เจ้าของแบรนด์มัทฉะ Peace และ Mini ปีที่แล้ว ทำรายได้ 427 ล้าน โต 138% จากกระแสมัทฉะฟีเวอร์

เจ้าของแบรนด์มัทฉะ Peace และ Mini ปีที่แล้ว ทำรายได้ 427 ล้าน โต 138% จากกระแสมัทฉะฟีเวอร์

8 มิ.ย. 2026
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในเทรนด์มาแรงของปีที่แล้วก็คือ “มัทฉะ” ที่หลายคนหันมาดื่มหรือชงดื่มเองกันมากขึ้น
จนสร้างปรากฏการณ์หลายอย่าง เกิดแบรนด์หน้าใหม่ รวมถึงผงมัทฉะที่หลายแบรนด์เปิดขาย ไม่กี่วินาทีก็ Sold Out อย่างรวดเร็ว
ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่มาแรงและถูกพูดถึงเยอะมากก็คือ Peace 和 Oriental Teahouse และ Mini ミニ oriental speedbar
ที่น่าสนใจคือ จากกระแสมัทฉะฟีเวอร์ ทำให้บริษัทเจ้าของทั้ง 2 แบรนด์ โตขึ้นอย่างมาก
ผลประกอบการ บริษัท พีซ โอเรียนทัล ทีเฮ้าส์ จำกัด
ปี 2566 รายได้ 110 ล้านบาท กำไร 1.5 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 179 ล้านบาท กำไร 14 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 427 ล้านบาท กำไร 45 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า ปีที่ผ่านมา รายได้โตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 138% เลยทีเดียว..
ทีนี้ถ้าถามว่า นอกจากกระแสมัทฉะฟีเวอร์
เรายังเห็นกลยุทธ์การตลาดอะไร ของเจ้าของ 2 แบรนด์นี้กันบ้าง ?
1. การทำ Market Segmentation
หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้แบรนด์เติบโต สร้างรายได้ได้มากขึ้น นอกจากการออก Product ใหม่ ๆ แล้ว ก็คือ การสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่
แต่คำถามก็คือ แล้วจะทำอย่างไรให้แบรนด์ใหม่ ต่างจากแบรนด์เดิม ?
สำหรับ Peace 和 Oriental Teahouse ก็คือการแตกแบรนด์ใหม่อย่าง Mini ミニ oriental speedbar
ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 แบรนด์นี้ก็คือ
- Peace 和 Oriental Teahouse จะเป็นแบรนด์ที่เจาะลูกค้ากลุ่ม Premium
ร้านชาตะวันออกที่เสิร์ฟทั้งมัทฉะ โฮจิฉะ และชาหายากจากแหล่งต่าง ๆ ในเอเชีย เน้นการชงชาแบบพิธีการ เน้นขายประสบการณ์ ความประณีต และมีพื้นที่สำหรับการดื่มด่ำ ราคาเริ่มต้น 145 บาท
- Mini ミニ oriental speedbar จะเป็นแบรนด์ที่เจาะลูกค้ากลุ่ม Mass
เป็นแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่ของตลาด โดยเน้นความ “รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และดื่มได้ทุกวัน” จับกลุ่มคนทำงาน วัยรุ่น และตลาดดิลิเวอรี
ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 65 บาท ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าในระดับ Mass ได้กว้างขึ้น
นอกจากนี้ก็ยังมี 手 qraft. ร้านขนมและเครื่องดื่ม แนวมินิมัล ที่วางขายเมนูที่ไม่มีในร้าน Peace 和 Oriental Teahouse เช่น ครัวซองต์ และชานมไข่มุก
2. จับเทรนด์ Home Café
แทนที่จะขายแค่เครื่องดื่มหน้าร้าน แบรนด์มองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากกระแสมัทฉะฟีเวอร์ ที่คนหันมาชงดื่มเองที่บ้านมากขึ้น
ทั้ง Peace 和 Oriental Teahouse และ Mini ミニ oriental speedbar จึงได้มีการขายผงมัทฉะจากญี่ปุ่น ที่ใช้ในร้าน มาวางขายด้วย
ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า แม้ไม่ได้มาดื่มที่ร้านก็ตาม
ซึ่งผงมัทฉะของทั้ง 2 แบรนด์ก็ถือว่าขายดีมาก ๆ เพราะไม่ว่าจะวางขายกี่รอบ ทั้งหน้าร้านและบนออนไลน์ ก็สร้างปรากฏการณ์ Sold Out ในไม่กี่วินาที..
ปรากฏการณ์แบบนี้ก็ยิ่งเป็น Scarcity Marketing ที่ทำให้คนยิ่ง FOMO คือยิ่งกดซื้อเพื่อตุนสินค้าไว้ก่อน เผื่อหาไม่ได้ในอนาคต
และยิ่งหาซื้อยาก ก็ยิ่งทำให้สินค้ามีมูลค่าสูงขึ้นในสายตาของลูกค้าด้วยนั่นเอง
สุดท้ายนี้ ในยุคที่ใคร ๆ ก็กระโดดเข้ามาทำร้านมัทฉะ
แต่อีกหนึ่งข้อได้เปรียบของ Peace 和 Oriental Teahouse ก็คือ การเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่บุกเบิกตลาดมัทฉะในไทย
จึงทำให้เวลาที่เราอยากดื่มมัทฉะ ก็มี Peace 和 Oriental Teahouse เป็นตัวเลือกแรก ๆ
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.