
เซเว่นฯ ดันต่อเนื่อง! ชู “ไทย เบสท์ โปรดักส์” ตัวจริงผลไม้สดครบวงจร ลุยเสิร์ฟ เงาะ-มังคุด-ลองกอง 120 ตัน/เดือน ลงเชลฟ์พร้อมกันทั่วไทย
30 มิ.ย. 2026
ใครจะคิดว่าจากผู้ประกอบการสู้ชีวิตที่เริ่มต้นธุรกิจส่ง “มะพร้าวน้ำหอม” ขายในเซเว่นฯ เพียงอย่างเดียว วันนี้ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ จำกัด (TBP) ก้าวสู่การเป็นตัวจริงด้านผลไม้สดครบวงจร ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ร่วมเติบโตเคียงข้าง เซเว่น อีเลฟเว่น ที่นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาเดินหน้าขับเคลื่อนผลไม้เศรษฐกิจอย่าง “เงาะมังคุด และลองกอง” ขึ้นสู่เชลฟ์ ต้อนรับฤดูกาลใหม่ พร้อมขยายกำลังการผลิต และจัดส่งผลไม้สดพร้อมทานสู่หน้า เซเว่นฯ สูงถึง 120 ตันต่อเดือน เพื่อส่งต่อผลผลิตจากสวนให้เข้าถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ และสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรไทย
เบื้องหลังความแกร่ง SME สู่คู่ค้า 10 ปี กระจายผลไม้เกษตรกรไทยเข้าเซเว่นฯ
การเดินทางกว่า 10 ปีในการทำธุรกิจ ของ กิตติศักดิ์ พิพัฒน์คณาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง จำกัด เกิดจากความต้องการนำผลไม้สดเข้าสู่ช่องทางที่สามารถกระจายความสดใหม่ไปถึงมือผู้บริโภคได้ในทุกๆวัน และด้วยความตั้งใจที่อยากโฟกัสกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างเต็มที่ ประกอบกับความเชื่อมั่นในศักยภาพบนช่องทางการจำหน่ายของเซเว่นฯ ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ จึงตัดสินใจเลือกปักหมุดไปที่เซเว่นฯ เพียงที่เดียว โดยใช้วิธีติดต่อแบบ Walk-in เข้าไปนำเสนอสินค้ากับฝ่ายจัดซื้อโดยตรง ด้วยความเชื่อมั่นในจุดแข็งของตัวเองที่มีความพร้อมของซัพพลายวัตถุดิบสามารถบริหารจัดการให้มีผลผลิตหมุนเวียนมาจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความตั้งใจจริงในวันนั้นได้กลายเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เซเว่นฯ มองเห็นศักยภาพ และเปิดประตูต้อนรับคู่ค้ารายนี้จนถึงปัจจุบันในฐานะ “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เข้าใจเกษตรกร” พร้อมเติบโตไปด้วยกัน
“ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เราเริ่มจากการทำตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปประเทศจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ มาก่อน จนเมื่อระบบเริ่มนิ่งและเชี่ยวชาญ เราก็มองเห็นโอกาสในประเทศที่ตอนนั้นตลาดผลไม้สดพร้อมทานในร้านสะดวกซื้อยังไม่มีใครกล้าทำ โดยเฉพาะ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ ที่บริหารจัดการยากมาก แต่เราเลือกที่จะนำจุดแข็งของเราคือ การทำงานจากฐานรากที่มั่นคง รับผลไม้สดตรงจากสวน มีปริมาณยอดสั่งซื้อ และกำลังการรับซื้อที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้เรามีศักยภาพในการเข้าไปบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ คัดเกรดผลผลิต ไปจนถึงการจัดการต้นทุน เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้สดทุกแพ็กที่จะไปอยู่บนเชลฟ์มีมาตรฐานที่สม่ำเสมอ และดีที่สุดแก่ผู้บริโภค จนเกิดเป็นแบรนด์ COCO+ (โคโค่ พลัส) มะพร้าวน้ำหอมสด พร้อมทานที่เริ่มต้นขึ้นร่วมกับเซเว่นฯ” กิตติศักดิ์ กล่าว
เมื่อสินค้าของเราประสบความสำเร็จ เราก็ตั้งใจนำองค์ความรู้และประสบการณ์ของทีมเซเว่นฯ ตั้งแต่การคัดเกรดผลผลิต การรักษาความสด การบริหารจัดการขนส่ง ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผลไม้คุณภาพจากสวน ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันยกระดับมาตรฐานผลผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น และร่วมขับเคลื่อนผลไม้ไทยชนิดอื่นๆ เพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ที่หลากหลายขึ้น อาทิ เงาะ, มังคุด, ลำไย, พุทรานมสด และมะยงชิด โดยเลือกที่จะใส่เพียงโลโก้บริษัทฯ คือ ไทย เบสท์ โปรดักส์ ลงไป เพราะอยากให้ผู้บริโภครู้สึก และสัมผัสได้ถึงความเป็นผลไม้สดที่คัดสรรมาจากสวนของกลุ่มเกษตรกรไทยจริงๆ
ถอดกลยุทธ์บริหารพอร์ตผลไม้สดพร้อมเสิร์ฟ เงาะ-มังคุด-ลองกอง เข้าเซเว่นฯ รับฤดูกาลใหม่
ความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และพัฒนามาตรฐานร่วมกับเซเว่นฯ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปัจจุบัน บริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ความสำเร็จนี้ได้สร้างโอกาสและกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนกลับไปสร้างความมั่นคงให้แก่กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายรวมกว่า 300 ราย อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี, กลุ่มบ้านเงาะ (เขาสมิง) จังหวัดตราด, กลุ่มแปลงใหญ่ลองกองจันท์ จังหวัดจันทบุรี และกลุ่มลำไยภาคเหนือ ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวดตั้งแต่หน้าสวน เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง และควบคุมคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices)
ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงคัดบรรจุ แพ็ก และการกระจายสินค้าที่ได้มาตรฐานทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี, ลำพูน, ราชบุรี และจันทบุรี ซึ่งผ่านการอบรมอย่างเข้มงวดจากทีม QA ของเซเว่นฯ ที่เข้ามาแชร์องค์ความรู้ในการถนอมคุณค่าความสดใหม่ โดย กิตติศักดิ์ ตั้งใจให้พื้นที่บนเชลฟ์ของเซเว่นฯ เป็นมากกว่าการซื้อมาขายไป แต่คือพื้นที่ส่งต่อคุณค่าของผลไม้ไทยจากหัวใจเกษตรกร ทำให้พอร์ตโฟลิโอผลไม้สดของบริษัทฯ มีการคัดสรรผลผลิตหมุนเวียนเข้ามาสร้างความสดชื่นอย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ เงาะ, มังคุด, พุทรานมสด, เคพกูสเบอร์รี่, มะพร้าวน้ำหอม, มะยงชิด, ลำไย
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูกาลของเงาะ มังคุด และลองกองบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับเซเว่นฯ ในการรับซื้อตรงจากเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของภาคตะวันออก ขึ้นสู่เชลฟ์พร้อมกันทั่วประเทศในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ และ 7-Delivery ซึ่งผู้บริโภคจะได้ทานผลไม้สดส่งตรงจากส่วน และได้เป็นส่วนหนึ่งการสนับสนุนเกษตรกรไทยไปด้วยกัน
คัดเกรดมังคุดคุณภาพตั้งแต่หน้าสวน ส่งความสดใหม่ถึงผู้บริโภค
ด้าน พิพัฒน์ เต็งเศรษฐ์ เจ้าของสวนเทพอวยชัย จังหวัดจันทบุรี และหนึ่งในกำลังสำคัญของ “วิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ (KMK)” เล่าว่า ทำงานร่วมกับ ไทย เบสท์ โปรดักส์มากว่า 5 ปี ในการส่งมังคุดกระจายสู่ร้านเซเว่นฯ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนระบบนิเวศเกษตรกรไทย ผ่านการคัดเกรดอย่างเข้มงวดตั้งแต่หน้าสวน
“เรามีพื้นที่สวนกว่า 100 ไร่ สำหรับการปลูกผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง มุ่งพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP ความใส่ใจของเราจึงเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว โดยเฉพาะมังคุด เราจะใส่ใจเป็นพิเศษ ลูกไหนที่ร่วงตกพื้นเราจะไม่เก็บเพื่อป้องกันเนื้อภายในเสียหาย ส่วนผลผลิตที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกนำไปทำปุ๋ยหมุนเวียนในสวนทันที โดยจะเลือกคัดเฉพาะผลไม้เกรดดีตามไซส์ออกมาจากสวนเท่านั้น ขณะเดียวกันเมื่อสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ (KMK) นำผลผลิตมาส่ง ก็ต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้เกรดตรงตามจริง ดังนั้น มังคุดทุกลูกที่จะส่งต่อไปยัง ไทย เบสท์ โปรดักส์ และขึ้นสู่บนเชลฟ์ของเซเว่นฯ จะยังคงความสด และสมบูรณ์พร้อมทานมากที่สุด” พิพัฒน์ กล่าว
“เรามีพื้นที่สวนกว่า 100 ไร่ สำหรับการปลูกผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง มุ่งพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP ความใส่ใจของเราจึงเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว โดยเฉพาะมังคุด เราจะใส่ใจเป็นพิเศษ ลูกไหนที่ร่วงตกพื้นเราจะไม่เก็บเพื่อป้องกันเนื้อภายในเสียหาย ส่วนผลผลิตที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกนำไปทำปุ๋ยหมุนเวียนในสวนทันที โดยจะเลือกคัดเฉพาะผลไม้เกรดดีตามไซส์ออกมาจากสวนเท่านั้น ขณะเดียวกันเมื่อสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ (KMK) นำผลผลิตมาส่ง ก็ต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้เกรดตรงตามจริง ดังนั้น มังคุดทุกลูกที่จะส่งต่อไปยัง ไทย เบสท์ โปรดักส์ และขึ้นสู่บนเชลฟ์ของเซเว่นฯ จะยังคงความสด และสมบูรณ์พร้อมทานมากที่สุด” พิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ เกษตรกรยุคใหม่ยังจำเป็นต้องขับเคลื่อนสวนด้วยองค์ความรู้ ทั้งการจัดการดินเพื่อลดต้นทุนอย่างรักษ์โลก การนำเทคโนโลยี Smart Farm เข้ามาทุ่นแรง รวมถึงการใช้นวัตกรรมปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งต่ออาชีพเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง
ผลไม้สดพร้อมทานที่วางบนเชลฟ์ของเซเว่นฯ ที่เราเห็นกัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการกระจายสินค้าทั่วไป แต่คือปลายทางความพิถีพิถันของผลผลิตทุกลูก ซึ่งการเดินทางของมังคุด เงาะ และลองกองในฤดูกาลนี้ เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความมุ่งมั่นของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ที่พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรไทยเสมอมา จนสามารถเปลี่ยนพื้นที่เล็กๆ บนเชลฟ์วางสินค้าให้เป็นแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ ส่งต่อรอยยิ้มกลับคืนสู่ชุมชน และส่งมอบผลไม้ไทยคุณภาพดีถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”