
สรุป “ภาษีนำเข้าออนไลน์” สั่งของจากต่างประเทศ จะเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่ 1 บาทแรก มีผลวันนี้ เป็นต้นไป
1 ม.ค. 2026
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กรมศุลกากร จะเริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าออนไลน์ สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป
หมายความว่าสินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เสื้อผ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือของกินบางอย่างที่เราชอบซื้อบน Shopee, TikTok Shop และ Lazada แล้วส่งตรงจากต่างประเทศอาจจะมีราคาแพงขึ้น
แล้วรายละเอียดของ “ภาษีนำเข้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์” เป็นอย่างไร ? MarketThink สรุปให้ในโพสต์นี้
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยมีเกณฑ์ว่า สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศและมีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จะมีการยกเว้นอากรขาเข้า
ซึ่งหลาย ๆ ประเทศก็มีเกณฑ์ในการยกเว้นอากรขาเข้าคล้าย ๆ แบบนี้เช่นกัน แต่จะมีการกำหนดมูลค่า
ของสินค้านำเข้าที่จะได้สิทธิยกเว้นภาษีไว้ต่างกัน และมีชื่อเรียกสากลว่า “De Minimis” เช่น
- สหรัฐอเมริกา กำหนด De Minimis ไว้ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,000 บาท)
- ญี่ปุ่น กำหนด De Minimis ไว้ที่ 10,000 เยน (ราว 2,000 บาท)
- สหภาพยุโรป กำหนด De Minimis ไว้ที่ 150 ยูโร (ราว 5,500 บาท)
- ไทย กำหนด De Minimis ไว้ที่ 1,500 บาท
ของสินค้านำเข้าที่จะได้สิทธิยกเว้นภาษีไว้ต่างกัน และมีชื่อเรียกสากลว่า “De Minimis” เช่น
- สหรัฐอเมริกา กำหนด De Minimis ไว้ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,000 บาท)
- ญี่ปุ่น กำหนด De Minimis ไว้ที่ 10,000 เยน (ราว 2,000 บาท)
- สหภาพยุโรป กำหนด De Minimis ไว้ที่ 150 ยูโร (ราว 5,500 บาท)
- ไทย กำหนด De Minimis ไว้ที่ 1,500 บาท
อย่างไรก็ดี พอธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มบูม De Minimis ตรงนี้ดันกลายเป็นเหมือนช่องโหว่ที่ทำให้ประเทศที่มีต้นทุนการผลิตสินค้าถูกมาก ๆ เช่น ประเทศจีน ค่อนข้างได้เปรียบ
เพราะจะสามารถส่งสินค้าที่มีราคาถูก เช่น เสื้อผ้า ของกิน ของใช้ ที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่ De Minimis กำหนด เข้ามาขายตัดราคาผู้ประกอบการในหลาย ๆ ประเทศได้
ทำให้ตอนนี้ หลายประเทศเริ่มปรับ หรือยกเลิกเกณฑ์การยกเว้นภาษีนำเข้าตรงนี้ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในประเทศตัวเอง รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2569
ทำให้สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1-1,500 บาท จะถูกจัดเก็บภาษีตามพิกัดของประเภทสินค้านั้น ๆ
โดยอัตราภาษีสูงสุดอาจถึง 30% ของอัตราอากรขาเข้า เช่น กลุ่มสินค้าแฟชั่น ส่วนกลุ่มกระเป๋าจะอยู่ที่ประมาณ 20%
- คำถามต่อมาคือ แล้วเรื่องนี้จะกระทบใคร อย่างไรบ้าง ?
คนที่น่าจะได้รับผลกระทบหนักในเรื่องนี้มากที่สุดคือ “คนที่ชอบซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ” ที่อาจจะต้องจ่ายเงินซื้อของแพงขึ้น
คนที่น่าจะได้รับผลกระทบหนักในเรื่องนี้มากที่สุดคือ “คนที่ชอบซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ” ที่อาจจะต้องจ่ายเงินซื้อของแพงขึ้น
เพราะตอนนี้ไม่ว่าสินค้าที่สั่งมาจะมีราคาเท่าไร ต่อให้จะแค่ 1 บาท ก็จะโดนเก็บภาษีนำเข้าทันที ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า
อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าอาจมีราคาสูงขึ้นตามภาระภาษี แต่กรมศุลกากรระบุว่า จะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจขึ้นว่า สินค้าที่สั่งซื้อจะเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากจะมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นมากขึ้น
- ต่อมาคือคนที่ได้ประโยชน์จะเป็น “ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในไทย”
พอสินค้าจากต่างประเทศเหมือนโดนบังคับให้ขายแพงขึ้น ช่องว่างราคาของสินค้าที่ผลิตในไทยและสินค้าที่นำเข้ามาขายจะ “แคบลง”
แม้ราคาอาจจะไม่ถูกเท่า ๆ กับสินค้าที่ผลิตในจีน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ในเคสที่สินค้ามีคุณภาพพอ ๆ กัน แต่ความได้เปรียบของสินค้าที่ผลิตในไทยคือ จะสามารถ “จัดส่งได้ไวกว่า” สินค้าจากต่างประเทศ
ช่องว่างที่แคบลงตรงนี้ น่าจะช่วยให้ลูกค้าไม่น้อยตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านค้าคนไทย เพื่อให้ได้ของเร็วขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเพิ่มแต้มต่อให้คนกลุ่มนี้ได้ดีมาก ๆ
- แล้วภาษีนำเข้าออนไลน์ จัดเก็บอย่างไร ?
สำหรับคนที่ซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop
ทางกรมศุลกากร บอกว่า ภาษีเหล่านี้จะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้ซื้อสามารถชำระเงินจบได้ทันทีบนหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
ยกเว้นแค่สินค้าที่ทำการสั่งซื้อหรือนำเข้าเองจากต่างประเทศ หรือส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย ที่อาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ณ ขณะนำส่ง
อย่างไรก็ดี แม้สินค้าที่นำเข้ามาหลังจากนี้จะโดนเก็บภาษีแล้ว แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทุกประเภท
เพราะประเทศไทยอยู่ในข้อตกลงที่เรียกว่า “FTA China-ASEAN” ที่จะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายประเภทจากประเทศที่อยู่ในข้อตกลงนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศจีนด้วย
ทำให้สินค้าบางประเภทที่เข้าเงื่อนไขตามข้อตกลงนี้ ยังอาจได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าอยู่