การตลาด ReFa หวีเล่มละ 600 บาท ไม่ได้ขายแค่หวี แต่ขายผมเงา ที่คนไทยกำลังฮิตตอนนี้

การตลาด ReFa หวีเล่มละ 600 บาท ไม่ได้ขายแค่หวี แต่ขายผมเงา ที่คนไทยกำลังฮิตตอนนี้

20 ม.ค. 2026
ถ้าพูดถึงของฝากจากญี่ปุ่นนาทีนี้ นอกจากขนมยอดฮิตหรือวิตามินแล้ว เชื่อว่า “หวี ReFa” โดยเฉพาะรุ่น Heart Comb Aira ที่เป็นหวีซี่รูปหัวใจน่ารัก ๆ น่าจะเป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ไอเทมที่ใครไปญี่ปุ่นก็ต้องหิ้วติดมือกลับมา
ที่น่าสนใจคือ หวี ReFa มีราคาสูงกว่าหวีทั่ว ๆ ไปหลายเท่าตัว เช่น
- ReFa รุ่น Heart Comb Aira ราคา 2,970 เยน หรือราว 600 บาท
- ReFa รุ่น Heart Brush ราคา 2,970 เยน หรือราว 600 บาทเช่นกัน
คำถามก็คือ แล้วทำไมคนถึงยอมจ่ายเงินซื้อหวี ReFa ในเมื่อหวีธรรมดาก็สามารถสางผมได้เหมือน ๆ กัน ?
MarketThink ชวนวิเคราะห์การตลาดหวี ReFa กัน
- หวี ReFa ไม่ได้ขายสินค้า แต่ขายผลลัพธ์
ถ้าลองวิเคราะห์ในมุมการตลาด เรื่องนี้สามารถจับกับทฤษฎีหนึ่งได้ นั่นก็คือ “Jobs to be Done”
Jobs to be Done คือทฤษฎีที่บอกว่า บริษัทส่วนใหญ่มุ่งมั่นแต่พัฒนาสินค้าของตัวเองให้ดีกว่าคู่แข่ง ด้วยการเพิ่มฟีเชอร์ต่าง ๆ เข้าไปมากมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง จนสุดท้ายลูกค้าก็อาจจะไม่ได้ชอบสิ่งที่เราพยายามทำ
แต่ถ้าเราสามารถไขปริศนา Jobs to be Done ได้ เราก็จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนชื่นชอบออกมาได้
เหมือนอย่างเคสที่คุณ Clay Christensen เจ้าของทฤษฎีนี้ ได้ยกตัวอย่างไว้ว่า “จริง ๆ แล้ว คนทั่วไปไม่ได้ซื้อสว่าน เพราะเขาอยากได้สว่าน แต่เขาอยากได้รู ที่เจาะด้วยสว่าน”
ทีนี้ถ้าลองเปรียบเทียบกับเคสหวี ReFa
หมายความว่า หวี ReFa ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นหวีที่ใช้สางผม แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่สาว ๆ หลายคนต้องการ เช่น
1. ช่วยให้ผมเงา และลดไฟฟ้าสถิต
ตัวหวีของ ReFa จะมีการเคลือบโครเมียม ซึ่งหวีที่เคลือบโครเมียมจะช่วยให้ผมเงาสวย เรียบลื่น
และที่สำคัญ การเคลือบโครเมียมจะช่วยลดการเกิดประจุไฟฟ้าบนเส้นผม จึงช่วยลดการสะสมของไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม เหมาะกับประเทศญี่ปุ่น ที่อากาศแห้ง มีความชื้นต่ำ ทำให้ผมขาดสมดุลทางประจุ ผมชี้ฟูไม่เป็นทรง
หวี ReFa จึงไม่ได้แค่ช่วยในเรื่องของการสางผม แต่ยังช่วยดูแลรักษาเส้นผมควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง
2. การออกแบบของซี่หวี ที่ทำให้หวีง่าย ไม่เจ็บหนังศีรษะ
สำหรับหวีรุ่น Heart Comb Aira ที่คนไทยกำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ เป็นหวีที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถหวีได้ง่าย ไม่เจ็บหนังศีรษะ
โดยที่ปลายซี่แต่ละซี่ของหวี จะมีลักษณะเป็นทรง Marquise ที่มีความโค้งมน
ซึ่งดิไซน์นี้ ช่วยลดแรงเสียดสี ลดแรงดึงรั้ง ช่วยให้หวีได้ง่ายขึ้น ไม่ดึงหรือกระชากเส้นผม ที่อาจทำให้รากผมอ่อนแอ และผมขาดกลางเส้นได้
- นอกจาก Jobs ในแง่ของฟังก์ชัน ที่ช่วยให้ผมเงา ลดไฟฟ้าสถิต และช่วยให้หวีง่ายแล้ว หวี ReFa ก็ยังมีในแง่ของอารมณ์หรือ Emotional ด้วย
โดยตัวหวีถูกออกแบบมาให้มีดิไซน์น่ารัก สีสันสดใส
เมื่อเราใช้งานก็จะรู้สึกว่า เรากำลังดูแลตัวเองอย่างดี ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้งาน
รวมถึงยิ่งหวี ReFa กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้เวลาหยิบมาใช้งาน ยิ่งรู้สึกว่าเป็นของดี และเป็นคนตามเทรนด์อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ก็คือ การตลาดของ ReFa ที่สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีการตลาดที่ชื่อว่า “Jobs to be Done”
ที่ถึงแม้ว่าหวี จะมีราคาสูงกว่าหวีแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด แต่ด้วย “ผลลัพธ์” ที่ได้ ทำให้หลาย ๆ คนอยากได้ และกำลังฮิตตอนนี้นั่นเอง
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.