สรุป Facebook ปรับอัลกอริทึมใหม่ ลดการมองเห็น คอนเทนต์ที่ก๊อบปี้คนอื่น ให้เข้มงวดกว่าเดิม

สรุป Facebook ปรับอัลกอริทึมใหม่ ลดการมองเห็น คอนเทนต์ที่ก๊อบปี้คนอื่น ให้เข้มงวดกว่าเดิม

18 มี.ค. 2026
- ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาที่ครีเอเตอร์มักเจอกันก็คือ ทำคอนเทนต์เองแทบตาย แต่ถูกคอนเทนต์ลอกเลียนแบบ หรือแก้ไขนิด ๆ หน่อย ๆ แย่งยอดวิวไปต่อหน้าต่อตา
เมื่อปีที่แล้ว Facebook จึงได้ปรับอัลกอริทึม ให้ลดการมองเห็น (Reach) และระงับการสร้างรายได้ กับคอนเทนต์ที่เข้าข่ายเป็น “Unoriginal Content” หรือคอนเทนต์ที่ไม่ใช่คอนเทนต์ต้นฉบับ
นอกจากนั้น ยังเดินหน้าปราบปรามคอนเทนต์สแปมอย่างจริงจัง และจัดการบัญชีที่แอบอ้างเป็นครีเอเตอร์รายใหญ่ จนมีการลบบัญชีปลอมไปแล้วมากกว่า 20 ล้านบัญชี
ซึ่งผลจากการจัดระเบียบนี้ ก็ทำให้ปัญหาการแอบอ้างเป็นครีเอเตอร์รายใหญ่ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
และยังทำให้คอนเทนต์ต้นฉบับ มีโอกาสได้รับการมองเห็น ได้ยอดวิวมากขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่ต้องถูกเบียดบังพื้นที่บนหน้าฟีด จากคอนเทนต์ลอกเลียนแบบเหมือนที่ผ่านมา
และล่าสุด Facebook ก็ได้ปรับอัลกอริทึมใหม่อีกครั้ง และยังเพิ่มเครื่องมือใหม่ เพื่อจัดการปัญหานี้ให้เข้มงวดมากขึ้น โดยมีรายละเอียดสำคัญ ๆ คือ
1. ปรับนิยาม “Original Content” ให้ชัดเจน และรัดกุมมากยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของการอัปเดตในครั้งนี้คือ การทำให้คำว่า “Original Content” หรือคอนเทนต์ต้นฉบับ มีความชัดเจนมากขึ้น
โดย Original Content ตามนิยามของ Facebook คือ คอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์ เจ้าของบัญชีหรือเจ้าของเพจ ถ่ายทำหรือผลิตขึ้นเองโดยตรง
2. คอนเทนต์ที่ซ้ำกับของคนอื่น หรือแค่นำคอนเทนต์ของคนอื่นมาแก้ไขเพียงเล็กน้อย รวมถึงการอัปโหลดโพสต์ซ้ำ โดยที่เราหรือเพจของเราไม่ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์นั้นขึ้นมา
คอนเทนต์แบบนี้ Facebook เรียกว่าเป็น Unoriginal Content ไม่ว่าจะเป็น โพสต์แบบรูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอ หรือคลิป Reels
Facebook จะตีความว่า คอนเทนต์นั้นเป็น Unoriginal Content และจะถูกลดการมองเห็นทันที
ตัวอย่างคอนเทนต์ที่อาจเข้าข่ายเป็น Unoriginal Content แบบนี้ ก็อย่างเช่น
- เอาคลิปข่าวมาโพสต์ทั้งคลิป
- เอาคลิปไวรัล TikTok มาโพสต์ใน Reels
- เอาคลิปคนอื่นมาใส่ซับไตเติล
- เอาคลิปคนอื่นมาตัดต่อใส่กรอบใหม่
- เอาคลิปคนอื่นมาปรับ Speed ให้เร็วขึ้น
หากอธิบายให้ละเอียดขึ้น ในกรณีของคลิป Reels ที่ Facebook จะมองว่าเป็น Unoriginal Content จะหมายรวมถึง
- คลิป Reels ที่นำคอนเทนต์ของคนอื่นมาใช้ เช่น การ Remix หรือนำคลิปคนอื่นมาซ้อนทับ (Overlays)
แล้วแค่ใส่ Reaction ของตัวเองง่าย ๆ เช่น การแสดงสีหน้า บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปแบบผิวเผิน หรือแค่นำคลิปของคนอื่นมาตัดต่อรวมกัน โดยไม่ได้เพิ่มมุมมองหรือเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ผลคือ คอนเทนต์ลักษณะนี้จะถูกลดการมองเห็นทั้งในหน้า Feed และหน้า Reels
- แต่ถ้าครีเอเตอร์นำคลิป Reels ของคนอื่น มาเพิ่มคุณค่าเข้าไปอย่างชัดเจน
เช่น วิเคราะห์ประเด็นใหม่ เพิ่มข้อมูลอินไซต์ใหม่ เล่าเรื่องใหม่ ตัดต่อใหม่ทั้งคลิป ใส่ความเห็นหรือบริบทใหม่ที่ทำให้คอนเทนต์มีคุณค่ามากกว่าเดิม
Facebook จะถือว่าคอนเทนต์แบบนี้ ยังเป็น Original Content อยู่ ซึ่งจะไม่ถูกลดการมองเห็น
3. ปรับปรุงเครื่องมือ ป้องกันการแอบอ้างตัวตนและการโพสต์ซ้ำให้ดีขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Facebook ไม่ได้เพิ่มแค่บทลงโทษสำหรับคนที่ลง Unoriginal Content เพียงอย่างเดียว แต่ยังปรับปรุงเครื่องมือ เพื่อช่วยครีเอเตอร์ที่สร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นของตัวเองด้วย
เครื่องมือนี้จะแจ้งเตือน เมื่อมีคนอัปโหลดคลิป Reels ซ้ำหรือคล้ายกับของเรา
โดยจะแจ้งเตือนผ่านข้อความ และ Professional Dashboard บน Facebook ทำให้เจ้าของผลงานรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ว่ามีคนกำลังนำผลงานของเราไปแอบอ้างหรือทำซ้ำหรือไม่
ซึ่งเครื่องมือนี้ก็จะทำให้ครีเอเตอร์ได้รับการปกป้อง และส่งสัญญาณว่า แนวทางของ Facebook ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์คุณภาพ และเครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริง มากกว่าคอนเทนต์คุณภาพต่ำ ที่ลอกคนอื่นมา
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.