YouTube ประเทศไทย เผยสถิติการเติบโต และแคมเปญโฆษณาที่ชนะรางวัล “YouTube Works Award 2564”

YouTube ประเทศไทย เผยสถิติการเติบโต และแคมเปญโฆษณาที่ชนะรางวัล “YouTube Works Award 2564”

21 ก.ย. 2021
YouTube ประเทศไทย จัดงานใหญ่ประจำปี “Brandcast Delivered” เพื่ออัปเดตข้อมูลและเทรนด์ที่สำคัญ ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการทำการตลาด ให้กับนักการตลาดทั่วประเทศไทย
ในปีนี้ ผู้คนมากมายหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง และได้เห็นถึงความหลากหลายของคอนเทนต์และครีเอทีฟที่มากขึ้นกว่าเดิมบน YouTube ทั้งจากครีเอเตอร์ยอดนิยมและครีเอเตอร์หน้าใหม่
ซึ่งจำนวนชั่วโมงของคอนเทนต์ที่ถูกอัปโหลดบน YouTube เพิ่มขึ้นมากถึง 80%
ปัจจุบันบนแพลตฟอร์ม YouTube มีช่องที่มีผู้ติดตามทะลุ 1 ล้านคน รวมกว่า 650 ช่อง
และช่องที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคนรวมแล้วกว่า 7,000 ช่อง
ซึ่งการเติบโตนี้ สะท้อนถึงเนื้อหาที่หลากหลายและสร้างสรรค์โดยไม่ได้มีเพียงช่องโทรทัศน์ขนาดใหญ่ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลในวงการโทรทัศน์, โปรดักชันเฮาส์, ค่ายเพลง, ศิลปิน และครีเอเตอร์ทั่วประเทศอีกด้วย
ไมค์ จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า
“กว่า 7 ปีของการดำเนินงานของ YouTube ในประเทศไทย YouTube ยังเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยชื่นชอบในการเชื่อมต่อกับโลก, สร้างแรงบันดาลใจเพื่อปลุกพลังการเรียนรู้, พัฒนาทักษะใหม่ ๆ และเพื่อความสุขทั้งกายและใจ
และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้เปิดการใช้งาน YouTube Shorts ในประเทศไทย เป็นเครื่องมือสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างวิดีโอแบบสั้นแต่น่าสนใจได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้เพียงแค่โทรศัพท์มือถือ ทำให้เราได้เห็นผลงานที่สร้างสรรค์มากมายจากเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์”
ในปี 2564 ที่ผ่านมา คนไทยรับชมวิดีโอบน YouTube มากขึ้นในหลากหลายหมวดหมู่
คนไทยใช้เวลาในการรับชมวิดีโอประเภทการเงิน เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ระหว่างเมษายน 2563 และ เมษายน 2564)
ในขณะที่เวลาการรับชมวิดีโอประเภทคาราโอเกะ บน YouTube เพิ่มขึ้นกว่า 70%
ประเภทสารคดี เพิ่มขึ้น 45%
ประเภทเกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 50%
ประเภทออกกำลังกาย เพิ่มขึ้น 50%
“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ ในประเทศไทย ใช้ประโยชน์จากคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายและความสามารถในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมากของ YouTube เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ และนำมาสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
และนั่นเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัวการประกวดชิงรางวัล YouTube Works Awards ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อส่งเสริมและยกย่องชิ้นงานโฆษณาที่โดดเด่นและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยวันนี้ต้องขอขอบคุณ Kantar ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการในกระบวนการตัดสินผู้ชนะ รวมทั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาเป็นผู้ตัดสิน
และขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะรางวัลของแต่ละแคมเปญ โดยผลงานที่ชนะรางวัล YouTube Works Awards นี้ต่างเป็นแคมเปญที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการวางแผนสื่อ, การเล่าเรื่องราว, การใช้ข้อมูลและเครื่องมือของ YouTube รวมไปจนถึงการร่วมมือกับเหล่าครีเอเตอร์
ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ”
-โครงการ “YouTube Works Award” คืออะไร ?
