KFC รุกขยายธุรกิจต่อเนื่อง ฉลองครบ 900 สาขา พร้อมพัฒนาบริการ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

KFC รุกขยายธุรกิจต่อเนื่อง ฉลองครบ 900 สาขา พร้อมพัฒนาบริการ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

1 ต.ค. 2021
ถ้าให้นึกถึงเชนร้านไก่ทอด เราจะนึกถึงแบรนด์อะไร ?
คงมีหลายแบรนด์​ หลายชื่อโผล่เข้ามาในหัวของเรา
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะวันนี้ตลาดไก่ทอดเมืองไทย เป็นดั่งสมรภูมิที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
มีทั้งผู้เล่นหน้าเก่า หน้าใหม่ ต่างกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้เป็นระยะ ๆ เพื่อเสิร์ฟไก่สูตรเฉพาะของตัวเองให้แก่ผู้บริโภค
แต่ก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นกันว่า ท่ามกลางสงครามในตลาดไก่ทอด ที่มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมากนี้
ไม่ว่าเราจะชอบไก่แบบไหน ชอบรสชาติสไตล์อะไร
แบรนด์ที่มักจะผุดขึ้นมาในใจของเรา เป็นอันดับแรก ๆ อยู่เสมอ ก็คงไม่พ้น “KFC”
เชนร้านไก่ทอดของผู้พันแซนเดอร์ส ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 37 ปีแล้ว
เรื่องนี้สะท้อนได้จาก ส่วนแบ่งการตลาดของ KFC ที่ยังคงเป็นผู้นำอันดับที่ 1 ทั้งในแง่จำนวนสาขาและยอดขาย ในเมืองไทย และอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก
ความสำเร็จของ KFC คงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของใคร ๆ
เพราะด้วยเมนูอาหารที่มีรสชาติถูกปาก ถูกใจคนไทย และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
รวมถึงคุณภาพอาหารได้มาตรฐาน และมีบริการที่ครอบคลุม มาตอบโจทย์ลูกค้าในหลาย ๆ ด้าน
ทำให้ KFC สามารถยืนหนึ่งในใจของลูกค้าได้เสมอมา
และเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาด
KFC จึงประกาศเดินหน้าขยายสาขาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
จนปัจจุบัน ในเดือนกันยายนนี้ มีร้าน KFC อยู่ทั้งหมด 900 สาขาทั่วประเทศไทย
ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์ 2 เบอร์ 3 ไปได้แบบขาดลอย..
ที่น่าสนใจคือ KFC ไม่ได้มุ่งเน้นที่การเพิ่มจำนวนของสาขาเท่านั้น
แต่ยังคำนึงและให้ความสำคัญกับ “รูปแบบของร้าน” และ “บริการที่หลากหลาย”
เพื่อช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภค ช่วยให้ความสะดวกและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ดีที่สุด
อย่างที่รู้กัน ด้วยสถานการณ์โรคระบาด และมาตรการหลาย ๆ อย่างของภาครัฐ
ทำให้พฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย
ซึ่งเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน ผู้ประกอบการจึงต้องเปลี่ยนและปรับตัวตาม
อย่าง KFC เอง ก็ถือเป็นผู้ริเริ่มในการออกแบบพัฒนาร้านอาหารและบริการ ให้สอดคล้องกับยุค New Normal และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเจาะเข้าไปถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด
อย่างจำนวนสาขาของ KFC ทั้งหมด 900 สาขา
ก็จะมีร้านที่รองรับบริการดิลิเวอรีกว่า 828 สาขา, บริการ Drive Thru จำนวน 140 สาขา
รวมถึงบริการไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ยุคโควิดอย่างบริการ “Self-Pick Up รับที่ร้าน” จำนวน 857 สาขา
ที่ลูกค้าสามารถสั่งผ่านมือถือได้ล่วงหน้า แล้วแวะมารับอาหารที่ร้านเพื่อความรวดเร็ว
และบริการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป “Self-Pick Up รับที่รถ” 211 สาขา เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย แบบไม่ต้องลงจากรถ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง และเข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้
ซึ่งกลยุทธ์ที่ KFC ใช้ในการเลือกพื้นที่สำหรับเปิดสาขาใหม่ ๆ เพื่อเข้าไปเจาะตลาด
ก็จะเป็นพื้นที่ในมหาวิทยาลัย เพื่อเสิร์ฟความอร่อยให้กับกลุ่มนักศึกษา
และอาคารสำนักงาน เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศ แบบถึงที่
โดยทาง KFC ตั้งเป้าว่า จะต้องขยายสาขาให้ได้ถึง 920 สาขาภายในสิ้นปีนี้
และให้ได้ถึง 1,000 สาขา ทั่ว 77 จังหวัด ภายในปีหน้า
อีกทั้งปลายปีนี้ KFC ยังมีแผนที่จะเปิดตัวร้านที่เป็น Digital Lifestyle แบบเต็มรูปแบบ มาสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับวงการร้านอาหารในบ้านเรา
ซึ่งจะเป็นที่ไหนและเมื่อไร เราก็ต้องรอติดตาม และลุ้นกันต่อไป
นอกจากในส่วนของร้านอาหารแล้ว KFC ยังมีช่องทางจำหน่ายสินค้าอีกทาง นั่นคือ “KFC Food Truck”
ที่ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากโมเดลนี้สามารถช่วยให้ KFC เจาะเข้าไปยังพื้นที่ที่ร้าน KFC อยู่ห่างไกล จึงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเมนูอาหารของ KFC ได้มากและสะดวกยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า แม้ KFC จะเป็นผู้นำในตลาดมาอย่างยาวนานแล้ว
แต่แบรนด์ก็ไม่หยุดนิ่ง และเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา
โดยตั้งโจทย์ว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ผู้บริโภคทุกคน เข้าถึงไก่ทอดคุณภาพของ KFC ได้มาก ได้ง่าย และได้รวดเร็วที่สุด..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.