สรุป 4 เทรนด์ทำธุรกิจยุคนี้ จากผู้บริหาร Bar B Q Plaza “สินค้าต้องคุ้มเงิน ลูกค้าถึงยอมจ่าย”

สรุป 4 เทรนด์ทำธุรกิจยุคนี้ จากผู้บริหาร Bar B Q Plaza “สินค้าต้องคุ้มเงิน ลูกค้าถึงยอมจ่าย”

5 มิ.ย. 2026
เจ้าของ Bar B Q Plaza หรือบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับอินไซต์ต่าง ๆ ของลูกค้าร้าน Bar B Q Plaza ว่า ปีที่ผ่านมา ลูกค้าชอบอะไร มีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง
ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะกับคนทำธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจอื่น ๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน
แล้วจะมีเทรนด์และการตลาดอะไรน่าสนใจบ้าง ? MarketThink สรุปให้ในโพสต์เดียว
1. คนทำธุรกิจยุคนี้ โดยเฉพาะร้านอาหาร ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึก “Value of Money” ให้ได้
ยกตัวอย่างธุรกิจที่เห็นได้ชัด เช่น สงครามร้านสุกี้ ชาบู ที่แข่งกันอัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม ในช่วงที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ ว่า ตอนนี้ลูกค้าเลือกที่จะเข้าร้านที่รู้สึก “คุ้มค่าที่สุด”
ซึ่งความคุ้มค่าตรงนี้ เป็นโจทย์ที่คนทำธุรกิจและร้านอาหาร ต้องนำเสนอลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำราคาขายให้ถูกลง หรือส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
สำหรับ Bar B Q Plaza ก็มีการปรับเปลี่ยนเมนูของทางร้านให้ดูคุ้มค่าขึ้นเช่นกัน
โดยเมนูไหน ที่สามารถปรับราคาลดลงมาได้ ก็จะมีการปรับลด แต่เมนูไหนที่ปรับไม่ได้ จากต้นทุนที่สูง ก็จะมีการปรับ Portion ที่เสิร์ฟให้เล็กลงแทน
หรือไม่ก็หาทางลดต้นทุนทางอื่น เช่น การเปลี่ยนชนิดน้ำมันรถที่ใช้ขนส่งวัตถุดิบ ให้เป็นชนิดที่ถูกลง แล้วค่อยเอาส่วนต่างที่ประหยัดได้ มาลดราคาให้ลูกค้าแทน
2. ยุคนี้ต้องเป็นเทรนด์ “One Size Fits One” ไม่ใช่ “One Size Fits All”
ก่อนหน้านี้ ถ้าร้านอาหารอยากโต จะชอบใช้ท่าขยายสาขารัว ๆ ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะเวิร์ก
แต่ตอนนี้ Bar B Q Plaza มีอินไซต์ว่า พฤติกรรมของลูกค้า “ไม่จำเป็นต้อง 1 คน 1 Persona เท่านั้น” เพราะต่อให้เป็นลูกค้าคนเดียวกัน แต่แค่เปลี่ยนบริบท Persona ของลูกค้าก็เปลี่ยนได้แล้ว
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ลูกค้าคนเดียวกัน
ในตอนกลางวันที่ลูกค้าใช้เวลาอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าคนนั้นอาจจะต้องการมื้ออาหารเร็ว ๆ ง่าย ๆ
แต่พอเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ลูกค้าใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ความต้องการอาจจะเปลี่ยนไป เป็นร้านอาหารพรีเมียม ที่เน้นประสบการณ์มากขึ้น
ทำให้ร้านแค่โมเดลเดียวอาจจะไม่พอแล้ว ที่จะตามความต้องการของลูกค้าได้
ซึ่งตรงนี้จะเป็นหน้าที่ของฝั่งแบรนด์ ที่ต้องอ่านให้ออกว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วตอบสนองให้ทัน
เป็นสาเหตุที่ว่า ทำไม Bar B Q Plaza ถึงต้องมีโมเดลร้านอยู่ 4 แบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุดในตอนนี้ ได้แก่
- โมเดล Beyond เน้นกลุ่มครอบครัวใหญ่ ใช้พื้นที่เยอะ และมีเมนูพรีเมียมที่สาขาปกติไม่มี
- โมเดล Easy เน้นคนทำงานออฟฟิศที่ต้องการความรวดเร็ว และมื้ออาหารง่าย ๆ ทำให้สาขาแบบนี้จะมีที่นั่งสำหรับทานคนเดียว
- โมเดล Smart เป็นโมเดลร้านขนาดเล็กที่สุดของแบรนด์ เพื่อให้แบรนด์สามารถขยายตัวไปตามคอมมิวนิตีมอลล์ หรือชุมชนใกล้บ้านของลูกค้าให้มากที่สุด
- โมเดล Late Night เป็นโมเดลปิดดึกของ Bar B Q Plaza เน้นตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบทานอาหารดึก ๆ โดยโมเดลนี้จะมี “บุฟเฟต์” ในราคา 459 บาทให้บริการด้วย

