบโตสูงถึง 552% และ เสื้อผ้าเด็กแบรนด์ Hello sunshine kids มียอดขายเติบโตกว่า 300%
เร่งขยายตลาดครึ่งปีหลัง 2564
สำหรับแผนในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 นี้ SHOPLINE ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการระบบจัดการร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซ ทั้งเชี่ยวชาญด้านโซเชียลคอมเมิร์ซ ด้วยโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร (Smart Commerce Enabler) จะเดินหน้ารุกขยายตลาดอย่างเข้มข้น พร้อมด้วยโซลูชั่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ เพื่อตอบโจทย์การตลาดออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้าน Live commerce ในไทยที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ชนนันท์ ปัญจทรัพย์ Country Manager, SHOPLINE Thailand กล่าวว่า อีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2563 พบอัตราการเติบโตสูงถึง 35% ส่วนในปีนี้ และในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% ต่อปี แม้จะเป็นตัวเลขการเติบโตในทุกช่องทาง แต่จากฐานข้อมูลทำให้เห็นแนวโน้มที่สำคัญของ Social commerce ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Facebook, Line, Instagram และ Twitter ตามลำดับ ซึ่งลูกค้าประมาณ 69% จะเลือกซื้อสินค้าผ่าน Facebook จากเพจต่าง ๆ ผู้ซื้อส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 35-44 ปี ในกลุ่มผู้หญิงจะสนใจสินค้าประเภทความงาม และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ส่วนกลุ่มผู้ชายจะเน้นไปที่สินค้า Gadget และของตกแต่งบ้าน ในขณะที่กลุ่มผู้ซื้อที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป จะสนใจสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
จากพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภคคนไทยในช่วงโควิด-19 ยังพบว่า มีสัดส่วนสูงถึง 56% ซื้อของผ่าน Social commerce และ 62% มีความสนุกและความพึงพอใจในการซื้อของผ่านช่องทางโซเชียล ทั้งมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน และที่น่าสนใจ คือจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งเพลิดเพลินไปกับการดู Live พูดคุยและตอบโต้ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขมูลค่ารวมของ Live commerce ช่วงไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 พบอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 300% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 160% อีกทั้ง จำนวนคำสั่งซื้อก็เติบโต 210% จำนวนการถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้น 300% และจำนวนความคิดเห็นเพิ่มขึ้น 283%
“เราพบว่าเทรนด์การ Live ขายของมาแล้วจริง ๆ และกำลังเติบโตมากขึ้นอีกในอนาคต เพราะสามารถทำให้เกิดยอดขายได้ ซึ่งบรรยากาศการ Live ในไทยพบว่ามีมิติมาก ทั้งการขาย การรีวิวสินค้า และคำแนะนำ ขณะเดียวกัน ผู้ชมเองก็มีความหลากหลายด้วย คือนอกจากจะดูเพื่อซื้อสินค้าแล้วยังสนุกสนาน ชอบมีส่วนร่วมไปกับการถ่ายทอดสดผ่านการคอมเม้นท์ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมกับการ Live คือ 120 นาที ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือหลัง 1 ทุ่มเป็นต้นไป” ชนนันท์ กล่าว
2 ฟีเจอร์ใหม่ตอบโจทย์ Live commerce
สำหรับ SHOPLINE มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ที่ว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น Live feature ที่สามารถดูดคอมเม้นท์ และจัดการออร์เดอร์ การคอนเฟิร์ม และระบบการชำระเงินในระยะเวลาอันรวดเร็ว Messenger Center การรวบรวมความคิดเห็นหรือคอมเม้นท์จากช่องทางโซเชียลที่หลากหลายมาไว้ในที่เดียวกัน และ Chatbot ผู้ช่วยในการตอบกลับด้วยระบบอัตโนมัติ แต่การที่ Live commerce ในไทยมีความเฉพาะตัว คือเป็นมากกว่าการขายสินค้า แต่ยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างร้านค้าและผู้ซื้อ ซึ่งผู้ชมมักจะสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างชมการถ่ายทอดสด ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์การตลาดออนไลน์ได้มากยิ่งขึ้น SHOPLINE จึงเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ประกอบด้วย
Live Bidding ระบบการประมูลอัจฉริยะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขายสามารถทำการประมูลได้ด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่พลาดทุกข้อตกลงด้วยราคาสูงสุด และสรุปยอดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Golden Minutes การจัดโปรโมชั่นนาทีทอง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ลดครหาการจับรางวัลให้แก่คนรู้จัก
“เป้าหมายของเราคือต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์ ดังนั้น จึงต้องเฟ้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะสามารถตอบโจทย์นี้ให้ดียิ่งขึ้น เราพบว่าเทรนด์ Direct to consumer (D2C) กำลังมาแรง ซึ่งก็คือการที่แบรนด์ต้องการสื่อสารโดยตรงไปยังกลุ่มลูกค้าและต้องการฟีดแบคกลับมาโดยตรง เราจึงเครื่องมือที่ช่วยให้การเชื่อมต่อนี้เป็นไปอย่างราบรื่นในทุกช่องทาง ด้านการทำตลาด ยังมี Smart Ads การสร้างแคมเปญโฆษณาที่สามารถทำได้เอง ง่าย ๆ เพื่อทำให้ผู้ชมมองเห็นแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น และ Shoplytics การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ตลอดจนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งที่เป็นแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการระบบการชำระเงิน และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้ระบบการค้าขายออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ และที่สำคัญ เรามีทีมงานพร้อมทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า และมีแผนการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งในรูปแบบ Webinar และ Seminar เพื่อเสริมองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการในทุกเดือน โดยมีเป้าหมายทำให้ SHOPLINE ขึ้นแท่นเป็นผู้นำใน A Global Smart Commerce Enabler ของประเทศไทยภายในปีนี้” ชนนันท์ กล่าว
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อ SHOPLINE ได้ที่
1.Line OA : @Shoplineth หรือคลิ๊ก https://bit.ly/SHOPLINETH_LINE
2.โทร: 0946538866, 0818292797
3. ปรึกษาฟรีได้ที่ : https://bit.ly/3h2oSpT
สามารถทดลองใช้ฟรี 14 วัน : http://bit.ly/SHOPLINE_SC14daysFree
© 2021 Marketthink. All rights reserved.