อธิบาย โครงสร้างค่าธรรมเนียม TikTok Shop จากเคสคุณแพรรี่ ไลฟ์ปักตะกร้า ขายทุเรียน โดนหัก 25%

อธิบาย โครงสร้างค่าธรรมเนียม TikTok Shop จากเคสคุณแพรรี่ ไลฟ์ปักตะกร้า ขายทุเรียน โดนหัก 25%

17 พ.ค. 2026
ไม่กี่วันมานี้ คุณไพรวัลย์ วรรณบุตร (แพรรี่ ไพรวัลย์) ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ในการไลฟ์สดปักตะกร้าขายของบน TikTok Shop
แล้วเจอปัญหาเรื่อง “ค่าธรรมเนียม” พร้อมแนบรูปภาพว่า ตัวเขามียอดขายจากการขายทุเรียนบน TikTok Shop จำนวน 2,859,148 บาท และโดนหักค่าธรรมเนียมไปทั้งหมด 729,301 บาท
ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์จะเห็นได้ว่า คุณแพรรี่โดนหักค่าธรรมเนียมไปถึง 25.5% จากยอดขายเลยทีเดียว
คุณแพรรี่ก็ยอมรับตรง ๆ ว่า ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะโดนหักค่าธรรมเนียมเยอะขนาดนี้ จนอาจทำให้ตั้งราคาขายผิด ประกอบกับตัวเองให้ส่วนลดลูกค้าเยอะด้วย เลยทำให้แทบไม่ได้อะไรจากการไลฟ์เลย
- เรื่องนี้เอาเข้าจริง ๆ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า ถ้าจะขายของบน TikTok Shop หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เราต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่าจะต้องโดนหักค่าธรรมเนียมจากยอดขายอยู่แล้ว
โดยถ้าเรากางกฎของ TikTok Shop มาดูจะเห็นได้เลยว่าตอนนี้ เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมพื้นฐานทั้งหมด 4 ตัว
แล้วค่าธรรมเนียมที่ว่า มีอะไรบ้าง ? มาดูกันทีละตัว
โดยในโพสต์นี้ MarketThink จะขอยกตัวอย่างผ่านเคสที่ว่า ถ้าเราไลฟ์สดขายทุเรียนบน TikTok Shop
แล้วขายออร์เดอร์ละ 100 บาท (เป็นตัวเลขที่สมมติขึ้นมา เพื่อให้เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ได้แบบเข้าใจง่าย ๆ)
ในกรณีที่เราเป็นร้าน Non-Mall ถ้าไม่ได้ให้ส่วนลดลูกค้าเลย และลูกค้าใช้โคดส่งฟรีเต็มจำนวน
ทำให้มียอดชำระสุทธิอยู่ที่ 100 บาท เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมเบื้องต้นทั้งหมด
1. ค่าคอมมิชชัน ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 8.56% = 8.56 บาท
2. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 3.21% = 3.21 บาท
3. ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า
ซึ่งทุเรียน อยู่ในหมวดสินค้านอกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ที่ 8.03% (ไม่เกิน 199 บาท/คำสั่งซื้อ) = 8.03 บาท
4. ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม ในกรณีที่ร้านมียอดขายมากกว่า 100 คำสั่งซื้อ/เดือน = 1.07 บาท/คำสั่งซื้อ
ซึ่งต้องหมายเหตุว่า อัตราค่าธรรมเนียมเหล่านี้ รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
- สรุปแล้ว เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมเบื้องต้นทั้งหมด 8.56 + 3.21 + 8.03 + 1.07 = 20.87 บาท
หมายความว่าถ้าเราตั้งราคาขายทุเรียนอยู่ที่ 100 บาท เราจะได้รับเงิน 100 - 20.87 = 79.13 บาทนั่นเอง
จะเห็นได้ว่า ค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นเพียงค่าธรรมเนียมเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่รวมส่วนลดหรือค่า Affiliate ที่แล้วแต่เราจะเลือกใช้เพื่อส่งเสริมการขาย เราก็โดนหักไปแล้ว 20.87%
ดังนั้น ถ้าเราไม่ตั้งราคาขายให้ดี หรือคำนวณส่วนลดลูกค้าให้แม่น เราก็อาจจะเสี่ยงที่จะไลฟ์แล้วไม่คุ้มเหนื่อย เหมือนเคสของคุณแพรรี่ได้ง่าย ๆ
- ทีนี้ วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นทำอย่างไร ?

คุณแพรรี่ได้แชร์มุมมองไว้ว่าด้วยโครงสร้างแบบนี้ถ้าอยากอยู่รอด คนขายอาจต้องเริ่มตั้งแต่ “การเลือกสินค้า” มาขาย
โดยสินค้าที่เหมาะเอามาไลฟ์ขายบนแพลตฟอร์มแนวนี้ อาจจะต้องเล็งสินค้าที่มี “อัตรากำไรสูง” ไว้ก่อน เช่น เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง และสกินแคร์
เพราะอย่างน้อยด้วย Margin ที่สูงตามธรรมชาติของสินค้าเหล่านี้ จะช่วยให้หลังจากหักค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มแล้ว คนขายก็น่าจะยังพอเหลือกำไรให้คุ้มเหนื่อยอยู่บ้าง
แต่ในเคสของคุณแพรรี่ที่เน้นขายทุเรียนคุณภาพสูง และยังมีการรับประกันเปลี่ยนสินค้าคืนให้ลูกค้า ในกรณีที่เจอทุเรียนที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน
ทำให้ต้นทุนที่รับมาขายนั้นค่อนข้างสูง การเอามาไลฟ์บน TikTok Shop หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่หักค่าธรรมเนียมเยอะอาจจะไม่เหมาะ
ซึ่งวิธีเบื้องต้นที่คุณแพรรี่ใช้แก้ปัญหาคือ คิดว่าหลังจากนี้อาจย้ายแพลตฟอร์มไปหาแพลตฟอร์มที่ค่าธรรมเนียมถูกลงมา เช่น Facebook
และอาจจะเปลี่ยนวิธีการไลฟ์เป็น “การไลฟ์แบบบ้าน ๆ”
คือการโชว์สินค้าให้ลูกค้าดูในไลฟ์ แล้วให้ลูกค้าพิมพ์ข้อความสั่งซื้อในช่องคอมเมนต์ เหมือนในยุคที่เราให้ลูกค้าพิมพ์คำสั่งซื้อผ่านแชต
ทำให้เราขายของได้โดยไม่ต้องผ่านหลังบ้านของแพลตฟอร์มนั่นเอง..
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.