สรุป อินไซต์โซเชียลมีเดีย ปีนี้ TikTok เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ ได้ดีกว่า Facebook เกือบ 30 เท่า

สรุป อินไซต์โซเชียลมีเดีย ปีนี้ TikTok เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ ได้ดีกว่า Facebook เกือบ 30 เท่า

1 ส.ค. 2026
การสร้างตัวตนหรือทำการตลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ได้ยอดไลก์ ยอดแชร์ และคอมเมนต์ ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากที่สุดในการทำแบรนด์ก็ว่าได้
และหลายคนก็มักสับสนระหว่างคำว่า “Interaction” หรือการมีปฏิสัมพันธ์ กับคำว่า “Engagement” หรือการมีส่วนร่วม ซึ่งจริง ๆ แล้ว สองคำนี้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
เพราะ Interaction คือ “ความตั้งใจ” ของผู้ใช้งานจริง ๆ ที่เลือกจะโต้ตอบกับแบรนด์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น การกดไลก์ เซฟ แชร์ รีโพสต์ คอมเมนต์ ทัก DM แท็กแบรนด์ หรือตอบโพล
แต่ Engagement จะครอบคลุมทุกการกระทำ ตั้งแต่การไถฟีดผ่าน ๆ การดูคอนเทนต์ การกดเข้ามาส่องโปรไฟล์ การคลิกลิงก์ ไปจนถึง Interaction ทุกอย่างข้างต้นด้วย
ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ชมเลือกที่จะโต้ตอบและมีส่วนร่วมกับเราจริง ๆ นั่นเอง
ล่าสุด Socialinsider ก็ได้ทำการสำรวจยอด Interaction ของคอนเทนต์ออร์แกนิกจากเพจที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000-1,000,000 บัญชี ในแต่ละแพลตฟอร์ม
ซึ่งก็ได้อินไซต์ที่น่าสนใจว่า แต่ละแพลตฟอร์มมียอด Interaction เฉลี่ยเท่าไรบ้าง ?
หมายเหตุ ค่าเฉลี่ยในทีนี้จะเป็น ค่ามัธยฐาน หรือ Median ซึ่งเป็นการเรียงข้อมูลทุกชุดจากมากไปน้อย แล้วหยิบค่าที่อยู่ตรงกลางขึ้นมา
1. TikTok มี Interaction 570 ครั้ง สูงที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม
Interaction ใน TikTok ประกอบด้วย การกดไลก์ แชร์ เซฟ คอมเมนต์ การติดตาม การส่องโปรไฟล์ และการที่คลิปวิดีโอของเรามีผู้อื่นนำไปทำคอนเทนต์ต่อด้วยฟีเชอร์ Duets และ Stitches
โดย TikTok แม้จะเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างปฏิสัมพันธ์ได้สูงสุดในปี 2026 แต่ที่น่าตกใจก็คือ ตัวเลข Interaction นี้ ลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้เกือบ ๆ 700 ครั้ง
สะท้อนชัดเจนว่า TikTok มีการแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งครีเอเตอร์หน้าใหม่และแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่แห่กันเข้ามาแย่งชิงพื้นที่สื่อบนหน้าฟีด TikTok
2. Instagram มี Interaction 140 ครั้ง
Interaction ใน Instagram หลัก ๆ ประกอบด้วย การกดไลก์ แชร์ เซฟ คอมเมนต์ การติดตาม การส่องโปรไฟล์ การตอบ Stories และการตอบโพล
ทีนี้พอมาแยกดูรายรูปแบบคอนเทนต์ จะเห็นว่า รูปแบบคอนเทนต์ที่กวาดยอด Interaction โดยเฉพาะยอดไลก์และแชร์ได้สูงสุดก็คือ Reels และตามมาติด ๆ กับ Carousel หรือภาพสไลด์
โดยทั้งคู่ได้ Interaction ประมาณ 200 ครั้ง ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ยอดการโต้ตอบจะไม่ได้หวือหวา
แต่ Instagram ก็ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่รักษายอดการมองเห็นและการโต้ตอบได้ค่อนข้างดี
