
เจาะกลยุทธ์ “Crybaby” ดันคาแรคเตอร์ IP ไทย สู่มูลค่าหมื่นล้าน
23 เม.ย. 2026
จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอาร์ตทอย (Art Toy) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Crybaby” ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ IP (Intellectual Property: IP) ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักสะสมทั่วโลก
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสหลัก (Mass Market) โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักคือ Gen Z และกลุ่ม White-Collar อายุระหว่าง 15–40 ปี
ขณะที่ข้อมูลจาก HTF Market Intelligence ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาร์ตทอยโลกในปี 2566 อยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.26 ต่อปี แตะระดับ 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป
ศิลปินไทย ผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท
เบื้องหลังความสำเร็จของ “Crybaby” คือศิลปินชาวไทย นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” ผู้ต่อยอดความหลงใหลในงานศิลปะสู่การสร้างคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการถ่ายทอด “อารมณ์” เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ โดยทุกผลงานสะท้อนเรื่องราวและความหมายเบื้องหลัง ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม และสร้าง Emotional Engagement ได้อย่างลึกซึ้ง
จากรายงาน Annual Results Announcement ประจำปี 2025 ของ Pop Mart ระบุว่า “Crybaby” สร้างรายได้สูงถึง 2,930,000,000 หยวน หรือระดับหมื่นล้านบาท เติบโตมากกว่า 150% ติดอันดับ Top 3 คาแรคเตอร์ IP ที่ทำรายได้สูงสุด ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีที่ร่วมงานกัน ส่งผลให้ “มอลลี่” ก้าวขึ้นเป็นศิลปินไทยรายแรกและรายเดียวในสังกัด Pop Mart สะท้อนศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยในเวทีโลก
Dual Market Strategy: Mass Market ควบคู่ Niche Market
นอกเหนือจากการเติบโตในตลาดแมสผ่าน Pop Mart มอลลี่ยังได้ก่อตั้งสตูดิโอ “Molly Factory” เพื่อขยายฐานสู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยเน้นโปรดักที่มีความเฉพาะตัวสูง (High Craftsmanship) การผลิตแบบ Limited Edition และการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ลึกซึ้ง
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจในเครือ Molly Factory มีอัตราการเติบโตของรายได้มากกว่า 200% จากปี 2024 สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายตลาดแบบควบคู่

ขยาย Ecosystem ผ่านการ Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก
“Crybaby” ได้ต่อยอดจากอาร์ตทอยสู่การสร้าง Business Ecosystem ผ่านการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และ Licensing Products เพื่อขยาย Touchpoint และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
ในเชิงภูมิศาสตร์ แบรนด์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดอเมริกาเหนือก้าวขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับสองรองจากจีน สะท้อนศักยภาพการขยายตัวในระดับ Global
จาก Art Toy สู่ Contemporary Art & Experience Economy
แม้ “Crybaby” จะเป็นที่รู้จักในฐานะอาร์ตทอย แต่การต่อยอดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้า Collectible โดยยังครอบคลุมงานศิลปะหลากหลายแขนง อาทิ จิตรกรรม ประติมากรรม เซรามิก และงานคราฟต์ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค (Experience-driven Engagement)
ล่าสุด มอลลี่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี Apple แบรนด์ระดับโลก ผ่านการนำ “Crybaby” ไปพัฒนาเป็นกิจกรรม Workshop เพื่อสร้าง Engagement Experience กับผู้เข้าร่วมงาน
มอลลี่ กล่าวว่า “เราอยากให้ Crybaby เป็นมากกว่างานสะสม แต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านประสบการณ์และอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในการพัฒนางานในระยะยาว”
ในปี 2027 “Crybaby” จะครบรอบ 10 ปีของการเดินทางบนเส้นทางศิลปะและธุรกิจ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาคาแรคเตอร์ IP ไทยสู่ระดับสากล โดยเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายมิติ เพื่อขยายขอบเขตของคาแรคเตอร์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต