Double C เครื่องดื่มวิตามินซี จากจังหวัดหนองคาย ที่มียอดขาย 400 ล้าน

Double C เครื่องดื่มวิตามินซี จากจังหวัดหนองคาย ที่มียอดขาย 400 ล้าน

11 ก.ย. 2021
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หนึ่งในตลาดที่ถือว่าร้อนแรง เย้ายวน และมีผู้เล่นหลายราย ต่างเข้ามาลงเล่นในตลาด
เพื่อหวังชิงเม็ดเงินจากกระเป๋าของผู้บริโภคมากที่สุด คือ ตลาดเครื่องดื่มประเภทวิตามิน
ไม่ว่าจะเป็นน้ำวิตามินซี, น้ำวิตามินรวม รวมไปถึงน้ำดื่มผสมวิตามิน
ด้วยเทรนด์รักสุขภาพของผู้คน ที่อยากรูปร่างดี ผิวสวย และสุขภาพแข็งแรง
บวกกับแรงกระตุ้นจากสถานการณ์โควิด 19 ที่ผลักดันให้เราหันมาตระหนักเรื่องสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น
ได้ทำให้ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ หรือเครื่องดื่มที่เติมส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อให้เราได้รับประโยชน์เพิ่มเติม
เติบโตไปด้วย ตามความต้องการของผู้บริโภคที่อยากหาสารอาหารต่าง ๆ มาบำรุงร่างกายมากขึ้น
ปี 2563 ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ในประเทศไทย มีมูลค่ารวมประมาณ 9,100 ล้านบาท
เติบโตขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า
ซึ่งสวนทางกับตลาดเครื่องดื่มโดยรวม ที่ยังซบเซาอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด 19
และถ้าเจาะลึกลงไปในตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ของประเทศไทย
จะพบว่ากลุ่มประเภทเครื่องดื่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ก็คือ “เครื่องดื่มวิตามินซี”
ปี 2562 ตลาดเครื่องดื่มวิตามินซี มีมูลค่า 933 ล้านบาท
ปี 2563 ตลาดเครื่องดื่มวิตามินซี มีมูลค่า 1,375 ล้านบาท
คิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงถึง 47% เลยทีเดียว
สาเหตุที่เครื่องดื่มวิตามินซี ได้รับความนิยมในบ้านเรา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ เราส่วนใหญ่ต่างคุ้นเคยกับวิตามินซีมาตั้งแต่เด็ก ๆ เช่น วิตามินซีเม็ดสีส้ม ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยเรามักจะอ้อนให้พ่อกับแม่ซื้อให้ เพราะมีรสชาติอร่อย กินง่าย
นอกจากความอร่อยแล้ว วิตามินซี ก็มีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน, บรรเทาอาการหวัด, บำรุงผิวพรรณ, ต้านอนุมูลอิสระ
อีกทั้งเครื่องดื่มวิตามินซี มีราคาไม่สูงมาก เข้าถึงง่าย และสามารถดื่มได้ทุกวัน
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอาจมีแบรนด์เครื่องดื่มวิตามินซีในดวงใจ ที่ดื่มเป็นประจำอยู่แล้ว
และอาจสงสัยว่าตลาดนี้ มีใครเป็นผู้เล่นหลัก ๆ บ้าง ?
สำหรับแบรนด์ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มวิตามินซีมากที่สุด ได้แก่
C-vitt ของโอสถสภา 70.7%
Double C ของหนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ 19.0%
Vit A Day ของเจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ 7.8%
Woody C+ Lock ของคาราบาวกรุ๊ป 1.5%
และอื่น ๆ 1.0%
ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า อันดับที่ 1, 3 และ 4 ล้วนเป็นแบรนด์จากบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหลายประเภท อยู่ในพอร์ตสินค้าของบริษัท เช่น น้ำดื่ม, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, เกลือแร่, กาแฟ อยู่แล้ว ก่อนจะเข้ามาลงเล่นในตลาดนี้
แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์อันดับ 2 อย่าง Double C
กลับไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศแต่อย่างใด เป็นบริษัทที่คนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นหู และมีจุดเริ่มต้นมาจากจังหวัดหนองคาย
แต่สามารถต่อกรกับคู่แข่ง ที่เป็นบริษัทเครื่องดื่มแนวหน้าของประเทศ และคว้าส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้น ๆ มาได้
บริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ที่จังหวัดหนองคาย
ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามินซี ภายใต้แบรนด์ “Double C”
โดยจุดเริ่มต้นของ Double C เกิดจากสองพี่น้องผู้บริหารหนุ่มไฟแรง
คุณชนินทร์ เฮ้งเจริญสุข และคุณสรวิศ เฮ้งเจริญสุข สองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด ได้เล่าว่า
เดิมทีบริษัทก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้แบรนด์ “ช้างแดง”
แต่ด้วยสภาพการแข่งขันที่สูง และมีผู้เล่นเจ้าตลาดอยู่แล้ว
ทำให้บริษัทเจาะตลาดไม่สำเร็จ และกิจการประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
คุณชนินทร์ และคุณสรวิศ จึงตัดสินใจมองหาธุรกิจใหม่
