สรุป กลยุทธ์ ZUS Coffee ร้านกาแฟมาเลเซีย ที่มาตีตลาดในไทย ชูเมนู Localized “ต้มยำอเมริกาโน”

สรุป กลยุทธ์ ZUS Coffee ร้านกาแฟมาเลเซีย ที่มาตีตลาดในไทย ชูเมนู Localized “ต้มยำอเมริกาโน”

30 ม.ค. 2026
- ล่าสุดในวันนี้ ZUS Coffee แบรนด์ร้านกาแฟจากประเทศมาเลเซีย ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
แล้ว ZUS Coffee จะมีกลยุทธ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง MarketThink สรุปให้อ่านกันในโพสต์นี้
1. ZUS Coffee เป็นแบรนด์ร้านกาแฟ จากประเทศมาเลเซีย 
มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ในประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2019
โดยในปัจจุบัน ZUS Coffee มีสาขาใน 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่
- มาเลเซีย 860 สาขา
- ฟิลิปปินส์ 160 สาขา
- สิงคโปร์
- บรูไน
2. ZUS Coffee ตั้งเป้าขยายสาขาในไทย ให้ครบ 50 แห่ง ภายในปีนี้
ส่วนประเทศไทย เป็นประเทศที่ 5 ที่ ZUS Coffee ได้เข้ามาทำตลาด โดยเปิดสาขาแรกที่อาคาร Vanit Place ในย่านอารีย์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว
ในปัจจุบัน ZUS Coffee มีสาขาในไทยทั้งหมด 15 แห่งด้วยกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
และในปี 2026 นี้ ZUS Coffee ตั้งเป้าไว้ว่า ต้องการขยายสาขาในประเทศ ให้ครบ 50 แห่ง โดยแบ่งเป็น 
- ร้านในอาคารสำนักงาน 25 แห่ง
- ร้านในศูนย์การค้า 20 แห่ง
- ร้านที่ตั้งอยู่ริมถนน 5 แห่ง
เพราะ ZUS Coffee พบอินไซต์ของคนไทย คือ ไม่ชอบเดินออกมานอกอาคาร เพราะอากาศร้อน จึงทำให้เลือกขยายสาขา ที่อยู่ในอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าเป็นหลัก
3. จุดเด่นของ ZUS Coffee อยู่ที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้
เป็น Tech-Driven Coffee Chain โดยเฉพาะการใช้แอปพลิเคชัน ZUS Coffee ที่ออกแบบมาเพื่อ Personalized ประสบการณ์เฉพาะให้กับลูกค้าแต่ละคน เช่น
- การเลือกเมนู หรือสั่งเครื่องดื่ม แล้วให้ลูกค้ามา Pickup ที่หน้าร้าน
- ระบบสมาชิก และสะสมแต้ม
- แนะนำเมนูเครื่องดื่ม ตามความชอบของลูกค้าแต่ละคน
- แนะนำโปรโมชัน และสิทธิพิเศษ
รวมถึงมีการเก็บข้อมูลของลูกค้า เช่น ความชอบ และพฤติกรรม แล้วนำไปต่อยอดเป็นเมนูเครื่องดื่มใหม่ ๆ รวมถึงใช้บริหารจัดการธุรกิจ จัดการต้นทุน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. ใช้กลยุทธ์ Localization ให้เข้ากับความชอบของคนไทย
นอกจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ ทั้งหน้าร้านและหลังร้านแล้ว ZUS Coffee ในประเทศไทย ยังใช้กลยุทธ์ Localization เมนูต่าง ๆ ให้เข้ากับความชอบของคนไทย
ทั้งเมล็ดกาแฟ ท้องถิ่นจากประเทศไทย นั่นคือ เมล็ดกาแฟจากจังหวัดเชียงราย และเมล็ดกาแฟ Boss (คั่วเข้ม) รวมถึงเมล็ดกาแฟ Lydia (คั่วอ่อน)
โดยเฉพาะการพัฒนาเมนูเครื่องดื่มบางเมนู ให้เข้ากับความชอบของคนไทย โดยใช้เวลานานกว่า 6-7 เดือน ในการพัฒนาสูตร
เช่น เมนู Tom Yum Americano เป็นเมนูกาแฟที่นำความเป็นไทย จากเมนูต้มยำกุ้ง เข้ามาผสม
รวมถึงมีการ Localization เข้ากับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มของคนไทย ที่มักไม่ดื่มกาแฟหลังเวลา 14.00 น. ต่างจากคนมาเลเซีย ที่ดื่มกาแฟได้ทั้งวัน
ทำให้ ZUS Coffee ในประเทศไทย นำเสนอเมนูเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กาแฟมากขึ้น
นอกจากนี้ ลูกค้าคนไทยยังชอบเลือกความหวานของเครื่องดื่มหลายระดับ ทำให้ ZUS Coffee ในไทย สามารถเลือกระดับความหวานได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ไม่หวานเลย จนถึงหวานมาก จากเดิมที่เคยเลือกได้เพียง 2 ระดับเท่านั้น
5. ใช้กลยุทธ์ ตั้งราคาให้กาแฟ Specialty เข้าถึงง่าย
ส่วนกลยุทธ์ทางด้านราคานั้น ZUS Coffee ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาที่ทำให้เมนูกาแฟแบบ Specialty เข้าถึงง่าย ไม่แพงจนเกินไป โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 65 บาท 
ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเมนูกาแฟแบบ Specialty ได้ทุกวัน โดยไม่จำกัดเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป
ซึ่งหากเราลองดูที่เมนูเครื่องดื่มของ ZUS Coffee พบว่า มีราคาเริ่มต้นที่ 65 บาท สำหรับเมนู Americano เย็น
ส่วนเมนูอื่น ๆ ที่คนไทยน่าจะชอบกัน มีราคาดังนี้
- Spanish Latte ราคา 80 บาท
- Caramel Macchiato ราคา 85 บาท
- Mocha ราคา 85 บาท
- Matcha Latte ราคา 80 บาท
- Iced Thai Milk Tea ราคา 75 บาท
ซึ่งนอกจากเมนูเครื่องดื่มแล้ว ZUS Coffee ยังมีเมนูอาหารที่ทำร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง Santan ซึ่งคนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดีในฐานะอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบิน ของสายการบินแอร์เอเชีย
โดยมีตัวอย่างเมนู เช่น
- Uncle Chin’s Chicken Rice
- Chicken Teriyaki With Rice
- Roasted Chicken With Black Pepper Sauce 
- Green Curry Chicken With Rice and Salted Egg 
โดยทั้ง 4 เมนู ขายในราคา 109 บาท
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.