และที่น่าสนใจก็คือ รูปภาพเดี่ยว หรือ Single Photo กลายเป็นคอนเทนต์ที่รั้งท้ายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสร้าง Interaction ได้เฉลี่ยเพียง 80 ครั้งเท่านั้น และแทบไม่เคยเพิ่มขึ้นมาอีกเลย
3. Facebook มี Interaction เพียง 20 ครั้งเท่านั้น
Interaction ใน Facebook หลัก ๆ ประกอบด้วย รีแอกชัน แชร์ คอมเมนต์ การติดตาม และคลิกลิงก์
โดยถ้าเรามาดูแยกรายคอนเทนต์ ภาพอัลบั้มได้ Interaction มากที่สุด ราว ๆ 30 ครั้ง ส่วนภาพเดี่ยว Reels ลิงก์โพสต์ และโพสต์ทั่ว ๆ ไป จะเกาะกลุ่มอยู่ราว ๆ 15-20 ครั้ง
จากอินไซต์นี้เรียกได้ว่า Facebook แทบจะกลายเป็นช่องทางสื่อสารรองไปเรียบร้อยแล้ว เพราะค่ามัธยฐานที่ออกมาสะท้อนว่า ผู้ชมแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์หรือครีเอเตอร์เลย
จากอินไซต์ข้างต้นนี้ แบรนด์และครีเอเตอร์อาจจะต้องปรับตัวกันสักเล็กน้อย เพื่อรักษายอด Interaction เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น
- ลองหันมาเน้นและโต้ตอบกับคอนเทนต์แบบ UGC หรือ User-Generated Content
คอนเทนต์ที่สร้าง Interaction สูงสุด มักจะเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้าพูดถึงแบรนด์ ดังนั้นถ้าเราแชร์รีวิวจากลูกค้าตัวจริง แชร์ความเห็นจากคอมเมนต์ หรือแค่หมั่นพิมพ์ตอบกลับคนที่เข้ามาคอมเมนต์
เพียงแค่นี้ก็จะทำให้ผู้ติดตามรู้สึกว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตีจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผู้ชมทั่วไป
- เปลี่ยนจากการพิมพ์แบบธรรมดา เป็น “ลูกเล่นฟีเชอร์ใหม่ ๆ” บ้าง
แพลตฟอร์มโซเชียลมักจะมีฟีเชอร์ Interactive โดยเฉพาะ เพื่อลดกำแพงในการโต้ตอบระหว่างครีเอเตอร์ แบรนด์ และผู้ชม และอัลกอริทึมก็มักจะดันคอนเทนต์ในกลุ่มนี้ให้ผู้ติดตามเห็นบ่อย ๆ อีกด้วย
เช่น Instagram และ Facebook มีฟีเชอร์โพล, Q&A, Add Yours หรือ Emoji Slider บน Stories
ส่วน TikTok ก็มีฟีเชอร์ Stitch และ Duet ที่ทำให้คลิปของเรากลายเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาได้
- ลองออกแบบคอนเทนต์ที่บังคับให้ต้องโต้ตอบ
คอนเทนต์แนวแจ้งข่าว ส่วนใหญ่มักจะเหงา ๆ ถ้าไม่มีอะไรให้ว้าว เช่น เปิดตัวฟีเชอร์ใหม่ หรือประกาศวันปิดทำการร้านชั่วคราว
ลองเปลี่ยนจากการแจ้งข่าวสารธรรมดาเป็นคำถามปลายเปิด เช่น
คุณคิดว่าฟีเชอร์ไหนควรปรับปรุงที่สุด เพราะอะไร ?
หรือทำคอนเทนต์แบบ Quick-Vote เช่น “คุณชอบแบบ A หรือ B ?” ซึ่งคอนเทนต์แบบนี้ใช้ความพยายามน้อยแต่ได้ยอดโต้ตอบสูง
นอกจากนี้ การกล้าแสดงจุดยืนในประเด็นต่าง ๆ ทางสังคม ก็สามารถสร้างบทสนทนาได้เหมือนกัน
- ลองวิเคราะห์คอนเทนต์ที่ยอดตก
ทุกคนมักจะเอาคอนเทนต์ Top 10 ที่ยอด Engagement ปังที่สุดมาวิเคราะห์เพื่อทำซ้ำกันอยู่แล้ว แต่ลองมองหาโพสต์ที่ยอดดิ่งเหว แล้ววิเคราะห์ไปด้วยว่า ทำไมคอนเทนต์นี้ถึงได้ Engagement แย่
และถ้ารูปแบบคอนเทนต์ไหนที่เคยสร้างยอด Engagement ได้ดี แต่จู่ ๆ ตัวเลขตก
ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า พฤติกรรมและความชอบของผู้ชมกำลังเปลี่ยนไปแล้วได้เช่นกัน
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.