ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาที่ครีเอเตอร์มักเจอกันก็คือ ทำคอนเทนต์เองแทบตาย แต่ถูกคอนเทนต์ลอกเลียนแบบ หรือแก้ไขนิด ๆ หน่อย ๆ แย่งยอดวิวไปต่อหน้าต่อตา
ใครที่ใช้ Instagram เป็นประจำ น่าจะเคยสังเกตเหมือนกันว่าที่ผ่านมา เราไม่สามารถใส่ลิงก์ลงไปในแคปชันใต้โพสต์ได้เลย
ล่าสุด Meta ได้ทำการเพิ่มเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ มิจฉาชีพ ที่หลอกโอนเงิน หลอกให้กดลิงก์น่าสงสัย หรือแอ็กเคานต์ที่ปลอมเป็นคนดัง ทั้งบนแอปพลิเคชัน Facebook และ Messenger
ล่าสุด Meta อัปเดตวิธีวัดผลโฆษณาแบบใหม่หลายตัวชี้วัด เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ มากขึ้น
ล่าสุด Meta ประกาศว่า นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้งานในเวลาในการรับชมคลิป Reels บน Instagram เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และวิดีโอธรรมดาบน Instagram เพิ่มขึ้น 30%
Meta ประกาศ จะเอาบทสนทนาของเรากับ Meta AI มาใช้เป็นข้อมูลในการประมวลผลในการยิงโฆษณาให้ถูกใจเรามากขึ้น ผ่านแอปพลิเคชันในเครือ Meta ทั้งหมด คือ Facebook, Instagram, Threads และ WhatsApp
ฟีเชอร์นี้มีชื่อว่า “Vibes” โดยมีเป้าหมายหลัก ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านการ Restyle คลิปสั้น ที่อยู่ในหน้าฟีดการค้นหา หรือสร้างคลิปสั้นใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
ตัวอย่างความสามารถของแว่นตัวนี้ เช่น อ่านแช็ต ตอบแช็ตได้ผ่านแว่นตา โดยใช้การขยับนิ้วมือ เพื่อควบคุมปุ่มและเลือกข้อความต่าง ๆ โดยสายรัดที่ข้อมือ จะเป็นตัวจับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและสั่งการ
ล่าสุด Meta เพิ่งจัดงานอัปเดตข้อมูลในหัวข้อ “Omnichannel Optimization เพิ่มประสิทธิภาพช่องทางขายผ่าน AI เชื่อมโยงความสำเร็จทั้งออนไลน์และออฟไลน์”
ปัจจุบัน Meta ได้ลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการวิจัยด้าน AI ไปแล้วกว่า 100,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านบาท โดยเน้นในด้านการพัฒนาโมเดล AI แบบ Open-Source หรือก็คือ Llama
ล่าสุด Meta ได้ปล่อย 2 อัปเดตใหม่ ที่น่าสนใจ ได้แก่ เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย Meta AI และโมเดล AI ตัวใหม่ มีชื่อว่า “V-JEPA 2” ใช้เทรนหุ่นยนต์ให้สามารถเข้าใจโลกความเป็นจริงได้ผ่านคลิปวิดีโอ