3. SOP สำหรับงานบริการ อาจจะไม่สำคัญเท่า “เสียงของลูกค้า”
Bar B Q Plaza มองว่า การใช้ SOP มากำหนดขั้นตอนต่าง ๆ ในงานบริการของแต่ละสาขาให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันนั้นสำคัญก็จริง
แต่ถ้าอยากให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดีจริง ๆ ในมุมของงานบริการอาจจะต้องเสริม “ความเข้าใจลูกค้า” เข้าไปด้วย
ซึ่งทาง Bar B Q Plaza ได้มีการสอนพนักงานในร้านให้มีแนวคิดแบบนี้ทุกคน พนักงานในแต่ละสาขาเลยเต็มใจทำตามความต้องการของลูกค้าที่อาจจะนอกเหนือจาก SOP ของร้าน
และด้วยแนวทางแบบนี้ เลยทำให้เราเห็นว่า Bar B Q Plaza จะมี “มุมสุขใจ” ที่จะมีที่คลุมผม, หนังยาง, เก้าอี้เด็ก ให้ลูกค้าเลือกหยิบได้ตามใจชอบในแต่ละสาขา
ซึ่งมุมสุขใจตรงนี้ พัฒนามาจากพนักงานในร้านที่เห็นว่า ลูกค้ามาทานปิ้งย่างแล้วเจอ Pain Point อะไรบ้าง เช่น หัวเหม็น, เด็กนั่งไม่ได้ เพราะส่วนสูงน้อยกว่าโต๊ะ และกลิ่นติดเสื้อผ้า
ไอเดียตรงนี้ก็จะถูกเอาไปปรับใช้ใน Bar B Q Plaza ทุกสาขานั่นเอง
4. ทำร้านอาหาร ควรออกแบบเมนูให้ตอบโจทย์ทุกคนบนโต๊ะอาหารได้
ก่อนหน้านี้ Bar B Q Plaza จะเน้นไปที่ “เมนูหมู”
แต่ในวันนี้มีอินไซต์ว่าลูกค้า 100 คนที่มาทานอาหารจะสั่งเมนูเนื้อ 20-30 คน รวมถึงฟีดแบ็กจากเมนูซีฟูดของแบรนด์ก็ค่อนข้างดี
หมายความว่า แนวทางที่เน้นเมนูหมูอย่างเดียว ไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกคนใน
โต๊ะอาหารได้อีกต่อไป
Bar B Q Plaza จึงต้องเพิ่มวัตถุดิบพรีเมียมทางฝั่งเนื้อและซีฟูดเข้ามาในไลน์เมนูด้วย เช่น
- ชุดพรีเมียมวากิวที่เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มเนื้อย่างยากินิกุ
- ชุดซูเปอร์ซีฟูดกุ้งจัมโบที่เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟูด
- เมนูแซลมอนเกรดซาชิมิ เมนูทานเล่น และขนมหวานต่าง ๆ
พอเป็นแบบนี้ ก็จะช่วยให้ลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มที่มีความต้องการหลากหลายผสมกัน บางคนอาจจะชอบทานเนื้อ บางคนชอบทานซีฟูด จะตัดสินใจเดินเข้าร้านง่ายขึ้นนั่นเอง
มาถึงตรงนี้ เรามาดูผลประกอบการของ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของร้าน Bar B Q Plaza กันบ้างว่าเป็นอย่างไร
ปี 2566 รายได้ 3,655 ล้านบาท ขาดทุน 26 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 3,688 ล้านบาท กำไร 246 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 3,588 ล้านบาท กำไร 129 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า แม้กำไรของทางร้านจะลดลงพอสมควร แต่ก็มาจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด Self-Cooking เช่น ชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง ในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งส่วนใหญ่เจ็บกันหมด โดยเฉพาะผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ ที่สู้เรื่องต้นทุนกับแบรนด์ใหญ่ได้ยาก ซึ่งโดนกันหนักมาก
แต่ทางผู้บริหาร Bar B Q Plaza ก็บอกว่า ปีนี้สถานการณ์เริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว
โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ผลประกอบการของ Bar B Q Plaza ดีขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2568
และในปีนี้ก็ได้ตั้งเป้าว่า จะมีรายได้ 3,900 ล้านบาท และจะขยายสาขาให้ครบ 160 สาขา
___________________________________
อ้างอิง :
- ข่าวประชาสัมพันธ์ Bar B Q Plaza
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.