แล้วพบว่า ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กำลังเติบโตได้ดี และมีแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์รักษาสุขภาพที่เริ่มเข้มข้นขึ้น แถมตอนนั้นคู่แข่งยังมีไม่มาก เลยมีพื้นที่ให้ทำตลาดอีกเยอะ
ประกอบกับบริษัทมีทรัพยากรเดิมอยู่แล้ว เช่น เครื่องจักร ที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจใหม่ได้
จึงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่รวมวิตามินซีจากผลไม้ 2 ชนิดเข้ามาไว้ด้วยกันในขวดเดียว และเกิดเป็นแบรนด์ “Double C” ในที่สุด
ซึ่งทางบริษัท ก็ได้ปล่อย Double C ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ในช่วงปลายปี 2561
พร้อมชูจุดเด่นในเรื่องขนาดขวดที่ใหญ่, ขวดใสจนเห็นสีสันอันสดใสของเครื่องดื่ม ซึ่งเห็นแล้วสะดุดตา
และมาพร้อมกับคุณค่าวิตามินซีสูง 200% จากผลไม้แท้ 2 ชนิด พร้อมแคลอรีต่ำและน้ำตาลน้อย
เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกวัย ที่ใส่ใจสุขภาพ
ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดนี้ ทำให้เครื่องดื่ม Double C ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ เครื่องดื่มวิตามินซี 200% คือ เครื่องดื่มที่ระบุว่ามีปริมาณวิตามินซีต่อขวดเท่ากับ 120 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 2 เท่า (200%) ของปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 60 มิลลิกรัม
สำหรับที่มาของชื่อแบรนด์ Double C ก็คงไม่พ้นที่ต้องการจะสื่อว่า ให้วิตามินซี 2 เท่า (200%) ตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ นั่นเอง
ทีนี้มาดูผลประกอบการของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา
บริษัท หนองคายเพาเวอร์ดริ๊งก์ จำกัด
ปี 2561 มีรายได้ 89 ล้านบาท กำไร 28 ล้านบาท
ปี 2562 มีรายได้ 438 ล้านบาท กำไร 85 ล้านบาท
ปี 2563 มีรายได้ 485 ล้านบาท กำไร 53 ล้านบาท
โดยในปี 2563 ทุก ๆ รายได้ 100 บาท จะเป็น
ต้นทุนสินค้า 57 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ 29 บาท
ดอกเบี้ยจ่ายและภาษี 3 บาท
กำไร 11 บาท
ซึ่งสาเหตุที่ปี 2562 รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นช่วงที่ Double C เข้าสู่ตลาดได้สักพัก และทำตลาดอย่างจริงจังตลอดทั้งปี
ปัจจุบันเครื่องดื่ม Double C มีวางจำหน่ายด้วยกัน 4 สูตร ได้แก่
- รสเลมอนและมะนาว
- รสส้มและเลมอน
- รสพีชและลิ้นจี่
- รสองุ่นแดงและองุ่นขาว
ซึ่งจำหน่ายตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ เช่น 7-Eleven, FamilyMart, โลตัส, บิ๊กซี, CJ Express, Lawson108, Jiffy และ Makro
สำหรับการทำตลาดและความเคลื่อนไหวของ Double C ในปีนี้
แม้จะประสบปัญหาวิกฤติโควิด 19 และสภาพการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มวิตามินที่รุนแรงมากขึ้น
แต่แบรนด์ก็ไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง
อย่างช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้ดึง ใหม่-ดาวิกา ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของประเทศ มาเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์
พร้อมออกวิดีโอโฆษณา “ดาวิกา.. มาค่ะ! มาพร้อมผลตอบแทนเต็ม 200%”
เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้กับแบรนด์, สร้างการรับรู้ของแบรนด์ในวงกว้าง และขยายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับ บริษัท เฟอร์โร เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตสารเคลือบผิวสำหรับอุตสาหกรรม ที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
นำสารเคลือบผิวมาใช้ในการผลิตขวดใส ผ่านทางบริษัท เวลโกรว์กล๊าส อินดัสทรี จำกัด (WGI) บริษัทโรงงานผลิตขวดชั้นนำของประเทศไทย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์, คงคุณค่าของสารอาหารที่บรรจุอยู่ภายในขวด ให้ได้มากที่สุด และสร้างความมั่นใจว่า เครื่องดื่ม Double C จะให้วิตามินซีครบ 200% ด้วยนวัตกรรมขวดใสป้องกันแสง UV
ส่วนแผนธุรกิจในอนาคต Double C ได้ตั้งเป้าที่จะขยายสู่ตลาดกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ในปีหน้าอีกด้วย
ซึ่งสักวัน เราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทในจังหวัดหนองคาย ไปโกอินเตอร์ในตลาดเครื่องดื่มวิตามินโลก ก็เป็นได้..
ปิดท้ายด้วย แนวคิดการทำธุรกิจของคุณสรวิศ ผู้บริหารแบรนด์ Double C
“แม้ว่าสินค้าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่เราก็ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต้องไว
เพราะตลาดนี้มีผู้สนใจจำนวนมาก หากเราช้าหรือหยุดพัฒนา จากผู้นำ เราก็จะกลายเป็นผู้ตามในทันที”
© 2021 Marketthink. All rights reserved.