อีลอน มัสก์ พา SpaceX ขึ้นเป็น “เฮกโตคอร์น” สตาร์ตอัปที่มูลค่าทะลุ 3.4 ล้านล้านบาท รายที่ 2 ของโลก 

อีลอน มัสก์ พา SpaceX ขึ้นเป็น “เฮกโตคอร์น” สตาร์ตอัปที่มูลค่าทะลุ 3.4 ล้านล้านบาท รายที่ 2 ของโลก 

9 ต.ค. 2021
ล่าสุด SpaceX สตาร์ตอัปด้านอวกาศ ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ได้เปิดเผยว่า บริษัทบรรลุข้อตกลงกับนักลงทุนทั้งรายใหม่และรายเดิม ในการขายหุ้นจากคนวงใน เป็นมูลค่ากว่า 755 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25,600 ล้านบาท) โดยไม่ได้เป็นการระดมทุนรอบใหม่ แต่เป็นการขายหุ้นสำรองที่มีอยู่
ซึ่งธุรกรรมนี้ ทำให้ราคาหุ้นของ SpaceX เพิ่มขึ้นกว่า 33% 
จากเดิมที่ 420 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ไปเป็น 560 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น
และราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้มูลค่าบริษัทของ SpaceX โดยรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็น 100,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท)  
ส่งผลให้ SpaceX ขึ้นแท่นเป็นสตาร์ตอัประดับ “เฮกโตคอร์น” รายที่ 2 ของโลก
ต่อจาก ByteDance เจ้าของ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชื่อดังจากจีน ที่มีมูลค่าบริษัทยู่ที่ 4.7 ล้านล้านบาท (บางนักวิเคราะห์ประเมินว่า ByteDance มีมูลค่า 14.4 ล้านล้านบาทแล้ว)
ทั้งนี้ เฮกโตคอร์น หมายถึง สตาร์ตอัปที่มีมูลค่าเกินกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วน ยูนิคอร์น หมายถึง สตาร์ตอัปที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งถ้าถามว่ามูลค่า 3.4 ล้านล้านบาท มีมูลค่ามากขนาดไหน ก็คงเปรียบได้ว่า 
มูลค่าพอ ๆ กับบริษัท Airbus ผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลก จากยุโรป
หรือถ้าจะเปรียบเทียบกับประเทศไทย 
ก็มูลค่าเกือบ 3 เท่าของบริษัท ปตท. บริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในประเทศไทย
พอเห็นมูลค่าที่มากขนาดนี้ หลายคนคงสงสัยว่า SpaceX ทำอะไร ทำไมนักลงทุนถึงสนใจขนาดนี้ ?
SpaceX เป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาจรวดอวกาศ, บริการขนส่งทางอวกาศ และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2002 โดยอีลอน มัสก์
บริษัทมีเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งจรวดขึ้นบนอวกาศ โดยพัฒนาจรวดให้สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้หลาย ๆ ครั้ง ทำให้ต้นทุนการเดินทางลดลงอย่างมาก  
และมีเป้าหมายที่จะตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารในอนาคต 
ซึ่งการไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารนี่เอง ที่เป็นความฝันสูงสุดของอีลอน มัสก์
เรื่องนี้อาจฟังดูประหลาดและเกินจริงสำหรับบางคน แต่ อีลอน มัสก์ ก็พิสูจน์มาเกินครึ่งทางแล้ว ว่ามันเป็นไปได้
ซึ่งในการขายหุ้นครั้งนี้ ก็คาดว่า SpaceX จะนำไปใช้สนับสนุน 2 โครงการหลักของบริษัท ได้แก่
โครงการ Starlink ที่เป็นการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยดาวเทียมหลายพันดวง 
ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ผู้ใช้บริการทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบเดิมเข้าไม่ถึง
ที่ผ่านมาทาง SpaceX ได้ปล่อยดาวเทียม Starlink ไปแล้วกว่า 1,740 ดวง และเครือข่ายนี้มีผู้ใช้มากกว่า 100,000 รายใน 14 ประเทศ โดยมีค่าบริการประมาณ 3,400 บาทต่อเดือน
และสำหรับในประเทศไทย ก็ได้มีการเปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ได้อย่างจริงจัง และกว้างขวางในปี 2022
ทั้งนี้ โครงการนี้ได้ถูกคาดหวังไว้ว่า จะเข้ามาดิสรัปธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม ที่ต้องใช้เสากระจายสัญญาณขนาดใหญ่บนพื้นโลก อีกด้วย
ส่วนอีกโครงการคือ Starship ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ ที่มีเป้าหมายคือการพัฒนาจรวด เพื่อพาเหล่ามนุษยชาติ ไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร ซึ่งก็ได้มีการทดสอบ Prototypes อยู่เป็นระยะ ๆ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Inspiration4 โครงการที่ทำขึ้นเพื่อนำเสนอบริการเที่ยวบินอวกาศ 
ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็ได้มีเที่ยวบินอวกาศเกิดขึ้นจริงไปแล้ว ด้วยการพาลูกเรือ 4 คน ที่ไม่ใช่นักบินมืออาชีพ ไปท่องเที่ยวบนอวกาศ และทุกคน ก็กลับมายังพื้นโลกได้อย่างปลอดภัย
เรื่องเหล่านี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า อีลอน มัสก์ เป็นคนที่มีความพยายามและมุ่งมั่น ที่จะทำในสิ่งที่เขาฝัน ให้เป็นจริงได้ และเขาก็ได้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในด้านเทคโนโลยี ที่พาธุรกิจล้ำหน้าไปไกลกว่าคู่แข่งมาก
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่บริษัทที่ อีลอน มัสก์ บริหารทุก ๆ แห่ง ล้วนเป็นที่จับตามองของเหล่านักลงทุน
และทำให้นักลงทุน ไม่คิดลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว ว่าอีลอน มัสก์ จะทำได้อย่างที่คุยไว้หรือไม่..
อ้างอิง :
© 2021 Marketthink. All rights reserved.