30 ปี ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ ฉลองยิ่งใหญ่ แชมป์ตลาดสีอุตสาหกรรมหนักและสีทาเรือ รุกสร้างฐานผลิตบุกอาเซียนตั้งเป้าปี 62 เติบโต 15%

30 ปี ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ ฉลองยิ่งใหญ่ แชมป์ตลาดสีอุตสาหกรรมหนักและสีทาเรือ รุกสร้างฐานผลิตบุกอาเซียนตั้งเป้าปี 62 เติบโต 15%

21 ต.ค. 2019
บริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ ฉลองครอบรอบ 30 ปี สุดยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความสำเร็จ
“ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งในสีอุตสากรรมหนักและสีทาเรือของประเทศไทย” พร้อมเผยกลยุทธ์รุกหน้าสู่ตลาดอาเซียน คาดปีนี้รายได้ประมาณ 2,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% นายพิศิษฐ์ บุญจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ จำกัด ซี่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด
(มหาชน) และบริษัท ชูโกกุ มารีน เพ้นท์ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ฉลองครบรอบ 30 ปี
ขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดสีกลุ่มสีอุตสาหกรรมหนัก และสีทาเรือสูงสุดในประเทศไทยถึงกว่าร้อยละ 50 พร้อมก้าวขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดในอาเซียน
โดยในปี 2562 บริษัทวางกลยุทธ์ธุรกิจด้วยการมุ่งขยายตลาด สร้างฐานผลิตในภูมิภาคอาเซียน เริ่มจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งบริษัทฯ เตรียมงบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตสี และคลังจัดเก็บสินค้าในพื้นที่ขนาด 12 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมติลาวา (Thilawa Industrial Estate) ภายใต้ชื่อ บริษัท ชูโกกุ –ทีโอเอ เพ้นท์ (เมียนมาร์) จำกัด หรือ (CHUGOKU-TOA PAINTS (MYANMAR), LTD) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่าง บริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ จำกัด ประเทศไทย กับบริษัท ชูโกกุ มารีน เพ้นท์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการก่อสร้างเฟส A นี้อยู่ใกล้นคร ย่างกุ้ง คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนปี 2563 คาดว่าหลังจากเริ่มการผลิตและจำหน่ายในประเทศเมียนมาร์ภายในช่วง 5 ปีแรก จะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เนื่องจากประเทศ เมียนมาร์ประกอบธุรกิจการประมงเป็นเศรษฐกิจหลักอันดับ 3 ของประเทศ สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์สีทาเรือคุณภาพสูงของชูโกกุที่มีประสบการณ์ด้านนี้มากว่า 100 ปี รวมถึงการจำหน่ายสีทาโครงเหล็กที่มีความ ทนทานสูงให้กับโครงการใหญ่ๆ อีกหลายโครงการในประเทศเมียนมาร์
ส่วนแผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและเน้นการพัฒนาเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ และองค์กรเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Green Product โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ Low VOCs
และพัฒนานวัตกรรม BIO CLEAN (สีกันเพรียง) เนื้อสีเป็นซิลิโคน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารพิษ สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่าสีกันเพรียงปกติ ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านนี้ด้วยจินตนาการและความ คิดสร้างสรรค์บวกกับความเชี่ยวชาญพิเศษของบริษัทฯ จะทำให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนาใหม่ๆ ที่เป็นมิตรและปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ตลอดไป
สำหรับผลประกอบการในหกเดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนของการจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์สีอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Duty Coating Products) มูลค่า 910 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70 และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาเรือ สีทาตู้คอนเทนเนอร์อีกมูลค่า 390 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 หรือเมื่อเทียบสัดส่วนรายได้หกเดือนจากปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เติบโตขึ้นประมาณ 20% หรือคิดเป็นมูลค่าการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนของการจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์สีอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Duty Coating Product) มูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70
และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาเรือ สีทาตู้คอนเทนเนอร์อีกมูลค่า 600 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 โดยปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15% หรือคิดเป็นมูลค่าการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านบาท หรือคิดเป็นรายได้รวมจากการจำหน่ายประมาณ 2,300 ล้านบาท
นายพิศิษฐ์กล่าว
สำหรับ บริษัท ทีโอเอ-ชูโกกุ เพ้นท์ จำกัด เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ซึ่งร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน และบริษัท ชูโกกุ มารีน เพ้นท์ จำกัด ผู้นำด้านสีทาเรือ สีอุตสาหกรรมหนัก และทาตู้คอนเทนเนอร์อันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นมากว่า 100 ปี
ดำเนินธุรกิจในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใน 3 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งานของอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สีอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Duty Coating Products) กลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาเรือ (Marine Paint Products) และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาตู้คอนเทนเนอร์ (Container Paint Products) ปัจจุบันเป็นผู้นำอันดับหนึ่งที่ครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสีอุตสาหกรรมและสีทาเรือสูงสุดในประเทศไทยถึงกว่าร้อยละ 50 และได้รับความไว้วางใจจากโครงการชั้นนำต่างในการในเลือกในเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 1 และ2, กลุ่มบริษัทปตท.,กลุ่มโรงงานผู้ผลิตไฟฟ้า, รถไฟฟ้ามหานครทุกสาย (MRT), รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS), สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา, สะพานพระราม 8, สะพานพระราม 9, สะพานภูมิพล 1 และ 2, กลุ่มบริษัทเอสซีจี โรงงานอุสากรรมต่างๆ รวมทั้งเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ และเรือประมงทั่วไป
Tag:TOA
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.