“เมื่อ AI ทำแทนได้เกือบทุกอย่าง! ‘คุณขวัญตา’ ชี้จุดสลบธุรกิจ แบรนด์ที่ชนะไม่ใช่แบรนด์ที่สื่อสารเก่งที่สุด แต่คือแบรนด์ที่คนในองค์กร ‘เชื่อ’ และ ‘ทำ’ ได้จริง”

“เมื่อ AI ทำแทนได้เกือบทุกอย่าง! ‘คุณขวัญตา’ ชี้จุดสลบธุรกิจ แบรนด์ที่ชนะไม่ใช่แบรนด์ที่สื่อสารเก่งที่สุด แต่คือแบรนด์ที่คนในองค์กร ‘เชื่อ’ และ ‘ทำ’ ได้จริง”

30 มี.ค. 2026
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อโลกธุรกิจ การตลาด และการสื่อสารอย่างก้าวกระโดด องค์กรจำนวนมากเร่งปรับตัวด้วยการนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า อย่างไรก็ตามเมื่อเทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรสามารถเข้าถึงได้ใกล้เคียงกัน คำถามสำคัญที่ผู้บริหารจำนวนมากเริ่มกลับมาทบทวน คือสิ่งใดจะกลายเป็นความแตกต่างที่แท้จริงของแบรนด์ในระยะยาว
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในแวดวงการตลาดและการบริหารองค์กร คือการกลับมาให้ความสำคัญกับ “Purpose” หรือเหตุผลของการมีอยู่ของธุรกิจ เพราะยิ่งโลกเต็มไปด้วยเครื่องมือที่ฉลาดขึ้น สิ่งที่แทนที่ไม่ได้กลับเป็นความชัดเจนของตัวตนองค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และความเชื่อร่วมกันของคนภายใน
คุณขวัญตา ศิริวัจนางกูร Brand Consulting Director และ GM แห่ง V & The Result Agency ผู้มีประสบการณ์ในวงการโฆษณาและการสร้างแบรนด์มากกว่า 10 ปี และมีประสบการณ์สอนด้านการสื่อสารและการตลาดในระดับมหาวิทยาลัยยาวนานกว่า 13 ปี มองว่า ยุคของ AI ไม่ได้ทำให้ Branding สำคัญน้อยลง แต่กลับทำให้ “ความชัดของแบรนด์” กลายเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม
แม้ AI จะช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น สร้างงานได้มากขึ้น และลดต้นทุนด้านการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถสร้างแทนได้ คือความเชื่อ วัฒนธรรมองค์กร และเหตุผลที่ทำให้คนอยากเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของความแข็งแรงในระยะยาว
จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งในกลุ่มธุรกิจบริการ อุตสาหกรรม และองค์กรขนาดใหญ่ พบว่าหลายองค์กรพยายามเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากภาพลักษณ์หรือการสื่อสารภายนอก ก่อนที่จะปรับวิธีคิดของคนภายใน ทำให้การ Transform ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับพฤติกรรม
แนวทางที่ใช้ในการทำงานจึงเริ่มจากการค้นหา “Inside-Out DNA” ขององค์กร ผ่านคำถามพื้นฐานที่สุดว่า ธุรกิจนี้มีอยู่ไปเพื่ออะไร ก่อนจะต่อยอดไปสู่การทำให้แบรนด์ไม่ใช่เพียงสิ่งที่สื่อสารออกไป แต่เป็นสิ่งที่คนในองค์กรเข้าใจและลงมือทำจริง ผ่านกระบวนการ Brand Internalization ที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด วิธีทำงาน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จนทุกคนสามารถเป็น Brand in Action ได้
ยิ่งโลกธุรกิจขับเคลื่อนเร็วขึ้นเท่าไร องค์กรยิ่งต้องกลับมาทบทวนตัวตนของตัวเองให้ชัดเจน เพราะเมื่อ Purpose ชัด การตัดสินใจในระดับกลยุทธ์ การสื่อสารแบรนด์ และการพัฒนาคนในองค์กรจะไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน
แนวคิดดังกล่าวเป็นแนวทางที่ V & The Result Agency ใช้ในการทำงานร่วมกับองค์กรที่อยู่ในช่วง Transform และ Repositioning แบรนด์ โดยวางตำแหน่งตัวเองเป็น “The Result Agency” ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างงานสื่อสารที่ดูดี แต่เริ่มต้นจากคำถามว่าสิ่งที่ทำสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้จริงหรือไม่ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์แบรนด์ การปรับแนวคิดขององค์กร ไปจนถึงการออกแบบแคมเปญ ทุกกระบวนการถูกออกแบบเพื่อให้เกิด Impact ที่วัดผลได้
องค์กรดำเนินงานภายใต้การนำของ คุณกัณต์พงษ์ พานทองประเสริฐ ผู้มีประสบการณ์ในวงการโฆษณามากกว่า 20 ปี และเคยทำงานกับเอเจนซี่ระดับสากล โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนแบรนด์สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ขณะที่ขวัญตารับบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรในมิติของ People และ Transformation ทำให้แนวทางการทำงานผสานทั้งด้าน Purpose และ Performance ไปพร้อมกัน
ในวันที่ AI สามารถช่วยสร้างโฆษณา เขียนคอนเทนต์ และวิเคราะห์ข้อมูลได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที หลายองค์กรเริ่มตระหนักว่าเทคโนโลยีอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบระยะยาวอีกต่อไป แต่ความชัดของตัวตนองค์กรต่างหากที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน เพราะแบรนด์ที่แข็งแรงที่สุดไม่ใช่แบรนด์ที่สื่อสารเก่งที่สุด แต่คือแบรนด์ที่คนในองค์กรเชื่อ และลงมือทำในสิ่งเดียวกันได้จริง
สำหรับผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ Transform องค์กรสู่การเป็น Brand with Purpose สามารถเริ่มต้นแนวทางดังกล่าวร่วมกับ คุณขวัญตา ศิริวัจนางกูร และทีมงาน V & The Result Agency ได้ที่ V & The Result Agency, Central Dusit Park กรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร V& The Results Agency - Google Maps Email: kwan.kwanta@vand.company
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.