สรุปความสามารถ “Muse Spark” ไพ่ใบใหม่ในสงคราม AI ของ Meta ที่ตั้งเป้า “เก่งเหนือมนุษย์”

สรุปความสามารถ “Muse Spark” ไพ่ใบใหม่ในสงคราม AI ของ Meta ที่ตั้งเป้า “เก่งเหนือมนุษย์”

9 เม.ย. 2026
ล่าสุด Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram เพิ่งเปิดตัว AI โมเดลใหม่ชื่อว่า “Muse Spark” ที่ยกเครื่องพัฒนาใหม่ทั้งหมด พร้อมตั้งเป้าหมายเป็น Personal Superintelligence ในอนาคต
แล้ว Muse Spark มีรายละเอียดอย่างไร ? เก่งกว่า AI ตัวอื่น ๆ อย่างไร ?
MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
- Meta ระบุว่า Muse Spark เป็น AI โมเดลใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ไม่ได้ใช้พื้นฐานจากโมเดล Llama เดิมของ Meta เลย และใช้เวลาพัฒนามานานกว่า 9 เดือน
ซึ่ง AI ตัวนี้ เกิดขึ้นมาเพื่อแก้เกมทางด้าน AI ของ Meta ที่มักได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งจากคนทั่วไปและนักลงทุนว่า ยังคงตามหลังโมเดล AI อื่น ๆ โดยเฉพาะจาก OpenAI เจ้าของ ChatGPT และ Google อยู่อีกมาก
ทำให้ในครั้งนี้ Meta ตั้งเป้าจะพัฒนาโมเดล Muse Spark ของตัวเอง ให้กลายเป็น Personal Superintelligence
ซึ่งหากแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คงต้องบอกว่าเป็น “AI ที่เก่งเหนือมนุษย์” นั่นเอง..
โดยความสามารถของ Muse Spark เช่น
1. Muse Spark เป็นโมเดล AI ที่มีความยืดหยุ่นสูง
โดยจุดเด่นของโมเดล Muse Spark คือ เป็นโมเดลที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถประมวลผลและเข้าใจบริบทที่มีความซับซ้อนได้ดี
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ประหยัดพลังงานการประมวลผลได้มากกว่า Llama รวมถึงใช้ Token น้อยลงอีกด้วย
2. ส่วนด้านผลการทดสอบประสิทธิภาพและความเก่งของ Muse Spark ก็บอกเลยว่าไม่ธรรมดา
เพราะจากผลการทดสอบตามมาตรฐานต่าง ๆ พบว่า Muse Spark ได้คะแนนดังนี้
- Humanity’s Last Exam ทำได้ 58% (ในโหมด Contemplating) ซึ่งเป็นบททดสอบ ที่ยากที่สุดในปัจจุบัน
- MMMU-Pro (Multimodal Understanding) ได้คะแนน 80.5% เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียง Gemini 3.1 Pro เพียงเล็กน้อย
- Frontier Science Research ทำได้ 38% สะท้อนถึงความสามารถ ในการทำความเข้าใจงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
3. ส่วนในด้านการใช้งานจริง Meta ยกตัวอย่างความสามารถของโมเดล Muse Spark เช่น
- รองรับอินพุตทั้ง ข้อความ เสียง และรูปภาพ ทำให้สามารถเข้าใจโลกผ่านการมองเห็นได้เหมือนมนุษย์
- สามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก เช่น คำนวณแคลอรีจากรูปภาพอาหาร หรือวิเคราะห์การทำงานของกล้ามเนื้อจากการดูวิดีโอออกกำลังกาย
- สามารถเขียนโคดเพื่อสร้างเว็บไซต์ เกมขนาดเล็ก (Mini-Games) หรือแดชบอร์ดข้อมูลได้ทันทีผ่านคำสั่งเพียงไม่กี่คำ
โดยมีให้เลือกการประมวลผลทั้งหมด 3 โหมด ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ได้แก่
- Instant Mode
เป็นโหมดสำหรับงานทั่วไป ที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น การแช็ต หรือถาม-ตอบแบบสั้นๆ
- Thinking Mode
เป็นโหมดสำหรับงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ระดับหนึ่ง
- Contemplating Mode
เป็นโหมดประมวลผลขั้นสูงสุด ที่ใช้ระบบ Multi-Agent Orchestration
ซึ่งเป็นการใช้ AI หลายตัวช่วยกันคิด และตรวจสอบคำตอบร่วมกัน เพื่อตอบคำถามระดับงานวิจัยวิทยาศาสตร์ หรือโจทย์คณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนสูงมาก
4. Meta เปิดให้ใช้งานโมเดล Muse Spark ได้แล้ววันนี้
บนเว็บไซต์ Meta AI และแอปพลิเคชัน Meta AI ในบางประเทศ
และ Meta จะมีการนำโมเดล Muse Spark ไปใช้งานกับบริการต่าง ๆ ของตัวเอง คือ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ที่พัฒนาร่วมกับ Meta อีกด้วย
และกำลังจะถูกนำไปรวมเข้ากับ WhatsApp, Instagram, Facebook รวมถึงแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta ในอนาคตอันใกล้
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.