กรณีศึกษา LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% พร้อมอัดฉีด 400 ล้าน ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤติ

กรณีศึกษา LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% พร้อมอัดฉีด 400 ล้าน ช่วยร้านอาหารฝ่าวิกฤติ

9 มิ.ย. 2026
ช่วงที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความท้าทาย หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ร้านอาหาร” ที่ต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และต้องหาทางดึงดูดลูกค้าไปพร้อม ๆ กัน
แต่ล่าสุด ในวงการฟูดดิลิเวอรี เมื่อแพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทยอย่าง LINE MAN ประกาศทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท
เพื่อช่วยเหลือร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคกว่า 4 เดือนเต็ม ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? 
MarketThink สรุปประเด็นที่น่าสนใจมาให้แล้วในบทความนี้
1. LINE MAN หั่นค่า GP ต่ำสุด เหลือแค่ 10%
ค่า GP คือหนึ่งในต้นทุนสำคัญของการขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันดิลิเวอรี แต่ LINE MAN จัดหนักลดค่า GP แบบพิเศษสุด ๆ ให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) 
ซึ่งการลดค่า GP ระดับนี้ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเพิ่มกำไรต่อจานให้กับร้านอาหารอย่างเห็นได้ชัด โดยรายละเอียดการลดค่า GP มีดังนี้
- ลดเหลือ 10% ทันที สำหรับร้านอาหารที่กดสมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 วันเดียวเท่านั้น
- ลดเหลือ 15% สำหรับร้านอาหารที่สมัครตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปจนจบโครงการ
2. ร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จะได้เครื่องมือการตลาดสนับสนุนธุรกิจแบบ Full Option
งบ 400 ล้านบาท ที่ LINE MAN อัดฉีดจะถูกแปลงร่างเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้ร้านค้าเอาไปใช้สู้ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น
- เข้าร่วมแคมเปญโค้ดเดือดฟรี 30 วัน
- แจกคูปองเร่งยอดขายให้ร้านละ 5,000 บาท
- ให้เครดิตโฆษณาสูงสุด 1,200 บาท
- สนับสนุนโค้ดส่วนลดสำหรับลูกค้าให้อีก 5,000 บาท
- ช่วยทำสื่อโฆษณาหน้าร้านรวมกว่า 32,000 สิทธิ์
- มอบส่วนลดระบบจัดการร้าน Wongnai POS สูงสุด 10,000 บาท
และที่แก้ Pain Point ให้คนทำธุรกิจได้อย่างตรงจุดก็คือ “ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินออกทุกวัน แบบไม่มีขั้นต่ำตลอดแคมเปญ” รวมถึงการเข้าถึงวงเงินกู้เพื่อร้านค้าผ่าน Powered by LINE BK เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้อีกทาง 
3. แล้วทำไม ร้านอาหารถึงควรสมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กับ LINE MAN ?
นั่นก็เพราะ ร้านค้ากว่า 65% ในหมวดฟูดดิลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ตัดสินใจเลือก LINE MAN เป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในตลาด ในช่วงโครงการคนละครึ่งเฟส 4 และเฟส 5 เมื่อปี 2564-2565 โดยร้านค้าเหล่านั้นสามารถสร้างยอดขายบนแพลตฟอร์มได้กว่า 63% ของยอดขายรวมในตลาดฟูดดิลิเวอรี 
นั่นเท่ากับว่าฐานลูกค้าสัดส่วนใหญ่ ๆ อยู่บน LINE MAN ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าว่าเลือก LINE MAN มีลูกค้ารออยู่ ขายได้แน่นอน การันตีด้วยความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งที่สร้างระบบเชื่อมร้านและผู้บริโภคได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในช่วงปลายปี 2568 กับทาง LINE MAN ก่อนหน้านี้ ยังสามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้ถึง 22% เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ 30% และดันมูลค่าต่อบิลให้โตขึ้นอีก 15%
ซึ่งอินไซต์นี้สะท้อนว่า เครือข่ายผู้ใช้งานและเครื่องมือทางการตลาดของแพลตฟอร์มนี้ สามารถดึงยอดขายให้ร้านค้าได้จริง
4. ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่ไรเดอร์และผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์
ในฝั่งของลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ในโครงการนี้ LINE MAN ก็ได้เตรียมโปรโมชันมาให้เช่นกัน ทั้งส่วนลดค่าอาหาร, สิทธิ์ส่งฟรี และคูปองส่วนลดสำหรับสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน
ซึ่งเมื่อลูกค้าสั่งซื้ออาหารเพิ่มขึ้นเพราะโปรโมชัน ไรเดอร์ก็จะมีรายได้จากการวิ่งงานเพิ่มขึ้น และเกิดเป็น Ecosystem ที่ Win-Win กันทุกฝ่ายนั่นเอง
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ เตรียมตัวให้พร้อม วันที่ 10 มิถุนายนนี้ สามารถเข้าไปเลือกแอปพลิเคชัน LINE MAN ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้เลย 
โดยสามารถดูรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-60-40-merchant
#LINEMAN
#ไทยช่วยไทยพลัส
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.