โครงการประกวดชิงรางวัล YouTube Works Award คือรางวัลเพื่อส่งเสริมและยกย่องชิ้นงานโฆษณาที่โดดเด่นและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยเริ่มจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยมี บริษัท คันทาร์ (Kantar) ร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการในกระบวนการตัดสิน และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการตลาดหลากหลายสาขาเป็นผู้ร่วมตัดสิน และได้เปิดรับสมัครชิงรางวัลไปเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา
-ผู้มีสิทธิเข้าร่วมประกวดกชิงรางวัล “YouTube Works Award”
โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ทีมการตลาด, สื่อ, ครีเอทีฟ และเอเจนซี่ ส่งแคมเปญนวัตกรรมดิจิทัลเข้าประกวดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกจะต้องเป็นแคมเปญที่เผยแพร่ทาง YouTube ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2564
โดยมีเนื้อหาที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการวางแผนใช้สื่อ, การบอกเล่าเรื่องราว และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และสร้างสรรค์ระหว่างแบรนด์และผู้สร้าง
รวมถึงผลงานที่สามารถแสดงให้เห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่งได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลในวันนี้
-รายชื่อผู้ชนะรางวัล “YouTube Works Award” ในประเทศไทยในปี 2564
1)ผู้ชนะรางวัล Best Full Funnel Campaign คือ “Dutch Mill”
ด้วยแคมเปญ “ฝากร้านฝากท้อง”
https://www.youtube.com/watch?v=41T2qM85wsw&feature=youtu.be
เอเจนซี่สื่อ : Digital Integrated
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: Wunderman Thompson Bangkok
แคมเปญ ฝากร้านฝากท้อง โดย Dutch Mill ได้ร่วมมือกับร้านโชห่วย ซึ่งเป็นช่องทางการขายสำคัญของ Dutch Mill ในการทำการตลาดแบบ Full Funnel (ตั้งแต่การสร้างการรับรู้แบรนด์ไปจนถึงการเพิ่มการพิจารณาและสร้างยอดขาย) โดยใช้ YouTube เป็นช่องทางในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ พร้อมทั้งประกาศรับสมัครเจ้าของร้านโชห่วยท้องถิ่นที่ขายผลิตภัณฑ์ของ Dutch Mill ให้ร่วมสร้างวิดีโอโปรโมตร้านค้าของตนเอง และนำเสนอสินค้าของ Dutch Mill ร่วมกับสินค้าอีกหนึ่งอย่างในร้านค้า
ก่อนที่แบรนด์จะนำวิดีโอเหล่านี้ไปโฆษณาในพื้นที่ ให้คนในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าไปซื้อสินค้าที่หน้าร้านได้ทันที ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น Call-to-action เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่หน้าร้าน อีกทั้งการนำเอาเจ้าของร้านโชห่วยมาร่วมแสดงในโฆษณาถือเป็นความแปลกใหม่ และมีการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน ทำให้ผู้ชมอยากรับชมโฆษณาชิ้นนี้ ผลที่ได้คือการพูดถึงแบรนด์จาก Earned Media ที่มีมูลค่าถึง 7.5 ล้านบาท และยอดขายที่เพิ่มขึ้น 200%
2)ผู้ชนะรางวัล Best Storytelling คือ “GrabFood”
ด้วยแคมเปญ “อิสรภาพทางการกิน”
https://www.youtube.com/watch?v=1eb5A8NVy_A
เอเจนซี่สื่อ : M&C Saatchi
เอเจนซี่ครีเอทีฟ : Spa-Hakuhodo
ในแคมเปญ อิสรภาพทางการกิน GrabFood ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่เบื่อความจำเจจากการต้องทานอาหารเดิม ๆ มาขยายให้ครอบคลุมผู้ชมทุกกลุ่ม ในแต่ละช่วงเวลาธรรมดา ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นช่วงพักเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน อาหารเย็นกับครอบครัว หรือแม้แต่ขนมปี๊บเดิม ๆ ที่เป็นที่นิยมในกิจกรรมรับน้อง
