
สรุปความสามารถ “Moltbot” AI ผู้ช่วยที่เหมือน “JARVIS” ใน Iron Man ที่กำลังฮิตตอนนี้
2 ก.พ. 2026
“ClawdBot” คงเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหู เพราะเป็น AI ที่กำลังเป็นที่พูดถึงเยอะมากบนโลกโซเชียลมีเดียตอนนี้ แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่เป็น “Moltbot” ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์
ความน่าสนใจของ Moltbot คือ จะสามารถทำงานแทนเราได้เหมือนเป็นคนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตอบแช็ต,
อ่านไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา หรือแม้แต่จัดตารางการประชุมให้เรา
อ่านไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา หรือแม้แต่จัดตารางการประชุมให้เรา
จนหลายคนบอกว่า AI ตัวนี้เหมือน “JARVIS” ผู้ช่วยส่วนตัวของพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง Iron Man นั่นเอง
แล้ว Moltbot ยังมีดีเทลอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ?
MarketThink สรุปความสามารถของ Moltbot ให้เข้าใจง่าย ๆ
MarketThink สรุปความสามารถของ Moltbot ให้เข้าใจง่าย ๆ
- Moltbot เป็นโปรเจกต์ AI ที่เปิดเป็น Open Source ให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลด และเอาไปปรับใช้ได้แบบฟรี ๆ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยคุณ Peter Steinberger โปรแกรมเมอร์ชาวออสเตรีย
ความแตกต่างระหว่าง Moltbot กับ AI ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง ChatGPT หรือ Gemini จะอยู่ตรงที่เราต้องติดตั้ง AI ตัวนี้บนคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของเราเอง
ในขณะที่ ChatGPT หรือ Gemini จะทำงานอยู่บนระบบ Cloud ของผู้ให้บริการ
ด้วยวิธีทำงานแบบนี้ จึงทำให้ตัว Moltbot สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ของเราได้แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บัญชีอีเมล, ไฟล์ในเครื่อง รวมไปถึงเว็บเบราว์เซอร์ และประวัติต่าง ๆ
เราเลยจะสามารถสั่งงาน Moltbot ในท่าแปลก ๆ ที่ AI ตัวอื่นอาจจะทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- ใช้ Moltbot ควบคุมคอมพิวเตอร์ แทนตัวเราเอง
เช่น สั่งให้เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วเข้าไปตอบอีเมลในชื่อบัญชีของเราเลย หรือสั่งให้เปิดไฟล์ Doc แล้วพิมพ์งานแทนเรา
เช่น สั่งให้เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วเข้าไปตอบอีเมลในชื่อบัญชีของเราเลย หรือสั่งให้เปิดไฟล์ Doc แล้วพิมพ์งานแทนเรา
- ใช้ Moltbot เป็น “เลขา”
ให้คอยรายงานสิ่งที่เราต้องรู้ในแต่ละวัน เช่น ส่งสรุปข่าวตอนเช้าในทุก ๆ วัน, รายงานสภาพอากาศ หรือร่างอีเมล
ให้คอยรายงานสิ่งที่เราต้องรู้ในแต่ละวัน เช่น ส่งสรุปข่าวตอนเช้าในทุก ๆ วัน, รายงานสภาพอากาศ หรือร่างอีเมล
- ให้ Moltbot จัดการชีวิตส่วนตัว ด้วยการเชื่อมกับแอปต่าง ๆ เช่น ปฏิทิน, Apple Notes, Spotify หรือควบคุม Smart Home ในบ้าน เพื่อช่วยจัดระเบียบข้อมูลและจัดการงานต่าง ๆ
จะเห็นได้ว่า Moltbot ตัวนี้จะมีรูปแบบการใช้งานที่ต่างกับ AI ทั่ว ๆ ไปอย่าง ChatGPT และ Gemini ชัดมาก ๆ เพราะเหมือนกับว่า เราให้คนจริง ๆ มาใช้คอมพิวเตอร์แทนตัวเราเลยนั่นเอง
ทีนี้ถ้าอยากลองใช้ Moltbot บ้างต้องทำอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่าไร ?
- สำหรับวิธีติดตั้งและใช้งาน Moltbot จะต้องใช้ความรู้เฉพาะทางเยอะหน่อย
ดังนั้นถ้าเป็นคนทั่วไปที่อาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้เยอะ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็แนะนำว่า อย่าเพิ่งลองติดตั้ง เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดได้
ดังนั้นถ้าเป็นคนทั่วไปที่อาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้เยอะ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็แนะนำว่า อย่าเพิ่งลองติดตั้ง เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดได้
แต่ถ้าอยากลอง Moltbot จริง ๆ ตอนนี้ท่าที่หลายคนใช้จะเป็นการลง Moltbot ที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัว และใช้เชื่อมต่อ กับแอปแช็ตที่ใช้เป็นประจำอย่าง เช่น WhatsApp, Telegram
หรือล่าสุดเห็นว่ามีคนเชื่อม Moltbot ผ่าน LINE ได้แล้ว
จากนั้นก็พิมพ์คำสั่งว่า อยากให้ Moltbot ทำอะไรให้เราคล้าย ๆ ที่คุยกับ ChatGPT หรือ Gemini นั่นเอง
และก็ต้องบอกว่าสำหรับ Moltbot จะมีเงื่อนไขสำคัญ ๆ อยู่ 3 ข้อที่ควรรู้ไว้ก่อนจะลองใช้ ได้แก่
1. Moltbot จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโมเดล AI อย่างเช่นพวก ChatGPT, Claude หรือ Gemini เพื่อใช้ทำหน้าที่เป็นสมองในการประมวลผล
ทำให้ความเก่งและค่าใช้จ่ายต่อเดือนของ Moltbot ส่วนหนึ่งจะมาจากโมเดล AI ที่เราเลือกเชื่อมต่อด้วย
2. ต้องทำใจว่า Moltbot จะเข้าถึงคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของเราด้วย
การจะใช้ Moltbot ได้ เราจำเป็นจะต้องดาวน์โหลดมารันบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หมายความว่า มีโอกาสที่
Moltbot จะทำงานผิดพลาดและเผลอไปลบไฟล์สำคัญ ๆ ของเราทิ้งไป หรือส่งอีเมลไปหาคนผิดได้
Moltbot จะทำงานผิดพลาดและเผลอไปลบไฟล์สำคัญ ๆ ของเราทิ้งไป หรือส่งอีเมลไปหาคนผิดได้
ดังนั้นเราจะต้องรับความเสี่ยงในเรื่อง “การทำงานผิดพลาด” เอาไว้ด้วย
3. ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Moltbot เอาไว้ตลอดเวลา
เราอาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่แรงพอสมควรเพื่อติดตั้งและทำให้ Moltbot ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และต้องเปิดคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Moltbot เอาไว้ตลอดเวลาด้วย
เราอาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่แรงพอสมควรเพื่อติดตั้งและทำให้ Moltbot ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และต้องเปิดคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Moltbot เอาไว้ตลอดเวลาด้วย
หมายความว่า อาจจะเกิดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าไฟต่อเดือนที่สูงขึ้นได้นั่นเอง