
HOTPOT MAN โตแรง ปีที่แล้ว รายได้ 468 ล้าน สวนกระแสหม่าล่าดร็อป ชาบูบุฟเฟต์ แข่งกันลดราคา
12 มิ.ย. 2026
ช่วงที่ผ่านมาตลาดสุกี้ ชาบู ในไทยแข่งกันเรื่องราคามาก ทั้งสุกี้ตี๋น้อย, ลัคกี้ สุกี้ หรือ โบนัส สุกี้ ที่ต่างดึงลูกค้าด้วยโปรโมชันลด แลก แจก แถม
แต่มีเจ้าหนึ่งคือ “HOTPOT MAN” ร้านบุฟเฟต์ชาบูหม่าล่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา กลับโตอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาแบรนด์แทบจะไม่ทำโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม อะไรเลย..
ผลประกอบการของบริษัท ฮอตพอตแมน กรุ๊ป จำกัด เจ้าของร้าน HOTPOT MAN
ปี 2566 รายได้ 80 ล้านบาท กำไร 1 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 245 ล้านบาท กำไร 9 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 468 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 245 ล้านบาท กำไร 9 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 468 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า รายได้ของ HOTPOT MAN โตขึ้น 91% และกำไรโตขึ้น 144% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา สำหรับตลาดที่แข่งกันดุเดือดขนาดนี้
ทีนี้ถ้าลองวิเคราะห์ว่า ทำไม HOTPOT MAN ถึงโตขนาดนี้ ? สาเหตุน่าจะมาจากกลยุทธ์ 3 ข้อ ได้แก่
1. วาง Brand Positioning ให้แตกต่างจากคู่แข่งตั้งแต่เริ่ม
แม้ HOTPOT MAN จะเป็นร้านบุฟเฟต์ชาบูที่ในตลาดมีคู่แข่งเยอะ
แต่แบรนด์วางตัวเองเป็นร้านเฉพาะทางให้เป็น “หม่าล่าหม้อไฟ” เสิร์ฟวัตถุดิบสไตล์จีน ๆ อย่างพวกไส้เป็ด และน้ำจิ้มงา
ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่ในตลาด จะวางตัวเองเป็นร้านบุฟเฟต์ชาบู ที่เสิร์ฟวัตถุดิบแบบกว้าง ๆ เน้นความหลากหลายกันมากกว่า ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นร้านสไตล์จีน
ทำให้คนที่อยากกินหม่าล่าหม้อไฟสไตล์จีนจ๋า ๆ แต่จัดเต็มแบบบุฟเฟต์ จะนึกถึง HOTPOT MAN เป็นตัวเลือกแรก ๆ
2. เรื่องการบริการ
เรื่องที่คนชม HOTPOT MAN เยอะมากคือ “การบริการ”
โดยถ้าเราไปใช้บริการร้าน HOTPOT MAN เราแค่นั่งเฉย ๆ พนักงานจะเดินมาเสิร์ฟอาหารให้แทบทุกอย่าง แบบแทบไม่ต้องลุกจากโต๊ะ
โดยถ้าเราไปใช้บริการร้าน HOTPOT MAN เราแค่นั่งเฉย ๆ พนักงานจะเดินมาเสิร์ฟอาหารให้แทบทุกอย่าง แบบแทบไม่ต้องลุกจากโต๊ะ
หรือถ้าต้องการอะไร พนักงานก็จะรีบเอามาให้ มาช่วยเหลือแบบไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง
แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ถือว่าสามารถแก้ Pain Point ของการทานบุฟเฟต์ ที่หลายร้านชอบให้เราลุกไปตักอาหารเองได้พอสมควร
3. HOTPOT MAN อยู่ในกระแสเรื่อย ๆ ด้วยคอนเทนต์ออร์แกนิก
HOTPOT MAN เน้นสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น TikTok และ Facebook เป็นหลัก
โดยคนทำคลิปก็คือ “ตัวเจ้าของร้านเอง”
นั่นก็คือ คุณเจและคุณยุ้ย ผ่าน TikTok ชื่อบัญชีว่า jayandyui มีผู้ติดตาม 1,000,000 คน มียอดคนกดไลก์คลิปรวมกัน 141 ล้านครั้ง
นั่นก็คือ คุณเจและคุณยุ้ย ผ่าน TikTok ชื่อบัญชีว่า jayandyui มีผู้ติดตาม 1,000,000 คน มียอดคนกดไลก์คลิปรวมกัน 141 ล้านครั้ง
และบัญชีของร้านชื่อว่า hotpotman26 มีผู้ติดตาม 257,000 คน มียอดคนกดไลก์คลิปรวมกัน 22.5 ล้านครั้ง
สำหรับแนวทางการทำคอนเทนต์คือไม่ได้ขายของเยอะ แต่จะเน้นถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจำวันว่า เจ้าของร้าน HOTPOT MAN แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง
ตั้งแต่เจอลูกค้าร้องเรียน, ตั้งร้านผิดทำเลจนต้องย้ายร้าน, ที่ฟังดูแล้วจริงใจและเข้าถึงง่าย เกิดเป็นคลิปแมสจำนวนมาก
ซึ่งคนก็เห็นร้าน HOTPOT MAN จากคลิปเหล่านี้ และแห่กันมาอุดหนุน
ทำให้คนไม่ลืม HOTPOT MAN อยู่ในกระแสได้เรื่อย ๆ โดยที่แบรนด์ไม่ต้องพึ่งโฆษณาเลยนั่นเอง
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ตอนนี้ HOTPOT MAN มีหน้าร้านทั้งหมด 11 สาขา โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 - 02.00 น.
ยกเว้นสาขาโคราชเปิด 11.00 - 24.00 น.
ยกเว้นสาขาโคราชเปิด 11.00 - 24.00 น.
ซึ่งถ้าเอารายได้ 468 ล้านบาทมาหารเฉลี่ยแล้ว
จะเท่ากับว่าร้าน HOTPOT MAN 1 สาขา สามารถทำรายได้ต่อปีได้ถึง 42.5 ล้านบาทเลยทีเดียว..
Tag:HOTPOT MAN