และพยายามผลักดันให้ผู้บริโภคเหล่านี้ก้าวข้ามความจำเจแบบเดิม ๆ และเลือก “กินให้สร้างสรรค์กว่าเดิม” ผ่านการสนทนาง่าย ๆ ที่สอดแทรกจุดเด่นของสินค้า และ Call-to-action ที่เรียกร้องให้ผู้ชมตัดสินใจซื้อในทุกจังหวะของการโฆษณา
โฆษณาชิ้นนี้ของ GrabFood ได้ทลายความเชื่อดั้งเดิมของนักการตลาดที่มองว่าโฆษณาที่ขายของมักไม่น่าสนใจ ด้วยการจับ Pain Point ที่เป็นอารมณ์ร่วมของผู้บริโภคที่ถูกต้อง นำมาร้อยเรียงเป็นบทสนทนาที่ตลก กระชับ ตรงประเด็น ประกอบกับการตัดต่อที่เสริมจังหวะความฮาได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ชมสนุกกับการดูวิดีโอของ GrabFood ที่ทั้งยาว และตั้งใจขายของอย่างไม่ปิดบังจนจบได้
ความสามารถของ GrabFood ที่ฉีกความเชื่อเดิม ๆ และสร้างโฆษณาที่ก้าวข้ามทุกกฏของการเล่าเรื่องให้ประสบความสำเร็จได้ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ตอบโจทย์ทางการตลาดและธุรกิจ
3)ผู้ชนะรางวัล Best Collaboration between Brand and Creator คือ “Bear Brand”
ด้วยแคมเปญ “นมตราหมีอิ่มดี มีประโยชน์”
https://www.youtube.com/watch?v=x6BIhgQI_QA
เอเจนซี่สื่อ : IPG Mediabrands (UM Thrive)
เอเจนซี่ครีเอทีฟ : Buzzpurr
ในแคมเปญนี้ นมตราหมีได้ร่วมมือกับมาริโอ้ โจ๊ก ครีเอเตอร์สายฮา และนักร้องเพลงอีสาน เพื่อสร้างมิวสิควิดีโอเพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมตราหมี อิ่มดี ตั้งแต่ราคา คุณสมบัติของสินค้า ไปจนถึงจุดจำหน่าย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภาคอีสาน การเลือกครีเอเตอร์ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายติดตามหรือมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์และกระตุ้นให้พวกเขาเปิดใจดูโฆษณา
นอกเหนือจากการเลือกครีเอเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ความพิเศษของผลงานนี้คือคอนเทนต์ของโฆษณาที่ถูกทำออกมาให้เป็นเพลงลูกทุ่งซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อโฆษณานี้ถูกเล่าออกมาโดยใช้ครีเอเตอร์ที่กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบและใช้คอนเทนต์ที่โดนใจ จึงส่งผลให้โฆษณานี้ได้รับผลตอบรับที่ดีในเชิงธุรกิจ การค้นหาแบรนด์ตราหมีเพิ่มขึ้น 3,350% และยอดขายเพิ่มขึ้น 17.5% หลังจากที่มิวสิค วิดีโอถูกเปิดตัว
4)ผู้ชนะรางวัล Small Budget, Big Result คือ “Bumrungrad International Hospital (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์)”
ด้วยแคมเปญ “Local Hero”
https://www.youtube.com/watch?v=cQpyqxejjqY
เอเจนซี่ครีเอทีฟ : In-house and Changkidwittaya
ผลงานโฆษณา Local Hero จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้นำเสนอเรื่องราวจากชีวิตจริงของชาวต่างชาติที่ถูกปฏิเสธการรักษาจากประเทศบ้านเกิด และความพยายามของทีมแพทย์ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคในการนำตัวคนไข้มารักษา ผ่านการเล่าเรื่องที่สัมผัสใจและสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศได้สำเร็จ
ผลงานชิ้นนี้สามารถสื่อสารถึงสิ่งที่โรงพยาบาลพร้อมจะมอบให้อย่างชัดเจน นั่นก็คือการให้บริการด้านสุขภาพด้วยใจในมาตรฐานระดับสูง เป็นผลให้สามารถสร้างกระแสผ่านยอดวิวที่มีมากกว่า 6 เท่าจากยอดวิวเฉลี่ย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 เท่า แมัมีงบประมาณที่จำกัด และมีคลิปวิดีโอเพียงคลิปเดียว
สำหรับแคมเปญอื่น ๆ (อีก 16 แคมเปญ) รวม 20 แคมเปญ ที่ได้รับคัดเลือกโดยคณะกรรมการชุดแรก จากผลงานมากกว่า 200 ชิ้นงาน เพื่อเข้ารอบไปสู่การตัดสินโดยคณะกรรมการ Grand Jury
มีดังนี้ > https://services.google.com/fh/files/misc/youtube_works_th_2021_finalists.pdf
© 2021 Marketthink. All rights reserved.