
สรุป วิธีใช้ Gemini Spark ที่เพิ่งเปิดให้ใช้ในไทย เป็น AI Agent ทำงานแทนเรา 24 ชั่วโมง
30 ก.ค. 2026
ล่าสุด Google เพิ่งเปิดให้คนไทยได้ใช้งาน Gemini Spark ซึ่งเป็น AI Agent ตัวเก่ง ทำงานแทนเราได้ 24 ชั่วโมง
สำหรับ Gemini Spark เป็น AI Agent ที่สามารถทำงานแทนเราได้แบบอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเปิด Gemini หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
เพียงแต่ในตอนนั้น ยังถูกจำกัดให้ใช้ได้เพียงบางประเทศเท่านั้น ทำให้คนไทยยังไม่สามารถใช้งานได้
แต่ในวันนี้ Google เพิ่งประกาศเปิดให้คนไทยสามารถใช้งาน Gemini Spark ได้แล้ว
แล้ว Gemini Spark ใช้งานอย่างไร ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
1. Gemini Spark เป็น AI Agent จาก Google
เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Claude Cowork และ ChatGPT Work สามารถคิดและทำตามคำสั่งหลายขั้นตอนได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้พลังการประมวลผลของโมเดล Gemini 3.6 Flash
และที่สำคัญคือ เราไม่จำเป็นต้องเปิด Gemini หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ แต่ Gemini Spark จะทำงานอยู่เบื้องหลังให้อัตโนมัติ
2. รูปแบบการทำงานของ Gemini Spark แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
- Tasks
เป็นการสั่งให้ Gemini ทำงานแทนเราโดยตรง เช่น สั่งให้ Gemini Spark ไปดึงข้อมูลจากบริการต่าง ๆ ของ Google แล้วนำไปใช้ต่อ
- Skills
เป็นการสอนให้ Gemini Spark เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ ผ่านการเลียนแบบทักษะที่เรามีอยู่แล้ว ทำให้ Gemini Spark สามารถทำงานแทนเราได้เหมือนเราทำเองมากขึ้น
- Schedules
เป็นการตั้งเวลาให้ Gemini Spark ทำงานในเงื่อนไขเวลาที่เรากำหนด เช่น
สรุปข้อมูลที่เราควรรู้ก่อนเริ่มงาน ในช่วงเวลา 09.00 น. ของวันจันทร์ หรือสรุปงานทุกอย่างที่ทำในแต่ละสัปดาห์ ในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์
โดย Google ระบุว่า Gemini Spark จะมีการขอคำยินยอม หรือขอคำอนุมัติจากผู้ใช้งาน ก่อนเริ่มทำงานที่มีความสำคัญ เพื่อความปลอดภัย
3. แต่ที่น่าสนใจมาก ๆ คือ Google บอกว่า Gemini Spark สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่น ๆ ของ Google ได้
โดยตัวอย่างของบริการต่าง ๆ ของ Google ที่ Gemini Spark สามารถเชื่อมต่อได้ เช่น
- Gmail
- Google Search
- Google Maps
- Google Flights
- Google Docs, Sheets และ Slides
- Google Calendar
- Google Finance
- Gmail
- Google Search
- Google Maps
- Google Flights
- Google Docs, Sheets และ Slides
- Google Calendar
- Google Finance
ทำให้เราสามารถประยุกต์ใช้ Gemini Spark กับงานในชีวิตประจำวันของเราได้แบบครบถ้วน
ซึ่งได้เปรียบ AI Agent ของเจ้าอื่นมาก ๆ เพราะเราทุกคนต่างผูกตัวเองไว้กับ Ecosystem ของ Google อยู่แล้ว
4. วิธีการใช้งาน Gemini Spark ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่พิมพ์คำสั่ง
สำหรับวิธีการใช้งาน Gemini Spark นั้น ทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่เข้าไปยังเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Gemini
จากนั้นให้เปลี่ยนโหมดของ Gemini จาก Chat เป็นโหมด Spark แล้วพิมพ์คำสั่งที่ต้องการได้ทันที หลังจากนั้น Gemini Spark จะทำงานอยู่เบื้องหลังให้โดยอัตโนมัติ
และระหว่างที่รอ Gemini Spark ประมวลผล เราสามารถไปทำอย่างอื่นได้เลย ไม่ต้องเปิด Gemini ทิ้งไว้
ที่สำคัญคือ เราสามารถพิมพ์คำสั่งให้กับ Gemini Spark ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ทำให้คนไทยใช้งานได้สะดวกขึ้น
5. ตัวอย่างการใช้งานจริงของ Gemini Spark ที่ Google แนะนำว่าสามารถนำไปใช้ได้ เช่น
- การสั่งให้ Gemini Spark คอยสแกน Gmail ของเรา เมื่อพบอีเมลสอบถามจากลูกค้า ให้ร่างคำตอบเกี่ยวกับการนำเสนอสินค้าและบริการไว้โดยอัตโนมัติ
แล้วบันทึกไว้เป็นร่างจดหมาย เพื่อให้เราตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนกดส่งให้ลูกค้าด้วยตัวเอง
- การสั่งให้ Gemini Spark คอยสแกน Gmail ของเรา เมื่อพบอีเมลเกี่ยวกับการจองห้องพักหรือเที่ยวบิน ให้นำข้อมูลนี้ไปใส่ไว้ในไฟล์ Google Sheets สำหรับการวางแผนท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
- การสั่งให้ Gemini Spark เลียนแบบสไตล์การเขียนงานของเรา 50 งานล่าสุดจากไฟล์ที่กำหนด แล้วนำมาสร้างเป็น Skill ที่ชื่อว่า Ghostwriter เพื่อนำมาเขียนงานให้เหมือนเรามากที่สุด
- การสั่งให้ Gemini Spark คอยเข้าไปตรวจสอบช่วงเวลาที่คอร์ตแบดมินตันว่าง แล้วทำการจองให้อัตโนมัติในช่วงเวลาที่เราต้องการ
6. ตอนนี้ คนไทยสามารถใช้ Gemini Spark ได้แล้ว
Google ระบุว่า ตอนนี้ Gemini Spark ได้เปิดให้คนไทยใช้บริการกันได้แล้ว กับผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Ultra ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วนผู้ใช้แพ็กเกจ Google AI Pro ในไทย จะสามารถใช้งานได้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
หมายความว่า Gemini Spark เป็น AI Agent แบบเสียเงิน ที่ไม่ได้เปิดให้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ
ทำให้ใครที่อยากใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อแพ็กเกจ Google AI Pro ในราคา 750 บาท/เดือน หรือ Google AI Ultra ในราคา 3,500 บาท/เดือน
แต่หากอยากใช้ตั้งแต่วันนี้ ก็ต้องสมัครแพ็กเกจ Google AI Ultra ก่อนเท่านั้น..