
สรุปกลยุทธ์ KAMU KAMU แบรนด์ชานมไทย รายได้ 600 ล้าน ทำอย่างไรให้โต ในตลาดทะเลเลือด
7 พ.ค. 2026
ล่าสุด KAMU KAMU (คามุ คามุ) ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อเปิดเผยกลยุทธ์การทำธุรกิจ ในโอกาสที่แบรนด์มีอายุครบ 15 ปี ในปีนี้
แล้วกลยุทธ์ของ KAMU KAMU มีอะไรน่าสนใจบ้าง ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
1. KAMU KAMU ชานมไข่มุกแบรนด์ไทย อยู่มาแล้ว 15 ปี
คนไทยหลายคน โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ น่าจะคุ้นเคยกับ KAMU KAMU แบรนด์ชานมไข่มุก ที่อยู่ตามศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานต่าง ๆ เป็นอย่างดี
เพราะในปีนี้ เป็นปีที่ KAMU KAMU มีอายุครบ 15 ปีแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2554 ในวันนั้น คุณแทน-ทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด
ได้เปิดแบรนด์ KAMU KAMU สาขาแรก ที่อาคาร Interchange ย่านอโศก บนพื้นที่เพียง 4 ตารางเมตร พนักงานยืนแค่ไม่กี่คนก็เต็มพื้นที่แล้ว
รวมถึงชื่อแบรนด์ KAMU KAMU บางครั้งก็สร้างความสับสน เพราะบางครั้งลูกค้าก็อ่านชื่อแบรนด์ว่า “ขาหมู” แต่จริง ๆ แล้วเป็นแบรนด์ขายเครื่องดื่ม
แต่ผ่านมา 15 ปี KAMU KAMU กลายเป็นแบรนด์ชานมไข่มุกที่คนไทยรู้จัก มีสาขา 200 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
ซึ่งทางผู้บริหารบอกว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้กว่า 600 ล้านบาท รวมถึงยังตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท และมีสาขารวม 300 แห่ง ภายในปี 2572
แม้ว่าตลาดชานมไข่มุก จะมีการแข่งขันที่สูงมาก ๆ ถ้าหากนับแบรนด์ชานมไข่มุกในประเทศไทย อาจมีจำนวนมากถึง 50 แบรนด์เลยทีเดียว..
2. การตลาด KAMU KAMU ไม่ขายสินค้า Overprice
สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจของ KAMU KAMU มีอยู่ด้วยกันหลายข้อ ได้แก่
- ไม่ขายสินค้าในราคา Overprice
แต่เน้นความเป็น Affordable Indulgence หรือการเป็นเครื่องดื่มที่เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน มีความคุ้มค่ากับคุณภาพ และรสชาติที่ลูกค้าได้รับ
โดยปัจจุบันเมนูต่าง ๆ ของ KAMU KAMU มีราคาอยู่ที่ประมาณ 80-90 บาท และ 120 บาท สำหรับเมนูในกลุ่มซิกเนเชอร์
- เน้นการทำการตลาดผ่านการสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์
ดึงดูดลูกค้า ด้วยความน่ารักสดใสผ่านคาแรกเตอร์น้อง “KAMU & Friends” มาตกแต่งหน้าร้าน แพ็กเกจจิง รวมทำเป็น Merchandise น่ารัก ๆ และใช้เป็นแนวทางการสื่อสารไปยังลูกค้าด้วยความน่ารักและสดใสเช่นกัน
- ใช้กลยุทธ์ User-Generated Content
ทำการตลาดผ่าน TikTok อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เกิด User-Generated Content จากลูกค้าตัวจริง
รวมถึง KAMU KAMU ยังทำการตลาดร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ แบบไม่มีบรีฟ เพื่อความเป็นธรรมชาติของคอนเทนต์
- เปิดตัวเมนูใหม่ทุก 2 เดือน
ส่วนในด้านผลิตภัณฑ์ KAMU KAMU ระบุว่า จะใช้กลยุทธ์เปิดตัวเมนูใหม่ทุก 2 เดือน สร้างความสดใหม่และตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
3. เมนูขายดีของ KAMU KAMU คือ ชานม และชานมไข่มุก ยังขายดีอันดับ 1
สำหรับเมนูขายดีของ KAMU KAMU ยังคงเป็นเมนูในกลุ่มชานม และชานมไข่มุก คิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดขายทั้งหมด
ตามมาด้วยเมนูในกลุ่มมัทฉะ ที่มาแรงมาก ๆ ในช่วงนี้ รวมถึงชาไทย และชาไทยไม่ใส่สี ในขณะที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นคน Gen Z และ Baby Boomer จะชอบเมนูไดโน และแรปเตอร์
นอกจากนี้ ยังมีเมนูในกลุ่มชาดอกไม้และชาผลไม้ เช่น ชาคามิเลีย และชาอู่หลง ที่กำลังมาแรงเช่นกัน
แต่ที่น่าสนใจคือ วาราบิโมจิ เป็นท็อปปิงที่ขายดีมาก ๆ ของ KAMU KAMU ด้วยยอดขายรวม 1 ล้านแก้ว ในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้
4. ปลายปีนี้ KAMU KAMU จะเปิด Sub-Brand ใหม่
เป็นการแตกแบรนด์ใหม่ออกมาจากแบรนด์ KAMU KAMU เดิม เพื่อขยายฐานลูกค้า ในช่วงปลายปี 2569 นี้
โดยแบรนด์ใหม่ จะมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักคือ คน Gen Z คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% จากเดิมที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักของ KAMU KAMU คือกลุ่มคน Gen Y หรือวัยทำงานเป็นหลัก
และแบรนด์ใหม่นี้ จะเน้นความตื่นเต้น สนุกสนาน เท่ และให้ความรู้สึกว่า ดื่มแล้วมีพลังในทุก ๆ วัน หรือสร้างความรู้สึก Sparkjoy
Tag:KAMU KAMU