กรณีศึกษา PTT Station (พีทีที สเตชั่น) จะเติมเต็มความสุขและเติบโตไปกับชุมชนอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

กรณีศึกษา PTT Station (พีทีที สเตชั่น) จะเติมเต็มความสุขและเติบโตไปกับชุมชนอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

13 ธ.ค. 2021
ที่ผ่านมา เราคงได้เห็นความมุ่งมั่นของ พีทีที สเตชั่น ในการสลัดภาพจากสถานีบริการน้ำมันแบบเดิม ๆ
สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก เช่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน, ร้านอาหาร, ศูนย์บริการยานยนต์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน
แต่รู้หรือไม่ว่า อีกหนึ่งภารกิจที่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์
ซึ่งมี พีทีที สเตชั่น เป็นธุรกิจหลัก เดินเครื่องอย่างคู่ขนานมาตลอด คือ
การผลักดันให้ พีทีที สเตชั่น เป็นศูนย์กลางในการร่วมสร้างรอยยิ้มให้ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Living Community”
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไม พีทีที สเตชั่น ต้องจริงจังกับเรื่องนี้
เหตุผลก็เพราะ โออาร์ มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่องค์กรระดับโลก
และหนึ่งในก้าวสำคัญในการไปถึงจุดนั้น คือ การสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรง
ด้วยการทำให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเติบโตไปพร้อม ๆ กับธุรกิจของ โออาร์
ดังนั้น แม้ พีทีที สเตชั่น จะทรานส์ฟอร์มตัวเอง ภายใต้แนวคิด “Retailing Beyond Fuel”
แต่ก็ยังทุ่มเทให้กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ให้เติบโตและยั่งยืน
คำถามคือ แล้ว พีทีที สเตชั่น จะทำอย่างไร ?
ที่ผ่านมา ใครที่มีโอกาสแวะเวียนไปใช้บริการหรือติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่ พีทีที สเตชั่น เข้าไปมีส่วนร่วม
จะเห็นว่า พีทีที สเตชั่น ไม่เคยอยู่เฉย แต่เดินหน้าโครงการที่ช่วยส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปสู่ชุมชนและสังคมมากมาย
ที่น่าสนใจคือ หลาย ๆ โครงการของ พีทีที สเตชั่น ไม่ได้เป็นแค่แผน แต่บางโครงการทำมาหลายปีแล้ว และยังมีแผนจะทำอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากโครงการที่เข้าไปช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนต่าง ๆ อย่างโครงการช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562
โดย พีทีที สเตชั่น ถือโอกาสส่งความสุขช่วงปีใหม่
ด้วยการอุดหนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำมาเป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในช่วงปีใหม่
งานนี้ต้องบอกว่า วินสองต่อ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างงาน ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้ ช่วยให้ของดีของชุมชนได้มีเวทีแสดงผลงาน และมีพื้นที่กระจายสินค้าท้องถิ่นมาให้ถึงมือผู้บริโภค
ยังเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ ด้วยการส่งต่อความสุขและรอยยิ้มผ่านของสมนาคุณ ที่มีความภาคภูมิใจของคนในชุมชนซ่อนอยู่
อีกหนึ่งโครงการที่ พีทีที สเตชั่น ได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนชุมชนมาตั้งแต่ปี 2559 คือ โครงการพื้นที่ปันสุข
ซึ่ง พีทีที สเตชั่น ตั้งใจช่วยเหลือเกษตรกร ที่มักประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่มีช่องทางในการขายสินค้า ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้รายได้ที่เข้ากระเป๋าไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่ควร
พอเป็นแบบนี้ พีทีที สเตชั่น ซึ่งเป็นสถานีที่มีผู้สัญจรแวะเวียนมาใช้บริการต่อเนื่อง
เลยถือโอกาสเปิดพื้นที่ในสถานีบริการให้เป็นตลาดย่อม ๆ สำหรับให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายสินค้า ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
ทำให้เกษตรกรสามารถกำหนดราคาผลผลิตได้ดีขึ้น และมีรายได้เข้ากระเป๋ามากขึ้น
ส่วนผู้สัญจรไปมา นอกจากจะได้ช่วยอุดหนุน ยังได้ผลิตภัณฑ์ดี ๆ ติดมือกลับบ้าน
รู้หรือไม่ว่า ในปี 2563 โครงการพื้นที่ปันสุขได้ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้มากกว่า 4 ล้านบาท
นอกจากจะช่วยเหลือคนตัวเล็กในชุมชนแล้ว พีทีที สเตชั่น ยังมองไปถึงภาพใหญ่ อย่างการช่วยเหลือสังคม
โดยยังคงนำจุดแข็งของการเป็นสถานีให้บริการที่มีกว่า 2,000 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และยังมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง มาร่วมเติมเต็มความสุขให้สังคม
