สรุปพฤติกรรมคนไทย ปี 2026 คิดนานขึ้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งดูรีวิว ดูของจริง เทียบราคา

สรุปพฤติกรรมคนไทย ปี 2026 คิดนานขึ้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งดูรีวิว ดูของจริง เทียบราคา

28 เม.ย. 2026
ล่าสุด WPP Media Thailand ได้จัดงานสัมมนาประจำปี Focal 2026 เพื่อเปิดเผยข้อมูลด้านการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงกลยุทธ์ที่น่าสนใจในปีนี้
และหนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจของงานนี้ก็คือ เซสชันที่ชื่อว่า Consumers Untold 2026 ที่เปิดเผยผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค ประจำปี 2026 นี้
แล้วจะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจ ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
1. ปี 2026 คือ ปีแห่งการสูญเสียของผู้บริโภค ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- การสูญเสียความมั่งคั่ง
- การสูญเสียอำนาจการควบคุมชีวิต
- การสูญเสียความเชื่อถือในความจริง
จากสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ และความขัดแย้งที่ชายแดน
ทำให้นิยามความสำเร็จของคนไทยเปลี่ยนไป จากการมีทรัพย์สิน หรือภาพลักษณ์ภายนอก กลายเป็นความต้องการที่เรียบง่าย อย่างการไม่เป็นภาระใคร
2. คนไทยมองหาความสุขเล็ก ๆ แทนความสุขขนาดใหญ่ ที่มีราคาแพง
ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ทำให้ WPP Media Thailand พบว่า คนไทยเลือก “ดาวน์สเกล” ความสุขของตัวเองลง จากเดิมเป็นเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการมีบ้าน มีรถ ซึ่งดูไกลตัว
กลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการขอให้คนในครอบครัว มีกิน อิ่มท้อง และนอนหลับ หรือได้พาลูกไปกินอาหารอร่อย ๆ สักมื้อก็เรียกว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตแล้ว
ทำให้ในตอนนี้ Target ของนักการตลาดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คือ
- กลุ่มคนที่รัดเข็มขัด
ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพชีวิต และการใช้จ่ายให้ดีเท่าเดิม
- กลุ่มคนที่มีเงิน
โดยเฉพาะกลุ่มคนในวัยเกษียณ อย่างข้าราชการบำนาญ ที่ไม่มีภาระ ยังคงซื้อสินค้าเพื่อเติมเต็มความสุขของตัวเองได้เหมือนเดิม
นักการตลาดจึงต้องหาวิธี เข้าหาผู้บริโภคทั้งสองกลุ่มนี้ให้ได้
3. Customer Journey ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป
ในปี 2026 นี้ Customer Journey ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจะใช้ระยะเวลาในขั้นตอนการพิจารณา หรือ Consideration มากขึ้น
โดย Customer Journey ของผู้บริโภคในปี 2026 จะมีลักษณะแบบนี้
- ขั้นตอน Awareness
ผู้บริโภคจะเริ่มต้นด้วยการค้นพบสินค้า เหมือนอย่าง Customer Journey ปกติที่เราคุ้นกัน
- ขั้นตอน Consideration
เป็นขั้นตอนที่ผู้บริโภคใช้ระยะเวลานานที่สุด เริ่มตั้งแต่การเปรียบเทียบสินค้า ดูสินค้าที่หน้าร้าน และเปรียบเทียบราคา
- ขั้นตอน Action
ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจริง โดยเป็นไปได้ทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์บนช่องทาง Official ของแบรนด์ หรือจะเป็นการซื้อสินค้าแบบออฟไลน์ที่หน้าร้านของแบรนด์ก็ได้
- ขั้นตอน Advocacy
ผู้บริโภคจะรีวิว หรือบอกต่อ หากสินค้าที่ซื้อมาทดลองใช้ด้วยตัวเองแล้วประทับใจ
4. สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค มีอยู่ด้วยกัน 6 อย่าง ได้แก่
- Private Proof เป็นคำแนะนำจากเพื่อน หรือคนใกล้ตัว ทำให้มีความน่าเชื่อถือ
- Crowd Signal สินค้าที่เป็นไวรัล จะทำให้ผู้บริโภค “รู้จัก” ได้ง่ายขึ้น
- Low-Risk Trial การทดลองใช้ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การซื้อสินค้าขนาดเล็กมาทดลองใช้ก่อน หากดีจริงก็จะตัดสินใจซื้อทีหลัง แต่หากไม่ดีก็ไม่เสียดาย
- Generational Handoff สินค้าที่ได้รับการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่น เช่น แม่เคยใช้ เลยแนะนำให้ลูกใช้ต่อ
นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ในปี 2026 ก็คือ ความสนุก และความรู้สึกได้เอาชนะ
เช่น การที่ผู้บริโภคแย่งกันกด Voucher หรือคูปองส่วนลด จนสินค้ามีราคาถูกลงกว่าปกติ จะทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกสนุก เกิดความรู้สึกเหมือนเอาชนะแบรนด์ได้
5. AI กลายเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ ก่อนซื้อสินค้า
ในด้านเทคโนโลยี ในปี 2026 นี้ พบว่า AI กลายเป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมาก ๆ
โดยเฉพาะในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก่อนซื้อสินค้าจริง เช่น การใช้ ChatGPT หรือ Gemini ช่วยเปรียบเทียบสินค้า หรือร้านอาหาร
และที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคบางคนใช้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อ แต่กลับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้ AI อยู่ เพราะไม่รู้ว่า ChatGPT หรือ Gemini คือ AI
รวมถึงผู้บริโภคจำนวนมาก ก็มีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของ AI จนทำให้คอนเทนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบ ถูกตีตราว่าเป็น AI และมองว่าไม่จริงใจ
ผู้บริโภคจำนวนมากจึงชอบคอนเทนต์ที่ดูเป็นมนุษย์ ดิบ ๆ เรียล ๆ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบมาก มีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ได้
6. จากพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งหมด แบรนด์และนักการตลาด ต้องปรับตัวอย่างไร ?
และในข้อสุดท้าย WPP Media Thailand ได้สรุปการปรับตัวของแบรนด์และนักการตลาด เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เกิดขึ้นในปี 2026 นี้
โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อสำคัญ ได้แก่
- แบรนด์ต้องเลิกจัดกลุ่มลูกค้าตาม Generation แบบเดิม แต่ต้องใช้ Data เพื่อทำความเข้าใจบริบทของผู้บริโภคแบบเฉพาะบุคคล ในแต่ละช่วงเวลา
- แบรนด์ควรใช้ AI แบบเป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค ให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด
- แบรนด์ควรหาวิธี “ฮีลใจ” และสร้างความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
- แบรนด์ควรต้องหาวิธีจับจังหวะที่ใช่ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าแบรนด์เป็น “คนนอก” ในสายตาของผู้บริโภคเสมอ
ดังนั้น แบรนด์ต้องหาจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าหาผู้บริโภค ให้ถูกที่ ถูกเวลา เพื่อให้ผู้บริโภคเปิดใจให้แบรนด์
อ้างอิง :
- ข้อมูลจากเซสชัน Consumers Untold 2026 ในงานสัมมนาประจำปี Focal 2026 ของ WPP Media Thailand
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.