วิธีทำการตลาด ttb เอาอินไซต์ มาจัดโปรฯ คนไทยรายได้ปานกลาง ชอบกินฮะจิบัง ใส่ Uniqlo

วิธีทำการตลาด ttb เอาอินไซต์ มาจัดโปรฯ คนไทยรายได้ปานกลาง ชอบกินฮะจิบัง ใส่ Uniqlo

1 เม.ย. 2026
ล่าสุดธนาคารทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb ได้จัดงานแถลงข่าวเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอินไซต์ของลูกค้าบัตรเครดิตในช่วงปี 2568 ว่าที่ผ่านมาลูกค้ามีพฤติกรรมใช้จ่ายอย่างไร
พร้อม ๆ กับเปิดเผยแนวทางการทำตลาด, วิธีการคิดโปรโมชัน ไปจนถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ได้อย่างน่าสนใจ
แล้วรายละเอียดมีอะไรบ้าง ? MarketThink สรุปให้แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ปีที่ผ่านมา คนไทยมีบัตรเครดิตเฉลี่ยคนละ 1.5 ใบ และมีคนถือบัตรเครดิตของ ttb ทั้งหมด 1.6 ล้านใบ อยู่ในอันดับ Top 5 ของตลาด
2. ภาพรวมฐานลูกค้าบัตรเครดิตของ ttb ทุกระดับยังคงเติบโต ทั้งในแง่ผู้ใช้งานและยอดการใช้จ่าย
โดยฐานลูกค้าบัตรเครดิต ttb กว่า 1.6 ล้านใบ จะแบ่งสัดส่วนได้ตามนี้
- กลุ่ม Middle-Income (มีทรัพย์สินน้อยกว่า 1 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 80% ของลูกค้าทั้งหมด
- กลุ่ม Mass Affluent (มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 16% ของลูกค้าทั้งหมด
- กลุ่ม Wealth (มีทรัพย์สินมากกว่า 5 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 4% ของลูกค้าทั้งหมด
โดยในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ttb มีการเติบโตสูงถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สวนทางกับภาพรวมตลาดที่หดตัวลง 1%
3. กลยุทธ์ของ ttb ปีนี้คือ จะเน้นเก็บ Data ของลูกค้า เพื่อหาอินไซต์ไปจัดทำโปรโมชันต่อ
โดย Data ที่ ttb เก็บ จะมีความละเอียดจนถึงขั้นรู้ว่า ถ้าลูกค้าเติมน้ำมันที่ปั๊ม A แล้วก็สามารถคาดการณ์ต่อได้ว่า อีก 3 วัน ลูกค้าจะมีแนวโน้มไปช็อปปิงที่ห้าง B
พอรู้อินไซต์แล้วว่า ลูกค้าชอบใช้จ่ายกับอะไร ttb จะเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์นั้น ๆ เพื่อทำโปรโมชันให้ตรงใจลูกค้า
ยกตัวอย่างเช่น
- รู้ว่าลูกค้ากลุ่มรายได้ปานกลาง ชอบทานฮะจิบัง เลยไปร่วมมือกับฮะจิบัง ทำโปรโมชัน ทาน 500 รับเครดิตเงินคืน 88 บาท โดยไม่ต้องใช้คะแนนแลก
- รู้ว่าลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง สนใจโปรโมชันเกี่ยวกับโรงเรียนอินเตอร์ เลยไปเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับ King's College International School Bangkok ให้ผู้ถือบัตร ttb reserve ชำระค่าการศึกษาแล้วได้สิทธิพิเศษ
4. ปีที่แล้วเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง, กลุ่มรายได้สูงยังคงใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนคนที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นน้อยสุดคือ คนรายได้ต่ำ-ปานกลาง
- กลุ่ม Wealth ใช้จ่ายผ่านบัตรเยอะขึ้น 35%
- กลุ่ม Mass Affluent ใช้จ่ายผ่านบัตรเยอะขึ้น 28%
- กลุ่ม Middle-Income ใช้จ่ายผ่านบัตรเยอะขึ้น 5%
5. ลูกค้าแทบทุกกลุ่มมีพฤติกรรมใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น
จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่แน่นอน ตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ลดระดับการทานอาหารในร้านอาหารที่แพง มาเลือกร้านที่ให้ “ความคุ้มค่า” มากขึ้นในปีที่ผ่านมา
ลูกค้ากลุ่ม Wealth และ Mass Affluent ใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมลดลง และหันมาทำประกันเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น
6. เน้นเพิ่ม CLV (Customer Lifetime Value) ด้วย “ความคุ้มค่า”
พอพฤติกรรมลูกค้าไปทางนั้น ttb เลยเน้นทำสิทธิพิเศษในมุมของ “ความคุ้มค่า” เช่น การให้เครดิตเงินคืนเมื่อทานอาหาร และการให้เครดิตเงินคืน 50% สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า
ผ่านการไปเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ต่าง ๆ และจะกระตุ้นการขายด้วยการยิงโฆษณาตาม Customer Journey ของลูกค้า โดยอาศัยความแม่นยำของ Data ที่กล่าวมาข้างต้น
เช่น ถ้าลูกค้าเติมน้ำมัน แล้วคาดการณ์ว่าหลังจากนั้น 3 วัน ลูกค้าจะไปช็อปที่ห้าง B
ระบบของ ttb ก็จะยิงโฆษณากระตุ้นการขาย ด้วยโปรโมชันบัตรเครดิตของห้าง B ก่อนล่วงหน้า
7. แม้สถานการณ์หลายอย่างจะไม่ดี แต่การใช้จ่ายในหมวดชีวิตประจำวันยังโต

โดยในปีที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตในหมวดที่เติบโตดีที่สุดจะเป็นหมวดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่
- หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต โตขึ้น 21%
- ออนไลน์ โตขึ้น 20%
- การเดินทางและน้ำมัน โตขึ้น 15%
- ร้านอาหาร โตขึ้น 13%
8. แคมเปญบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ที่ ttb ร่วมมือกับ Disney เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ใช้ดึงคนได้เยอะจริง โดยเฉพาะคน Gen Z
9. ปีนี้ ttb ตั้งเป้ามีจำนวนบัตรเปิดใหม่ 300,000 ใบ
พร้อมกับคาดว่า ยอดใช้จ่ายทั้งปีจะเติบโตแตะ 183,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และในระยะยาว ttb ตั้งเป้าจะเป็น Top 4 ในตลาดบัตรเครดิตภายใน 3 ปีหลังจากนี้
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.