สรุป 3 แพ็กเกจใหม่ Facebook และ IG จ่ายตัวแพงสุด เดือนละ 1,600 บาท ช่วยดันโพสต์ ขึ้นหน้าฟีดเยอะขึ้น

สรุป 3 แพ็กเกจใหม่ Facebook และ IG จ่ายตัวแพงสุด เดือนละ 1,600 บาท ช่วยดันโพสต์ ขึ้นหน้าฟีดเยอะขึ้น

28 พ.ค. 2026
ล่าสุด Meta เพิ่งเปิดตัวแพ็กเกจรายเดือน 3 ตัวใหม่ ได้แก่ Facebook Plus, Instagram Plus ที่จะให้ผู้ใช้งานใช้ฟีเชอร์ได้เยอะขึ้น และ Meta One สำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ ที่จะช่วยดันคอนเทนต์ขึ้นหน้าฟีดเยอะขึ้น
แล้วดีเทลของ 3 แพ็กเกจใหม่นี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ? MarketThink สรุปให้ในโพสต์นี้
ต้องบอกก่อนว่า สำหรับแพ็กเกจ Plus จะไม่ทับซ้อนกับ Meta Verified หรือแพ็กเกจสมัครสมาชิกเดิม ที่ให้คนทั่ว ๆ ไปจ่ายเงินซื้อ เพื่อแลกกับเครื่องหมาย “ติ๊กถูกสีฟ้า” หลังชื่อโปรไฟล์ ที่เน้นเรื่องการยืนยันตัวตน และสร้างความน่าเชื่อถือ
แต่แพ็กเกจ Plus จะเน้นเรื่องการเพิ่มฟีเชอร์ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์ในการเล่น Facebook, Instagram รวมถึง WhatsApp ที่ดีขึ้น
ทีนี้มาดูกันว่า แต่ละแพ็กเกจมีดีเทลอะไรบ้าง
1. Instagram Plus และ Facebook Plus มีราคาเริ่มต้น 3.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 130 บาทต่อเดือน ซึ่งถ้าสมัครก็จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่
- ดู Stories ของผู้ใช้งานคนอื่นโดยไม่ระบุตัวตนได้
- ดูได้ว่ามีใครที่ดู Stories ของเรามากกว่า 1 รอบ
- ได้รับสิทธิ์ในการตั้งค่า Stories ให้อยู่ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสได้รับเอนเกจเมนต์ดีขึ้น
- สามารถสร้างลิสต์รายชื่อผู้ชมได้ว่า ใครมีสิทธิ์ดู Stories อะไรได้บ้าง จากเดิมที่ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป จะทำลิสต์คนดูได้แค่อย่างเดียวคือ Close Friends เท่านั้น
- ปรับแต่งไอคอนและฟอนต์ที่หน้าโปรไฟล์ได้หลากหลายขึ้น
- ได้รีแอกชันพิเศษ เป็น Super Heart หรือแอนิเมชันรูปหัวใจแบบพิเศษ เวลากดไลก์ Stories ของผู้ใช้งานคนอื่น
2. WhatsApp Plus มีราคาเริ่มต้น 2.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 บาทต่อเดือน โดยฟีเชอร์ที่เพิ่มขึ้นมาจะเน้นไปที่การตกแต่งหน้าต่างแชต และเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น
- สามารถเปลี่ยนธีม และตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะคนได้
- ปักหมุดแชตสำคัญได้มากขึ้น
- ได้สติกเกอร์พรีเมียมไปใช้งาน
3. แพ็กเกจชุด “Meta One” เป็นแพ็กเกจที่ Meta ทำมาเพื่อครีเอเตอร์และคนทำธุรกิจ ให้เข้าถึงลูกค้า รวมไปถึงเอื้อให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น
โดย Meta จะแบ่งแพ็กเกจตรงนี้ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. Meta One Essential มีราคาเริ่มต้น 14.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 490 บาทต่อเดือน ซึ่งฟีเชอร์ที่ได้รับ ได้แก่

- เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า Verified Badge
- มีระบบช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นก๊อบปี้หรือแอบอ้างโปรไฟล์ของเรา
- ได้หน้าการจัดการรวมลิงก์ “Linksheet” แบบพิเศษ
โดย Linksheet จะเป็นลิงก์สั้น ๆ ที่เวลาเรากดเข้าไปแล้ว จะเจอหน้าร้าน Shopee, Lazada, TikTok, Line หรือเว็บไซต์หลักของแบรนด์
ซึ่งปกติแล้วครีเอเตอร์หรือแม่ค้าออนไลน์จะชอบแปะลิงก์นี้ไว้ที่หน้า Bio ให้ลูกค้าเจอช่องทางซื้อสินค้าง่าย ๆ
2. Meta One Advanced มีราคาเริ่มต้น 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 1,640 บาทต่อเดือน
โดยผู้ใช้งานจะได้สิทธิ์เหมือนแพ็กเกจ Meta One Essential ทุกอย่าง แต่จะมีการเพิ่มฟีเชอร์เกี่ยวกับการเพิ่มเอนเกจเมนต์เข้ามาให้ด้วย ได้แก่
- เพิ่มโอกาสที่คอนเทนต์จะถูกดันขึ้นฟีด รวมถึงเซิร์ชแล้ว แบรนด์จะขึ้นเป็นอันดับแรก ๆ ในหน้าการค้นหามากขึ้น
- ได้ปุ่ม Follow ที่เด่นขึ้นบน Reels
- สามารถใส่ลิงก์ในโพสต์ Instagram และ Reels ได้โดยตรง
ซึ่งข้อนี้น่าสนใจมาก ๆ เพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ หลายคนวิเคราะห์กันว่า Meta ไม่อยากให้คนใส่ลิงก์จากเว็บไซต์ภายนอกในคอมเมนต์หรือโพสต์ตรง ๆ
และถ้าใส่ลิงก์ ยอดเอนเกจเมนต์ของโพสต์นั้นจะน้อยลง ทำให้คนที่ทำ Affiliate ต้องเลี่ยงไปใส่ลิงก์ขายของที่หน้าโปรไฟล์แทน ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก
นอกจากแพ็กเกจเหล่านี้แล้ว Meta ยังมีการเปิดตัวแพ็กเกจสำหรับ AI มาพร้อม ๆ กันด้วย
1. Meta One Plus มีราคาเริ่มต้น 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 260 บาทต่อเดือน ให้สิทธิ์ผู้ใช้งานเข้าถึง AI ของ Meta ในเบื้องต้น
2. Meta One Premium มีราคาเริ่มต้น 19.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 650 บาทต่อเดือน
ให้สิทธิ์ผู้ใช้งานเข้าถึง AI ของ Meta และปลดล็อกฟีเชอร์ “Thinking Mode” ที่สามารถคิดวิเคราะห์งานที่ซับซ้อนได้ดี และมีการเพิ่มลิมิตในการสร้างรูปภาพหรือวิดีโอด้วย
สุดท้ายนี้ ในเบื้องต้นแพ็กเกจ Plus ได้เปิดให้ผู้ใช้งานเริ่มสมัครได้แล้วในบางพื้นที่ และจะทยอยเปิดบริการให้เข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลกเร็ว ๆ นี้
ส่วนแพ็กเกจ AI ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น มีการทดลองในประเทศสิงคโปร์, กัวเตมาลา ก่อนเท่านั้น
และแพ็กเกจ Meta One จะยังอยู่ในระยะทดสอบเช่นกัน และจะมีการทดลองให้ใช้ในซาอุดีอาระเบีย, โมร็อกโก, บังกลาเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย..
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.