
อธิบาย โมเดลธุรกิจ MCN เอเจนซีช่วยปั้นเป็น “ดาว TikTok” ตั้งแต่เริ่มจนดัง ฮิตมากที่จีน
26 พ.ค. 2026
ถ้าใครชอบดู TikTok น่าจะเห็นว่าคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยม มีอยู่หลายประเภท ทั้งตลก สาระ ความรู้ แต่ที่กำลังได้รับความนิยม และได้รับ Engagement ดีสุด ๆ ในช่วงนี้ก็คือ คอนเทนต์ดรามา เรียกความสงสารจากคนดู
ถ้ามองกันแบบผิวเผิน หลายคนน่าจะคิดว่า คอนเทนต์แบบนี้ก็คงเป็นคอนเทนต์ “ออร์แกนิก” ที่ครีเอเตอร์เจ้าของช่อง ตั้งใจนำเสนอเรื่องราวของตัวเองออกมาให้คนอื่นได้ดูกัน
จริง ๆ แล้ว ในโลกของการทำคอนเทนต์ ยังมีอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นคอนเทนต์ที่ผ่านการคิดมาอย่างละเอียด จากเอเจนซีที่เป็นเหมือนนายหน้า คอยจ้างครีเอเตอร์ให้เป็นนักแสดง ทำคอนเทนต์ให้กับตัวเองโดยเฉพาะ
ซึ่งโมเดลธุรกิจแบบนี้ ไม่ได้เพิ่งมีแค่ในประเทศไทย แต่มีมานานแล้วในประเทศจีน และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
โมเดลธุรกิจแบบนี้เรียกว่า “Multi-Channel Network” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า MCN
แล้วโมเดลธุรกิจ MCN น่าสนใจอย่างไร ทำรายได้จากไหนบ้าง ? MarketThink สรุปมาให้ในโพสต์นี้
MCN เป็นโมเดลธุรกิจที่เป็นเหมือน “เอเจนซี” หรือเครือข่ายบริหารจัดการ คอยดูแลครีเอเตอร์, KOL, KOC, อินฟลูเอนเซอร์ และผลิตคอนเทนต์แบบครบวงจร หรือเทียบง่าย ๆ ครีเอเตอร์ ก็จะมีสถานะคล้ายกับ “นักแสดง” ในสังกัดของเอเจนซีนั่นเอง
สำหรับในประเทศจีน จะเริ่มตั้งแต่การมองหาครีเอเตอร์หน้าใหม่ ๆ และดูแลไปจนถึงจุดที่ทำรายได้ได้ โดยมีกระบวนการหลัก ๆ ได้แก่
- การค้นหาครีเอเตอร์ และปั้นให้เป็นดาว โดยจะมีทีมแมวมองหาคนที่มีศักยภาพ อาจจะเป็นคนธรรมดา หรือเริ่มทำช่องบนโลกออนไลน์มาแล้วดูมีคาแรกเตอร์โดดเด่น ก็จะชวนเซ็นสัญญา
- มีการช่วยวางหรือกำหนดโครงเรื่องของคอนเทนต์ เขียนสคริปต์ และถ่ายทำ
- ช่วยจัดการหาสปอนเซอร์ โฆษณา
- ออกสินค้ามาให้ครีเอเตอร์ช่วยโปรโมตและโฆษณา
ในประเทศจีน รูปแบบการทำคอนเทนต์ของครีเอเตอร์จะหลากหลายมาก มีทั้งทำคลิปสั้นทั่ว ๆ ไป, ไลฟ์สดทั้งบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการเป็น Brand Partnership กับแบรนด์ต่าง ๆ
แต่สำหรับประเทศไทย รูปแบบที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ก็น่าจะเป็นการทำคลิปสั้น โดยเฉพาะคอนเทนต์ประเภทดรามา ที่กระตุ้นอารมณ์คนดู และสร้างอารมณ์ร่วมได้ ทำให้คอนเทนต์เป็นไวรัลได้ง่าย
ที่สำคัญในแง่ของการขายของ คอนเทนต์ดรามา ยังกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
แล้วโมเดลธุรกิจแบบ MCN ทำรายได้อย่างไร ?