ยกตัวอย่าง โครงการจุดช่วยเหลือเพื่อนเดินทาง ซึ่งตั้งต้นมาจากการทำ Focus Group แล้วพบว่า
ผู้บริโภคและชุมชนอยากให้สถานีบริการน้ำมันเป็นเหมือน “เพื่อนที่คอยช่วยเหลือบนท้องถนน”
เป็นพื้นที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับรถและคน
จึงกลายเป็นที่มาของ 2 โครงการที่ พีทีที สเตชั่น เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2563 และจะดำเนินการต่อไปเรื่อย ๆ
โครงการแรก คือ การตั้งจุดช่วยเหลือเพื่อนเดินทางเอาไว้ในกรณีที่นักเดินทางมีเรื่องฉุกเฉิน
โดยมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้น เช่น สายพ่วงแบต, เชือกลากจูงรถ และแกลลอนเติมน้ำมัน ไว้ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมทั้งมีการแจ้งเบอร์โทรฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้นักเดินทางและชุมชนรอบข้างให้ได้มีที่พึ่งพิง
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมพื้นที่สำหรับให้ผู้ที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาพักผ่อนชั่วคราวในบางสถานี
พร้อมตั้งจุดช่วยเหลือ สำหรับปฐมพยาบาลภายนอกเบื้องต้น
โดยทางสถานีมีการอบรมความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับพนักงาน พีทีที สเตชั่น ในทุกสาขาทั่วประเทศ และมีบริการอุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาลภายนอกเบื้องต้น เช่น ยาทาแผล, แอลกอฮอล์ล้างแผล, ปลาสเตอร์ปิดแผล เป็นต้น
ส่วนอีกโครงการที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ โครงการให้พื้นที่จุดจอดรถ Mobile Stroke Unit รถช่วยเหลือผู้ป่วยหลอดเลือดทางสมอง
สำหรับใช้เป็นจุดจอดรถและชาร์จไฟฟ้าให้กับรถ Mobile Stroke Unit หรือรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ และรถมูลนิธิ EMS
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ในการรักษาร่วมกับระบบปรึกษาทางไกล ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย ที่เสี้ยววินาทีก็มีความหมายต่อชีวิต
เส้นทางสู่การเติมเต็มความสุขของ พีทีที สเตชั่น ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
แม้แต่ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเจอวิกฤติใหญ่ อย่างโควิด 19 หรือ อุทกภัย
พีทีที สเตชั่น ก็ไม่นิ่งนอนใจ เดินเครื่องหลายโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคม
ไม่ว่าจะเป็น โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ พีทีที สเตชั่น ทำมาตลอด
โดยในเหตุอุทกภัยล่าสุด พีทีที สเตชั่น ได้เปิดพื้นที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย
เพื่อใช้เป็นหน่วยบริการฉุกเฉิน, จุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยพิบัติต่าง ๆ
ในช่วงวิกฤติโควิด พีทีที สเตชั่น ได้จัดตั้งพื้นที่ พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) เป็นจุดฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล สำหรับให้บริการประชาชนทั่วไป สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้วันละ 1,500 คน
เพื่อเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนมีโอกาสได้รับวัคซีนได้โดยเร็วที่สุด
ปิดท้ายด้วยโครงการพลาสติก (คืน) สุข ซึ่งเป็นโครงการที่ โออาร์ แท็กทีมกับ GC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับปิโตรเคมีคอล
จัดตั้งจุดรับขยะพลาสติก เพื่อนำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่า
แต่ที่น่าภูมิใจไปกว่านั้นคือ โครงการดังกล่าวได้ถูกต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการ แยกขวด ช่วยหมอ”
เพื่อนำขวดพลาสติก PET ไปแปรรูป สำหรับตัดเย็บชุด PPE Level 2 ซึ่งเปรียบเสมือนเสื้อเกราะของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับมือกับวิกฤติโควิด 19
โดยจุดเด่นของ PPE Level 2 คือ สามารถนำไปซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 20 ครั้ง
มาถึงตรงนี้ คงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
แม้แนวคิดในการสร้างความยั่งยืนของที่ โออาร์ จะไม่ได้แตกต่างจากองค์กรระดับโลก
ที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการทำธุรกิจ
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ โออาร์ กำลังทำให้เป้าหมายที่ต้องการเติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคน เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง
และทุกคนสัมผัสได้ทุกครั้งที่เลี้ยวรถเข้าไปใช้บริการที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น
© 2022 Marketthink. All rights reserved.