ในประเทศจีน ส่วนใหญ่จะเน้นการทำ Live Commerce หรือไลฟ์ขายของเป็นหลัก ดังนั้นรายได้ก็จะมาจากตรงส่วนนี้เป็นหลัก ทั้งค่าสล็อตวางสินค้า หรือค่าคอมมิชชันที่เป็นส่วนแบ่งจากยอดขาย
แต่นอกเหนือจากไลฟ์สดแล้ว รายได้ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น
- รายได้จากการโฆษณาและสปอนเซอร์ เช่น การรับรีวิวสินค้า หรือ Tie-In สินค้าในคลิปสั้น
- รายได้จากแพลตฟอร์ม ทั้งเงินที่ได้จากส่วนค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์ม หรือของขวัญที่ได้จากการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม
- รายได้จากแพลตฟอร์ม ทั้งเงินที่ได้จากส่วนค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์ม หรือของขวัญที่ได้จากการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม
ส่วนครีเอเตอร์ที่เริ่มมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น
MCN ก็อาจจะเริ่มผลิตสินค้าของตัวเองมาให้ครีเอเตอร์โปรโมต และวางขาย ซึ่งในกรณีแบบนี้จะได้ Margin ดีกว่ารูปแบบอื่น ๆ เพราะไม่ต้องแบ่งกำไรให้แบรนด์อื่น
MCN ก็อาจจะเริ่มผลิตสินค้าของตัวเองมาให้ครีเอเตอร์โปรโมต และวางขาย ซึ่งในกรณีแบบนี้จะได้ Margin ดีกว่ารูปแบบอื่น ๆ เพราะไม่ต้องแบ่งกำไรให้แบรนด์อื่น
โดยรายได้ทั้งหมดนี้ ก็จะมีการแบ่งกันระหว่าง MCN และครีเอเตอร์ ตามที่ตกลงกันในสัญญา ทั้งการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตามสัดส่วน หรือจะจ่ายเป็นรายเดือน
ในประเทศจีน มีการแบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับครีเอเตอร์ที่หลากหลาย เช่น เอเจนซีหัก 70% และให้รายได้กับครีเอเตอร์ 30%
ทีนี้ถ้าเจาะมาแค่ที่ไทย อย่างที่บอกว่าคอนเทนต์ส่วนใหญ่จะเน้นแนวดรามา เพราะเป็นไวรัลได้ง่าย
ดังนั้นเฟรมเวิร์กหลัก ๆ ที่เรามักจะเห็นกัน เช่น
ดังนั้นเฟรมเวิร์กหลัก ๆ ที่เรามักจะเห็นกัน เช่น
1. ทำคอนเทนต์ที่กระตุ้น และสร้างอารมณ์ร่วม
สิ่งที่กระตุ้นและสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี ก็อย่างเช่น ความน่าสงสาร ความเศร้า ดรามา ความโกรธ หรือความไม่ยุติธรรม
สิ่งที่กระตุ้นและสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี ก็อย่างเช่น ความน่าสงสาร ความเศร้า ดรามา ความโกรธ หรือความไม่ยุติธรรม
2. นำเสนอผ่านตัวละครที่เข้าถึงได้ง่าย
ซึ่งตัวละครที่ว่านี้ก็คือครีเอเตอร์นั่นเอง โดยมักกำหนด Persona ให้เข้าถึงง่าย และมีประสบการณ์ร่วมกันกับคนดู เพื่อ Hook ให้คนดูอินตามอย่างรวดเร็ว
ซึ่งตัวละครที่ว่านี้ก็คือครีเอเตอร์นั่นเอง โดยมักกำหนด Persona ให้เข้าถึงง่าย และมีประสบการณ์ร่วมกันกับคนดู เพื่อ Hook ให้คนดูอินตามอย่างรวดเร็ว
3. สร้างจุดพีกของคอนเทนต์
ทำให้คนดูเกิดอารมณ์ร่วมระหว่างดูคอนเทนต์ให้ได้มากที่สุด เช่น รู้สึกสะใจ โกรธ สะเทือนใจ สงสาร เห็นใจ หรืออยากช่วยเหลือ
ทำให้คนดูเกิดอารมณ์ร่วมระหว่างดูคอนเทนต์ให้ได้มากที่สุด เช่น รู้สึกสะใจ โกรธ สะเทือนใจ สงสาร เห็นใจ หรืออยากช่วยเหลือ
4. ต่อยอดเอนเกจ สู่การสร้างรายได้
หลังจากนั้นเมื่อผ่านจุดพีกมาแล้วก็จะทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้เกิดเอนเกจจำนวนมาก ทั้งไลก์ แชร์ และคอมเมนต์
หลังจากนั้นเมื่อผ่านจุดพีกมาแล้วก็จะทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้เกิดเอนเกจจำนวนมาก ทั้งไลก์ แชร์ และคอมเมนต์
ซึ่งวิธีการทำคอนเทนต์เหล่านี้ สามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างรายได้ให้กับเอเจนซีได้ ทั้งการขายสปอนเซอร์ ขายการ Tie-In สินค้า หรือแม้แต่การปักตะกร้า ที่ทำให้คนดูตัดสินใจซื้อโดยใช้อารมณ์เหนือเหตุผล (Impulsive Buying)
ทั้งหมดนี้ก็คือ โมเดลธุรกิจ MCN ที่มีเอเจนซีคอยดูแลครีเอเตอร์ ให้ทำคอนเทนต์บน TikTok แบบครบวงจร
และอาจจะอยู่เบื้องหลังหลายคอนเทนต์ที่เราดูอยู่ทุกวัน โดยไม่รู้ตัว..